เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 27

ออกจากมิติด้วยพลังเทพ

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
มิติโบราณสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ห้วงอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่นสีดำสนิทจากแรงกดดันของมหาปราณที่เอ่อล้นทะลักออกมาจากร่างของหลี่มู่เฉิน "ตูมมมม!" เสียงระเบิดดังกึกก้องสะท้านฟ้าดิน คลื่นกระแทกสีครามเข้มแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง บดขยี้ภูเขาหินผาภายในมิติให้กลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา นี่ไม่ใช่การทะลวงขอบเขตธรรมดา แต่เป็นการจุติใหม่ของราชันย์เซียนผู้ไร้เทียมทาน ผู้ซึ่งหลอมรวมแก่นแท้แห่งเต๋าและพลังวัตรอันไร้ขอบเขตเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ หลี่มู่เฉินลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาของเขามิได้ดำสนิทหรือทอประกายเจิดจ้าดังเช่นผู้ฝึกตนทั่วไป ทว่ามันกลับล้ำลึกดั่งห้วงจักรวาลอนันต์ มีหมู่ดาวนับล้านดวงดับสูญและถือกำเนิดขึ้นใหม่อยู่ภายในนั้น ความเยือกเย็นและเฉียบขาดแผ่ออกมาจากร่างโดยไม่ต้องโคจรลมปราณแม้แต่น้อย อากาศรอบตัวเขาแข็งค้างราวกับถูกแช่แข็งด้วยกฎเกณฑ์ฟ้าดินที่ถูกบิดเบือนตามใจปรารถนา "ขอบเขตเซียนแท้จริงขั้นสมบูรณ์... หลังจากผ่านความตายและความมืดมิดนับร้อยปี ในที่สุดข้าก็ก้าวข้ามขีดจำกัดนี้มาได้เสียที" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉย ทว่าทุกคำพูดกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งมิติ ทั่วร่างของเขามีเกราะปราณสีทองจางๆ ห่อหุ้มอยู่ มันคือพลังคุ้มกายที่แม้แต่อาวุธวิเศษระดับนภาต้วนก็ยังไม่ระคายผิว ทันใดนั้น ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของไป๋อวี้เซียน หรือเซียนกระบี่เหมันต์ ก็พุ่งเข้ามาปรากฏกายเบื้องหน้า นางหอบหายใจเล็กน้อย ร่องรอยความกังวลและความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าอันงดงามล่มเมืองทำให้ความเยือกเย็นประจำตัวของนางมลายหายไปจนสิ้น "มู่เฉิน... ท่าน... พลังของท่านตอนนี้..." ไป๋อวี้เซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า นางเป็นถึงเซียนกระบี่ผู้เลื่องชื่อ ทว่าในยามนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับหลี่มู่เฉินที่เพิ่งก้าวออกมาจากมิติโบราณ หัวใจของนางกลับเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นแรงกดดันจากมหาปราณที่เหนือกว่าขอบเขตที่นางเคยรับรู้โดยสิ้นเชิง ราวกับว่าตัวตนเบื้องหน้านางในยามนี้คือกฎเกณฑ์ฟ้าดินที่นางต้องก้มหัวให้ หลี่มู่เฉินก้าวเท้าเดินเข้าไปหาช้าๆ ทุกย่างก้าวที่เขาสัมผัสพื้น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์จะเบ่งบานออกเป็นดอกบัวน้ำแข็งสีครามใต้ฝ่าเท้า เป็นภาพที่งดงามตระการตาและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน เขายื่นมือออกไปสัมผัสแก้มอันเนียนนุ่มของนางอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำให้นางสะท้านเฮือกเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาพริ้มรับสัมผัสด้วยความโหยหา "อวี้เซียน... ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าจะไม่มีใครหน้าไหนในยุทธภพนี้ทำอันตรายเจ้าได้อีก" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่เบื้องหน้านาง ทว่าแววตากลับทอประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะสังหารล้างผลาญได้ทุกเมื่อ "แต่... ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักมารโลหิต และบรรพบุรุษตระกูลหลี่ พวกมัน... พวกมันซุ่มกำลังนับหมื่นคนรออยู่ด้านนอกประตูมิติแล้ว พวกมันรู้ว่าท่านครอบครองเคล็ดวิชาบรรพกาล..." ไป๋อวี้เซียนลืมตาขึ้นกล่าวด้วยความร้อนรน นางจับมือหนาของเขาไว้แน่น "ท่านเพิ่งทะลวงผ่าน พลังยังไม่มั่นคงนัก หลบหนีไปทางช่องว่างมิติสำรองก่อนเถอะ ข้าจะถ่วงเวลาพวกมันไว้เอง" หลี่มู่เฉินแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันต่อฟ้าดิน "หลบหนีหรือ? อวี้เซียน เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือว่า..." เขากวาดสายตามองผ่านทะลุกำแพมิติไปยังโลกภายนอก รัศมีปราณของเขาแผ่ขยายพุ่งทะยานทะลวงชั้นฟ้าจนเกิดเสียงกัมปนาทเลื่อนลั่น "ในสายตาของข้าในยามนี้ มดปลวกเหล่านั้น... แม้แต่จะตายด้วยกระบี่ของข้า ยังถือว่าพวกมันมีวาสนาไม่พอเลยด้วยซ้ำ" สิ้นคำพูดของเขา ร่างทั้งร่างก็เปล่งประกายแสงเจิดจ้าจนกลบแสงสว่างทุกสิ่งในมิติ หลี่มู่เฉินก้าวเดินทะยานออกไปเบื้องหน้า ทะลวงผ่านกำแพมิติโบราณที่ปิดตายกลับสู่โลกภายนอกโดยตรง! ณ หุบเขามารทมิฬ ด้านนอกประตูมิติโบราณ ท้องนภามืดครึ้มด้วยเมฆหมอกสีเลือด กองกำลังนับหมื่นจากสำนักมารโลหิตและตระกูลหลี่ตั้งค่ายกลมหันอากาศล้อมรอบพื้นที่รัศมีร้อยลี้อย่างแน่นหนา ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักมารโลหิต นามว่า 'มารโลหิตหมื่นพิษ' ยืนอยู่บนหลังอสูรบรรพกาลด้วยสีหน้าอำมหิต เคียงข้างด้วยผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลหลี่ผู้ต้องการแย่งชิงสิทธิ์ในร่างของหลี่มู่เฉิน "ฮ่าๆๆๆ! มันออกมาแล้ว!" ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลหลี่แผดเสียงหัวroลั่นด้วยความโลภ เมื่อเห็นรอยแยกมิติสั่นสะเทือน "ไม่ว่ามันจะได้รับสืบทอดสมบัติใดจากมิติโบราณ สุดท้ายมันก็ต้องตกเป็นของตระกูลเรา!" "เตรียมค่ายกลโลหิตกลืนวิญญาณ!" มารโลหิตหมื่นพิษสะบัดมือสั่งการ ทันใดนั้นธงอาคมนับพันปักลงบนพื้น ปลดปล่อยลำแสงสีเลือดพุ่งเสียดฟ้า หมายจะสะกดกักขังผู้ที่กำลังก้าวออกมาทันที ทว่า... ในวินาทีที่หลี่มู่เฉินก้าวเท้าพ้นประตูมิติออกมา "เปรี้ยงงงงงงง!" สายฟ้าสีทองคำม่วงผ่าฟาดลงมาจากกลางวันแสกๆ โดยไม่มีเค้าลาง ทัณฑ์สวรรค์ระดับมหาประลัยรวมตัวกันเป็นรูปมังกรฟ้าเก้าหัวคำรามก้องสะท้านวิญญาณ แรงกดดันระดับที่ทำให้ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดกระอักเลือดตายคาที่แผ่ซ่านไปทั่ว หลี่มู่เฉินยืนตระหง่านอยู่กลางห้วงอากาศโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองทัณฑ์สวรรค์ เขาสบัดแขนเสื้อเบาๆ ครั้งหนึ่ง ปราณกระบี่สีครามสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างเรียบง่าย ทว่ามันกลับตัดผ่านค่ายกลโลหิตหมื่นพิษที่ขึ้นชื่อว่าไร้เทียมทานจนขาดสะบั้นลงในพริบตา! กองกำลังนับหมื่นนายเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของพวกมันแข็งค้าง ลมหายใจสะดุดกักขังอยู่ในลำคอ ก่อนที่หลี่มู่เฉินจะเอ่ยประโยคแรกออกมา ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันปริแยกออกเป็นรอยแผลขนาดใหญ่ ร่างเงาสลับซับซ้อนของบุคคลผู้หนึ่งที่ควรจะสูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ยุทธภพเมื่อหมื่นปีก่อน ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาททุกลมหายใจ! "ฮี่ๆๆ... หลี่มู่เฉิน เจ้าคิดว่าเจ้าไร้เทียมทานแล้วอย่างนั้นหรือ? แต่อย่าลืม... ดวงวิญญาณที่เจ้าขโมยมาครอง ไม่ใช่ของเจ้าแต่แรก!" (โปรดติดตามตอนต่อไป) ด้วยจิตคารวะ กระบี่ไร้ลักษณ์
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%