กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 5

พิษร้ายในสายลม

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนอยู่กับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมันต์ในศาลาแปดเหลี่ยม หลี่เฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย คมกระบี่ไร้ลักษณ์ในฝักข้างกายสั่นสะเทือนเบาๆ คล้ายรับรู้ถึงจิตสังหารที่ไร้รูป ร่างสูงโปรดในชุดคลุมสีดำสนิทนั่งนิ่งสงบดั่งภูผา ทว่าสติสัมปชัญญะกลับแผ่ขยายออกไปรอบรัศมีร้อย丈อย่างแนบเนียน เขารู้ดีว่าความเงียบงันในยามวิกาลเช่นนี้มักซ่อนเร้นมหันตภัยที่ร้ายกาจยิ่งกว่ากองทัพนับหมื่น เบื้องหน้าเขา เซียนจื่อเยว่กำลังนั่งขัดสมาธิโคจรลมปราณเพื่อกดขี่พิษประหลาดที่เพิ่งแทรกซึมเข้าสู่ชีพจร ร่างอรชรในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬ ริมฝีปากบางเฉียบปรากฏรอยคล้ำสีม่วงอมดำอย่างเห็นได้ชัด ความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งที่เคยประดับบนใบหน้าล่มเมืองบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดร้าวรานที่นางพยายามกัดฟันอดกลั้นไว้อย่างยิ่งยวด "เจ้าฝืนเกินไปแล้ว" หลี่เฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานลึกซึ้งในโสตประสาท "นี่ไม่ใช่เรื่อง… ที่เจ้าต้องใส่ใจ…" จื่อเยว่เปล่งเสียงลอดไรฟัน ร่างกายของนางสั่นสะท้านเล็กน้อยยามเมื่อพลังปราณหยินแท้จริงในร่างถูกพิษร้ายกัดกร่อนจนเกือบจะควบคุมไม่ได้ นางคือเซียนผู้สูงส่งแห่งสำนักกระบี่เมฆาพเนจร ผู้คนต่างเกรงขามและก้มหัวให้ แต่นางกลับพลาดท่าให้กับ "พิษสลายวิญญาณเจ็ดราตรี" ที่แฝงมากับกลิ่นหอมของชาสมุนไพรเมื่อคั่วน้ำชาในยามพลบค่ำ พิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น ทว่าเมื่อเข้าสู่ร่างกายมันจะเกาะกินจุดตันเถียนและแผ่ซ่านไปยังเส้นชีพจรหลักทั้งร้อยแปดสายอย่างช้าๆ ราวกับหนอนไหมนับหมื่นตัวกำลังชอนไชกระดูก หลี่เฟยไม่เอާމวาจาโต้ ในยุทธภพนี้ ผู้คนต่างแย่งชิงความเป็นใหญ่ด้วยเล่ห์กลและหยาดโลหิต ความเมตตาคือความอ่อนแอที่นำพาความตายมาสู่ตนเอง แต่มือสังหารเช่นเขากลับมีเส้นแบ่งในใจที่ชัดเจน—กระบี่ของเขาปลิดชีพผู้สมควรตาย ทว่าสตรีเบื้องหน้าผู้นี้แบกรับชะตากรรมที่หนักหนาเกินกว่าจะปล่อยให้ดับสูญไปอย่างไร้ค่า ร่างสูงพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวจื่อเยว่ราวกับภูตผี ความเร็วระดับนี้แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ยังมิอาจสังเกตเห็นวิถีการเคลื่อนไหว "เจ้า… จะทำอะไร?" จื่อเยว่เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง นางพยายามรวบรวมพลังปราณที่เหลืออยู่เพื่อต่อต้าน ทว่าความอ่อนล้าทำให้มือเรียวบางนั้นแทบไร้เรี่ยวแรง "หากยังดื้อดึง เกรงว่าพรุ่งนี้เช้าคงเหลือเพียงศองามในสุสานรกร้าง" หลี่เฟยกล่าวเสียงเข้ม มือข้างหนึ่งยื่นออกไปอย่างมั่นคง ปลายนิ้วสัมผัสเข้าที่จุดชีพจรสำคัญบริเวณแผ่นหลังของนางโดยไม่ลังเล พลันนั้น พลังปราณอันร้อนระอุ ดุดัน ทว่าบริสุทธิ์ไร้ที่ติสายหนึ่งก็ถูกถ่ายเทเข้าสู่ร่างของจื่อเยว่ "อ๊ะ…" นางส่งเสียงครางแผ่วเบาด้วยความตกใจ เมื่อกระแสพลังงานอันรุนแรงของหลี่เฟยไหลทะลักเข้ามาปะทะกับพิษร้ายในร่างกาย ประหนึ่งมังกรเพลิงที่คำรามก้องท่ามกลางทะเลน้ำแข็ง ความเจ็บปวดแสนสาหัสแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนนางต้องกำชายเสื้อของเขาแน่นจนยับยู่ยี่ นี่ไม่ใช่การรักษาธรรมดา แต่เป็นการ "ใช้วิชาฝืนลิขิต" หลี่เฟยกำลังใช้ลมปราณกระบี่ของตนเองเป็นสะพาน เพื่อดึงดูดและขับไล่พิษสลายวิญญาณออกจากร่างของนางทีละน้อย ซึ่งวิธีการนี้อันตรายยิ่ง หากควบคุมไม่ดี พลังปราณย้อนกลับจะทำลายเส้นชีพจรของเขาทั้งคู่จนกลายเป็นคนพิการในพริบตา เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผมของหลี่เฟย ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่นั้นทอประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวง "ตั้งสติ! อย่าปล่อยให้จิตใจว้าวุ่น โคจรลมปราณตามวิถีที่ข้านำทาง!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องในหูของนาง จื่อเยว่สูดหายใจเข้าลึก นางพยายามระងับความตื่นตระหนก ปิดเปลือกตาลงแล้วเริ่มโคจรลมปราณตามกระแสพลังที่หลี่เฟยชี้นำ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านแผ่นหลังเข้าสู่หัวใจที่เยือกเย็นมาเนิ่นนาน ความรู้สึกโดดเดี่ยวและหวาดระแวงที่นางแบกรับมาตลอดชีวิตในฐานะผู้นำสำนัก ค่อยๆ ถูกหลอมละลายลงด้วยความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงของบุรุษผู้นี้ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ บรรยากาศรอบศาลาแปดเหลี่ยมเงียบสงบราวกับโลกหยุดหมุน *พรวด!* จื่อเยว่อ้าปากพ่นโลหิตสีดำคล้ำออกมาคำโต โลหิตนั้นเมื่อกระทบกับพื้นศาลาถึงกับกัดกร่อนหินแกรนิตจนเกิดเป็นรอยควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมา น่ากลัวยิ่งนัก ร่างของนางอ่อนยวบลงทันที แรงกดดันทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยอ่อนที่ถาโถมเข้ามา นางเอนกายพิงซบลงบนอกกว้างของหลี่เฟยโดยสัญชาตญาณ ลมหายใจแผ่วเบารดรินอยู่บริเวณอกเสื้อของเขา หลี่เฟยถอนหายใจยาวเหยียด เขาเก็บลมปราณกลับคืนสู่จุดตันเถียนอย่างเงียบเชียบ แม้พิษส่วนใหญ่จะถูกขับออกมาแล้ว แต่ร่างกายของจื่อเยว่ยังคงต้องการเวลาพักฟื้นอีกหลายวัน "ข้า… รอดแล้ว?" นางเอ่ยถามเสียงเบาหวิว ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองบุรุษผู้ช่วยชีวิตนาง แววตาที่เคยเย็นชาราวกับน้ำค้างแข็ง บัดนี้กลับเจือด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย "เจ้าปลอดภัยแล้ว" หลี่เฟยตอบสั้นๆ ทว่าน้ำเสียงนั้นหนักแน่นดั่งคำมั่นสัญญา ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดผ่อนคลายลงนั้นเอง ประสาทสัมผัสของมือสังหารระดับปรมาจารย์ก็กระตุกวูบอย่างรุนแรง รอบศาลาแปดเหลี่ยม… เงาร่างสีดำนับสิบสายปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง ลมหายใจของพวกมันถูกเก็บกวาดจนสะอาดหมดจดราวกับไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ทว่าจิตสังหารที่แผ่ออกมากลับแหลมคมเสียดแทงฟ้าดิน รอบทิศทางถูกปิดตายด้วยค่ายกลกระบี่โลหิตที่เรืองแสงสีแดงฉานน่าสะพรึงกลัว ไม่เพียงเท่านั้น ที่เบื้องหน้าบันไดศาลา ปรากฏร่างของบุรุษในชุดคลุมสีทองปักลายพยัคฆ์เหิน สวมหน้ากากเงินครึ่งหน้า มือถือกระบี่โบราณที่สลักอักขระเวทสีเลือด "ฮ่าๆๆๆ เซียนจื่อเยว่… เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าพิษสลายวิญญาณจะมีเพียงแค่ชุดเดียว?" เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังก้องกังวาน บรรยากาศรอบกายกดทับจนอากาศแทบแข็งตัว หลี่เฟยหรี่ตาลง คมกระบี่ไร้ลักษณ์ในฝักสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม มันพร้อมแล้วที่จะคำรามออกมารับความตายของผู้ที่บังอาจก้าวล้ำเข้ามา *ชิ้ง!*
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%