เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 26

ความใกล้ชิดในห้วงวิกฤต

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาเย็นเยียบ ก่อเกิดเสียงสะท้อนกังวานดุจเสียงถอนหายใจของหุบเขาไร้ชื่อ ภายในถ้ำผนผนวกปราณเหมันต์ที่ถูกปิดตายด้วยค่ายกลระดับเจ็ด บรรยากาศรอบด้านอวลไอด้วยความหนาวเหน็บที่พร้อมแช่แข็งวิญญาณได้ทุกเมื่อ ทว่าใจกลางความตายสีขาวโพลนกลับมีความร้อนระอุของธาตุไฟย้อนกลับแผดเผาเส้นชีพจรของหลี่มู่เฉินจนแทบหลอมละลาย ทัณฑ์สวรรค์ที่เขาแบกรับแทนไป๋อวี้เซียนเมื่อคราวก่อนยังคงหลงเหลือไอพิษมารโลหิตกัดกินกระดูก "เจ้ายังดื้อรั้นเช่นเดิม... มู่เฉิน" เสียงหวานล้ำที่มักเย็นชาราวน้ำแข็งพันปีสั่นเครือเล็กน้อย ไป๋อวี้เซียนทรุดกายลงเบื้องหน้าเขา นางในยามนี้ปราศจากซึ่งรัศมีเซียนผู้สูงส่ง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เปรอะเปื้อนด้วยคราบโลหิตและหยาดเหงื่อ ปอยผมเปียกชื้นลู่แนบดวงพักตร์งดงามล่มเมืองที่ซีดเซียวไร้สีเลือด สองมือเรียวดุจหยกสลักกำลังถ่ายเทลมปราณกระบี่เหมันต์บริสุทธิ์เข้าสู่จุดตัน Tian ของชายหนุ่มอย่างสุดกำลัง เพื่อกดขี่ไอพิษมารที่กำลังอาละวาด หลี่มู่เฉินแค่นยิ้มขื่น แววตาของราชันย์เซียนผู้ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วนฉายแววอ่อนโยนอย่างที่ผู้ใดไม่เคยได้เห็น เขากระอักโลหิตออกมาอีกคำรบหนึ่ง ร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการรับกระบี่ทัณฑ์สวรรค์แทนหญิงสาวแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม แต่มือหนากลับเอื้อมออกไปอย่างมั่นคง ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับกระบี่มาทั้งชีวิตแตะลงบนแก้มเนียนนุ่มที่เย็นเยียบของนางอย่างแผ่วเบา "ข้า... มิใช่เด็กน้อยแล้วนะอวี้เซียน... เหตุใดจึงต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อข้าเล่า" น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยความลึกล้ำที่สั่นสะเทือนหัวใจคนฟัง ไป๋อวี้เซียนสะท้านเฮือก ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปีที่นางก้าวเข้าสู่วิถีเซียน ความเย่อหยิ่ง เย็นชา และการตัดขาดจากโลกีย์ที่นางยึดถือมาตลอดพังทลายลงในวินาทีนี้ เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ลึกล้ำดุจห้วงจักรวาลของบุรุษตรงหน้า "หากเจ้าดับสูญ... วิถีเซียนของข้าจะมีประโยชน์อันใดเล่า?" นางเอמהลs กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ปลดปล่อยหยาดน้ำตาเม็ดแรกในรอบศตวรรษให้ร่วงหล่นกระทบหลังมือของเขา หยาดน้ำตาแห่งเซียนนั้นหนักหน่วงราวมวลภูผา แผดเผาความเยือกเย็นทั้งหมดในจิตใจนางให้มลายสิ้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมปราณที่ปั่นป่วนในร่างกายของทั้งคู่ที่ประสานกันเป็นจังหวะ บาดแผลทางกายสร้างความเจ็บปวดเจียนตาย แต่ความใกล้ชิดแนบชิดในห้วงวิกฤตนี้กลับสร้างแรงดึงดูดบางอย่างที่รุนแรงยิ่งกว่าวิชาเซียนใดๆ ในใต้หล้า หลี่มู่เฉินดึงร่างระหงของนางเข้ามาประชิดอกโดยไม่ลังเล แม้พลังปราณจะตีกลับจนกระดูกซี่โครงร้าวระบม เขาก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องเผชิญความโดดเดี่ยวอีกต่อไป อลวนไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของหญิงสาวที่ผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตและสนิมเหล็ก "เช่นนั้น... เรามาลองเดิมพันกับสวรรค์ดูสักตั้งดีหรือไม่?" หลี่มู่เฉินกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก "หากข้าต้องตาย... ข้าจะขอฉีกกระชากกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ให้สิ้นซาก แต่ก่อนหน้านั้น... ข้าขอใช้ลมหายใจที่เหลือทั้งหมดเพื่อรักเจ้า" คำพูดที่เปี่ยมด้วยความทะนงและจริงจังดุจคำประกาศิต ทำให้ลมหายใจของไป๋อวี้เซียนสะดุด นางไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้ถอยหนี มีเพียงหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึกในอก ริมฝีปากที่เย็นเฉียบดุจหิมะถูกปิดทับด้วยความอบอุ่นที่ดุดันและลึกซึ้งจากชายหนุ่ม ไม่ใช่เพียงแค่การสัมผัสทางกาย หากแต่เป็นการหลอมรวมจิตวิญญาณสองดวงที่ผ่านความโดดเดี่ยวมาอย่างยาวนาน ลมปราณเหมันต์และลมปราณอัคคีที่เคยขัดแย้งกันอย่างรุนแรง บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสอดประสานกันอย่างไร้รอยต่อ ทะลวงผ่านจุดชีพจรที่อุดตันของหลี่มู่เฉินทีละเส้น เสียงคำรามดังก้องในห้วงความคิด คลื่นพลังงานระดับทะลวงขอบเขตระเบิดออกรอบตัวจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน ศิลาหลอมละลายกลายเป็นลาวา ไป๋อวี้เซียนหลับตาลงรับสัมผัสอันลึกซึ้งนั้น น้ำตาแห่งความปีติและเจ็บปวดไหลรินอาบแก้ม นางโอบกอดแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยแผลเป็นของชายหนุ่มแน่นขึ้น ราวกับต้องการหลอมรวมร่างของเขาให้เป็นหนึ่งเดียวกับวิญญาณของนาง ความสัมพันธ์ที่เคยถูกกั้นขวางด้วยฐานะศิษย์พี่น้องและกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดของสำนัก บัดนี้ได้ถูกชำระล้างจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัจธรรมแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่กว่าฟ้าดิน ทว่า ในขณะที่ห้วงอารมณ์กำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด และพลังปราณของทั้งคู่กำลังหลอมรวมเป็นวงแหวนเซียนสีทองเจิดจ้า... *เปรี้ยง!* เสียงสายฟ้าฟาดคำรามสนั่นหวั่นไหวจากภายนอกค่ายกล ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลงในพริบตา ค่ายกลป้องกันระดับเจ็ดที่บรรพจารย์สร้างไว้แตกละเอียดเป็นจุล แรงระเบิดมหาศาลซัดสาดเข้ามาภายในถ้ำพร้อมกับไอสังหารที่หนาวเหน็บเสียดกระดูก หลี่มู่เฉินลืมตาโพรง แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เพิ่งชักออกจากฝัก เขาดึงร่างของไป๋อวี้เซียนมาหลบไว้ด้านหลังทันที พร้อมกับกระแสจิตที่แผ่ซ่านออกไปสำรวจผู้มาเยือนยามวิกาล ที่ปากถ้ำท่ามกลางเศษซากค่ายกล ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายกระบี่โลหิตก้าวเท้าเข้ามาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าใต้หมวกคลุมเผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและดวงตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... ศิษย์น้องรอง และ... ผู้อาวุโสไป๋" เสียงทุ้มต่ำหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้น "ไม่นึกเลยว่าในยาระหว่างความเป็นความตาย พวกเจ้าจะยังมีอารมณ์มาสมสู่กันเช่นนี้... หลี่มู่เฉิน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่ารอดจากทัณฑ์สวรรค์มาได้ แล้วจะรอดเงื้อมมือข้า... ศิษย์พี่ใหญ่ผู้รักษากฎแห่งสำนักไปได้?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ (กระบี่ไร้ลักษณ์)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%