เสียงกระบี่สั่นระริกอยู่ในฝัก ดังกังวานราวกับเสียงคำรามของพญาอินทรีที่ถูกจองจำมาเนิ่นนาน
"การประลองคัดเลือกศิษย์เอกในวันนี้ มิใช่เพียงการแย่งชิงทรัพยากรบำเพ็ญเพียร แต่มันคือการเดิมพันด้วยเกียรติยศและเส้นทางแห่งเต๋าที่พวกเจ้าต่างไขว่คว้า!"
สุ้มเสียงทรงอำนาจของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหุบเขากระบี่สวรรค์ดังก้องไปทั่วลานประลองหินอัคนี เบื้องหน้าของหลี่มู่เฉินคือทะเลคนนับพันที่ต่างส่งเสียงฮึกเหิมและแววตาดุดันจ้องมองมายังเวทีกลาง ลานประลองแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยค่ายกลอัคคีทมิฬที่แผ่ไอความร้อนระอุออกมาจนอากาศบิดเบี้ยว แต่สำหรับหลี่มู่เฉินแล้ว บรรยากาศรอบตัวกลับเยือกเย็นดุจน้ำแข็งใต้พิภพ สายตาของเขานิ่งสงบ ทว่าล้ำลึกราวกับห้วงจักรวาลที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของไป๋อวี้เซียนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเขา ระยะห่างเพียงคืบ ทว่าไร้ซึ่งถ้อยคำเอื้อnเอ่ยใดๆ มีเพียงกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของวิชาเหมันต์นิรันดร์ที่แผ่ออกมาจากตัวนาง เพื่อช่วยระงับไอสังหารอันบ้าคลั่งที่หลี่มู่เฉินจงใจปล่อยออกมาข่มขวัญคู่ต่อสู้
"เจ้า... มั่นใจแค่ไหน?" ไป๋อวี้เซียนเอ่ยขึ้นแผ่วเบา น้ำเสียงของนางเรียบเฉยตามวิสัย ทว่าปลายนิ้วที่เรียวยาวดั่งหยกกลับกำด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย แสดงถึงความกังวลที่นางมักจะซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าอันไร้ความรู้สึกเสมอ
หลี่มู่เฉินไม่หันกลับไปมอง เขายังคงทอดสายตาไปยังคู่ต่อสู้คนแรกที่กำลังทะยานร่างขึ้นมาบนลานประลอง—ฟู่เทียนเกอ ศิษย์สายตรงผู้ทะนงตนและครอบครองเคล็ดวิชา 'หมัดทะลวงภูผา' ขั้นสมบูรณ์
มุมปากของหลี่มู่เฉินยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันต่อกฎเกณฑ์ของสำนักและโชคชะตา "ความมั่นใจหรือ? ศิษย์พี่ไป๋ ท่านก็รู้... ข้าไม่เคยสนใจเกมที่พวกมันจัดฉากขึ้นมา แต่ถ้าพวกมันอยากให้ข้าก้าวขึ้นเป็นศิษย์หลักนัก ข้าก็จะเหยียบซากศพของพวกมันขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุดเอง"
*ตูม!*
ฟู่เทียนเกอทะยานลงกระแทกพื้นลานประลองจนศิษย์รอบด้านต้องถอยร่นด้วยแรงกระแทก แรงปราณสีเหลืองอำพันระเบิดออกรอบตัวจนหินอัคนีแตกร้าวเป็นทางยาว ใบหน้าของฟู่เทียนเกอบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาจ้องมองหลี่มู่เฉินราวกับสัตว์ป่าพบเหยื่ออันโอชะ
"หลี่มู่เฉิน! เจ้าสวะที่อาศัยบารมีของศิษย์พี่หญิงคอยคุ้มกะลาหัว วันนี้บนเวทีประลองนี้ ไม่มีกฎระเบียบ ไม่มีผู้อาวุโสคอยห้ามปราม มีแต่ความเป็นและความตายเท่านั้น! เจ้ากล้ารับมือหมัดทะลวงภูผาของข้าหรือไม่!"
เสียงโห่ร้องของเหล่าศิษย์รอบลานประลองดังกระหน่ำขึ้นทันที หลายคนส่งเสียงเยาะเย้ยถากถาง เพราะในสายตาของคนทั่วไป หลี่มู่เฉินเป็นเพียงแค่ศิษย์ระดับล่างที่โชคดีได้รับความเมตตาจากเซียนกระบี่เหมันต์เท่านั้น พลังปราณที่แท้จริงของเขาควรจะต้อยต่ำจนไม่น่ามอง
ทว่า ไป๋อวี้เซียนกลับขมวดคิ้วมุ่น นางสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง... บางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ายามปกติ พลังปราณภายในร่างของหลี่มู่เฉินในยามนี้มิได้สงบนิ่ง แต่มันกำลังไหลเวียนย้อนกลับอย่างดุดัน ราวกับสายน้ำวนที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสรรพสิ่งเข้าสู่ความมืดมิด
"ถอยไปก่อน..." หลี่มู่เฉินเอ่ยเสียงเรียบกับนาง พร้อมกับก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว
เพียงก้าวเดียวที่เท้าสัมผัสพื้นหินอัคนี ไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขาและกลิ่นอายกระบี่อันคมกริบก็พุ่งทะยานเสียดฟ้าจนค่ายกลอัคคีทมิฬสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ลมปราณสีครามเข้มระเบิดออกจากร่างของเขาอย่างไร้การปิดบัง ขอบเขตพลังที่แท้จริงถูกเปิดเผยออกมาชั่วพริบตา—ปราณวิญญาณขั้นสมบูรณ์!
ฟู่เทียนเกอที่กำลังยิ้มเยาะถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มแข็งค้างอยู่บนใบหน้า ความกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของมันราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก ปราณของหลี่มู่เฉินในยามนี้มิใช่ปราณของศิษย์ระดับล่าง แต่มันคือปราณของราชันย์ผู้ผ่านการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วน!
"เจ้า... เจ้าทะลวงผ่านขั้นพลังตั้งแต่เมื่อไหร่!" ฟู่เทียนเกอแผדเสียงคำรามด้วยความตื่นตระหนก พยายามรวบรวมลมปราณทั้งหมดมาที่หมัดเพื่อชิงลงมือก่อน
"เมื่อไหร่ไม่สำคัญ..." หลี่มู่เฉินค่อยๆ ยกมือขึ้นจับด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างเอว ช้าๆ ทว่ามั่น
ดวงตาของเขาคมกริบราวกับคมกระบี่ที่พร้อมจะตัดขาดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับโลกหล้า ร่างกายผสานเข้ากับวิถีเต๋าแห่งฟ้าดินรอบด้านจนแทบไร้ตัวตน
"สำคัญที่ว่า... วันนี้ เจ้าจะรับกระบี่นี้ของข้าได้สักกี่ลมหายใจ"
สิ้นเสียงคำรามแผ่วเบา ร่างของหลี่มู่เฉินก็เลือนหายไปจากสายตาของผู้คน ทิ้งไว้เพียงประกายแสงสีครามเส้นหนึ่งที่พาดผ่านอากาศราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูหนาว!
*เปรี้ยง—!*
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวจนยอดเขาหลักถึงกับสั่นสะเทือน กลุ่มควันหนาทึบและเศษหินกระเด็นตลบอบอวลไปทั่วลานประลอง ผู้คนนับพันต่างยืนนิ่งงันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนลืมหายใจ ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังเพ่งมองไปยังใจกลางกลุ่มควันเพื่อดูผลแพ้ชนะ เสียงฝีเท้าหนักแน่นอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเข้าลานประลองหลัก—เขตหวงห้ามที่แม้แต่เจ้าสำนักยังต้องให้ความเกรงกลัว!
ร่างของชายชราผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายมังกรห้าเล็บด้วยด้ายทองคำ ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายกดดันระดับเซียนแท้จริงที่ทำให้ทุกคนถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น
"หยุดมือ..."
เสียงนั้นแฝงไปด้วยพลังปราณที่สะเทือนจิตวิญญาณ และบุคคลที่ก้าวตามหลังชายชราผู้นั้นมาติดๆ ทำให้ไป๋อวี้เซียนถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด นางอุทานออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเป็นครั้งแรกในชีวิต
"ท่านอาจารย์... เหตุใดเขาจึงออกจากด่านปิดตายเร็วกว่ากำหนด?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพมาด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 9
การประลองคัดเลือกศิษย์เอก
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!