ความเงียบงัน... ไม่ใช่ความว่างเปล่า หากแต่เป็นความหนาแน่นจนแทบจะจับต้องได้
อณูพลังปราณสีเทาหม่นหมองวนเวียนอยู่รอบกาย ราวกับเศษเสากระดูกของกาลเวลาที่ถูกบดขยี้จนละเอียด พื้นดินเบื้องล่างไม่ใช่หินผาหรือดินทราย ทว่ามันคือผืนกระจกสีดำสนิทที่สะท้อนภาพเงาของความตาย ไม่มีท้องฟ้า ไม่มีดวงตะวัน และไม่มีทิศทาง สิ่งเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่คือเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์
"วิชานี้... มิใช่ค่ายกลเคลื่อนย้ายธรรมดา"
เสียงทุ้มต่ำของหลี่มู่เฉินดังขึ้นทำลายความเงียบ เขากวาดสายตามองไปเบื้องหน้า ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทของเขายังคงตั้งตรงดุจกระบี่คมที่ซ่อนอยู่ในฝัก แม้สถานการณ์เบื้องหน้าจะบีบคั้นถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจรอบด้านอย่างเยือกเย็นและเฉียบขาด จิตวิญญาณราชันย์เซียนภายในตัวกำลังหมุนวนโคจรโคตรพลังปราณเพื่อต่อต้านแรงกดดันจากมิติคู่ขนานที่พยายามบดขยี้ร่างเนื้อของพวกเขาให้แหลกสลาย
ข้างกายเขา ไป๋อวี้เซียน หรือเซียนกระบี่เหมันต์ กำลังยืนนิ่งสงบ ใบหน้างดงามล่มเมืองที่มักจะประดับด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับปรากฏหยาดเหงื่อบางใสเกาะพราวตามกรอบหน้า ทว่าแววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัด นางกำกระบี่คู่กายในมือแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวโพลน
"มิตินี้ถูกผนึกด้วยกฎเกณฑ์โบราณ... ปราณฟ้าดินถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง" ไป๋อวี้เซียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำในฤดูหนาว ทว่าแฝงไว้ด้วยความตึงเครียด "หากเราหาทางออกไม่พบภายในสามวัน พลังปราณในร่างจะถูกดูดกลืนจนหมดสิ้น และเราจะกลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความว่างเปล่านี้ไปตลอดกาล"
หลี่มู่เฉินไม่ตอบคำถามในทันที เขาก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ฝ่าเท้ากระทบลงบนพื้นกระจกสีดำเกิดเสียงก้องกังวานประหลาด สะท้อนกลับมาเป็นร้อยเป็นพันเสียงราวกับเสียงกระซิบจากห้วงนรก
เขารู้ดีว่านี่คือกับดักที่ถูกวางไว้โดยผู้มีอำนาจเหนือกฎเกณฑ์ พวกมันต้องการบีบให้เขาต้องปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา เพื่อเปิดช่องว่างให้ตัวตนที่แท้จริงของราชันย์เซียนถูกล่วงรู้ แต่หากเขาไม่ทำ... พวกเขาก็จะต้องติดอยู่ที่นี่จนลมหายใจสุดท้าย
"ศิษย์พี่หญิง..." หลี่มู่เฉินหยุดเดิน เขาหันกลับมามองสตรีตรงหน้า แววตาที่มักจะเย็นชาไร้ความรู้สึกในยามปกติ บัดนี้กลับเจือด้วยความรู้สึกบางเบาที่ยากจะอธิบาย "ท่านไม่ควรตามข้าเข้ามาในห้วงมิตินี้แต่แรกเลย"
ไป๋อวี้เซียนช้อนสายตาขึ้นสบประสานกับเขา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางเฉียบ รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานล่มแผ่นดิน แต่มันกลับซ่อนความเศร้าสร้อยและเด็ดเดี่ยวไว้ในคราวเดียวกัน
"มู่เฉิน... เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ" นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอย่างช้าๆ กลิ่นอายความเย็นเยือกของเคล็ดวิชากระบี่เหมันต์หลอมรวมเข้ากับความอบอุ่นจากสายตาที่นางทอดมองเขา "ในเส้นทางเซียนอันยาวนานและโดดเดี่ยวนี้ ข้าได้พบเจอกับผู้คนมามากมาย แต่มีเพียงเจ้า... คนเดียวที่ทำให้ข้ารู้สึกว่า การมีชีวิตอยู่และการยอมแลกทุกสิ่งเพื่อปกป้องใครสักคน มันมีความหมายมากเพียงใด"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่ากลับหนักหน่วงดุจขุนเขาไท่ซาน หลี่มู่เฉินนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชามานานนับพันปีจากการถูกทรยศหักหลังในอดีตชาติ คล้ายถูกกระแสความอบอุ่นบางอย่างไหลบ่าเข้า Sซ่านซ่อมแซมรอยร้าวทีละน้อย
"ท่านกำลังเอาชีวิตมาทิ้งไว้กับข้า..." หลี่มู่เฉินแค่นยิ้มหยันให้กับโชคชะตา
"หากต้องตาย... ขอแค่ตายเคียงข้างเจ้า ข้าไป๋อวี้เซียนก็ไม่มีสิ่งใดต้องเสียใจอีกแล้ว"
สิ้นคำพูดของนาง บรรยากาศรอบตัวก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
ผืนกระจกสีดำเบื้องล่างเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวสีม่วงเข้มแตกแขนงออกไปราวดั่งใยแมงมุม เสียงคำรามกึกก้องราวกับเสียงร้องของอสูรบรรพกาลดังขึ้นมาจากเบื้องล่าง ความมืดมิดที่เคยสงบนิ่งกลับปั่นป่วนกลายเป็นพายุหมุนวนของอณูพลังปราณที่ดุดันและพร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นจุล
"ระวัง!"
หลี่มู่เฉินส่งเสียงคำรามในลำคอ ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวไป๋อวี้เซียนในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าเอวบางของนางเข้าหาตัวพร้อมกับสะบัดแขนเสื้อ ขอบเขตพลังปราณแท้จริงระเบิดออกสร้างเป็นบาตรคุ้มกันสีทองอร่ามปกป้องพวกเขาทั้งสองไว้
*ตูมมมมมม!*
คลื่นกระแทกอันมหาศาลซัดเข้าใส่บาตรคุ้มกันจนเกิดรอยร้าว แรงกดดันระดับนี้ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณก็ยังต้องกระอักเลือด หลี่มู่เฉินกัดฟันแน่น ฝืนกลืนลิ่มเลือดที่ตีตื้นขึ้นมาถึงลำคอลงไป ดวงตาสะท้อนประกายความดุดันดุจพญาอินทรีย์จ้องมองไปยังเบื้องหน้า
เงาร่างนับร้อยปรากฏขึ้นจากความมืดมิด พวกมันคือเงาสะท้อนจากจิตใต้สำนึกของพวกเขาทั้งสอง เป็นภาพจำลองของศัตรูในอดีตและตัวตนด้านมืดที่ถูกดึงออกมาจากห้วงลึกของมิติ
"อยากลองดีกับข้าอย่างนั้นหรือ..."
หลี่มู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น มือขวาแบออก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์รวมตัวกันกลายเป็นคมกระบี่ใสสะอาดที่ส่องประกายแสงเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิด พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจนอณูรอบข้างสั่นสะท้อน
ไป๋อวี้เซียนขยับตัวยืนเคียงข้าง นางยกกระบี่ในมือขึ้นชี้ฟ้า ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปจนหยาดน้ำค้างแข็งเกาะกружиอยู่ทั่วบริเวณ ทั้งสองยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ ท่ามกลางวงล้อมของความตายที่ไร้ทางออก
ทว่า ในวินาทีที่เงาร่างเหล่านั้นพุ่งเข้ามาพร้อมกันเพื่อสังหารพวกเขาให้ดับสูญ พื้นกระจกเบื้องล่างที่ควรจะแตกสลาย กลับยุบตัวลงกลายเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ที่ไร้ก้นบึ้ง และก่อนที่พวกเขาจะทันได้ตั้งตัว มือปริศนาคู่หนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง กระชากข้อเท้าของหลี่มู่เฉินเอาไว้แน่น!
หลี่มู่เฉินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อก้มลงมอง เขาพบว่ามือคู่นั้นไม่ใช่เงาสะท้อน แต่มันคือ... มือของตัวตนในอดีตชาติที่ตายไปแล้วของตัวเขาเอง!
"นี่มัน... เป็นไปได้ 33?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ (กระบี่ไร้ลักษณ์)
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 25
ดินแดนลี้ลับที่ไร้ทางออก
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!