"เจตంటิต่อสู้ของเจ้า ช่างน่าสมเพชเสียจริง... หลี่มู่เฉิน!"
เสียงคำรามกึกก้องราสายฟ้าฟาดผ่ากลางลานประลองสำนักชั้นใน "กระบี่เมฆาคล้อย" แรงกดดันจากลมปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกราวกับภูเขาถล่มลงมาทับร่าง ทว่าหลี่มู่เฉินกลับยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ห่อหุ้มด้วยอาภรณ์สีขาวที่สะบัดพลิ้วตามแรงลมอย่างไร้ความหวาดหวั่น ดวงตาคู่คมกริบดุจดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนเร้นในฝัก ลุ่มลึก ยากหยั่งถึง
เบื้องหน้าของเขาคือ 'เฟิงเทียนฮ่าว' ย우ษผู้เป็นศิษย์เอกสายตรงอันดับหนึ่งแห่งหอชำระโลหิต ผู้ถือครอง "กระบี่อัสนีโลหิต" อาวุธวิญญาณระดับนภาที่ส่งเสียงคำรามฮùฮ่ำราวกับอสูรกายกระหายเลือด รอบกายของเฟิงเทียนฮ่าวถูกรายล้อมด้วยอสนีบาตสีชาดที่แลบแปลบปลาทุ่ง ประกายแสงสีแดงฉานสะท้อนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเย่อหยิ่งและเคียดแค้น
"คิดจะเหยียบย่ำข้า เพื่อก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ศิษย์สายในอันดับหนึ่งงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!" เฟิงเทียนฮ่าวแผดเสียงลั่น พร้อมกับตวัดกระบี่ในมือส่งคลื่นพลังกระบี่อัสนีผ่าตรงมายังศีรษะของหลี่มู่เฉินอย่างอำมหิต รวดเร็วจนมองเห็นเป็นเพียงเส้นสายฟ้าสีเลือดพาดผ่านอากาศ
ทว่า หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว
ในห้วงเวลาที่ความเป็นความตายห่างกันเพียงเส้นด้าย สติสัมปชัญญะของเขากลับสงบนิ่งดุจผิวน้ำในบึงลึก ภาพเหตุการณ์ในอดีตชาติซ้อนทับเข้ามาในห้วงความคิด—วิญญาณราชันย์เซียนผู้เคยพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ไยต้องมาใส่ใจกับมดปลวกเช่นนี้เล่า? แต่นี่ไม่ใช่การแก้แค้นในอดีต นี่คือวิถีแห่งปัจจุบัน... เส้นทางที่เขาต้องพิสูจน์ให้สำนักแห่งนี้เห็นว่า ผู้ใดคือผู้ที่แท้จริง
*แววตาของหลี่มู่เฉินเปลี่ยนไป...* มันเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว ราวกับความตายได้ก้าวเข้ามาเยือนลานประลองแห่งนี้แล้ว
เขายกนิ้วเรียวยาวขึ้นชี้ฟ้า ลมปราณแท้จริงเก้าสวรรค์ระเบิดตัวออกจากจุดตันتيนอย่างรุนแรง เสียงคำรามทุ้มต่ำราวกับมังกรคำรามดังขึ้นจากร่างของเขา อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นวงคลื่น ความกดดันระดับที่ทำให้ผู้อาวุโสหลายท่านบนอัฒจันทร์ต้องลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง!
"วิชากระบี่ไร้ลักษณ์... กระบวนท่าที่หนึ่ง, ตัดสายธารา!"
พริบตาที่นิ้วมือตวัดลงมา กลางอากาศพลปราณกระบี่ไร้สีไร้ร่องรอยกลับคมกริบยิ่งกว่าศาสตราวุธใดในปฐพี มันพุ่งแหวกอากาศตัดผ่านคลื่นอัสนีสีชาดของเฟิงเทียนฮ่าวราวกับกระดาษเปียกน้ำ พลังที่ถมทับมานับร้อยปีสลายกลายเป็นความว่างเปล่าในพริบตาเดียว!
*ฉับ!*
เสียงเนื้อกระทบกับลมปราณเฉียบคมดังขึ้นเบาๆ ทว่าบาดลึกถึงวิญญาณ เฟิงเทียนฮ่าวเบิกตากว้าง คมกระบี่อัสนีในมือหักสะบั้นเป็นสองท่อน ร่างของศิษย์เอกผู้เย่อหยิ่งแข็งค้างกลางอากาศ ก่อนที่รอยกระบี่บางเฉียบจะปรากฏขึ้นบนหน้าอก เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาดั่งสายฝน ร่างของเขาตกลงกระแทกพื้นลานประลองเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ความเงียบสงบปกคลุมไปทั่วลานประลองชั้นใน ไร้ซึ่งเสียงหายใจของผู้คนนับพัน ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มชุดขาวที่ยืนสงบนิ่งราวกับเซียนผู้สูงส่ง แม้แต่เศษฝุ่นก็ยังไม่กล้าแตะต้องอาภรณ์ของเขา
บนระเบียงหอคอยสูงชัน สายตาสองคู่กำลังทอดมองเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง
ไป๋อวี้เซียน หรือเซียนกระบี่เหมันต์ ยืนกอดอกพิงเสาศิลา ใบหน้างดงามเย็นชาราวกับรูปสลักน้ำแข็ง แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับไหวระริกด้วยความรู้สึกซับซ้อน ความภาคภูมิใจและความห่วงใยฉายชัดขึ้นในแววตา นางพึมพำกับตนเองเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาจนมีเพียงสายลมที่ได้ยิน "เจ้าเติบโตขึ้น... จนข้าเกือบจะปกป้องเจ้าไม่ได้อีกแล้วสินะ มู่เฉิน"
ในขณะเดียวกัน ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักชั้นใน ซึ่งนั่งอยู่ ณ ประธานพิธี ถึงกับลูบเคราตัวเองด้วยความตกตะลึงระคนยินดี ปราณกระบี่เมื่อครู่ไร้รูปแบบแต่ทรงพลังถึงเพียงนี้ นี่คืออัจฉริยะในรอบพันปีอย่างแท้จริง!
"หลี่มู่เฉิน..." ผู้อาวุโสสูงสุดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานทรงพลัง กวาดสายตากลมกลืนไปทั่วลานประลอง "เจ้าสามารถเอาชนะเฟิงเทียนฮ่าวด้วยกระบวนท่าเดียว สมควรได้รับการยอมรับและแต่งตั้งให้เป็น... 'ศิษย์เอกสายในอันดับหนึ่ง' อย่างเป็นทางการ!"
เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีและเสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นราวกับคลื่นทะเลคลั่ง ศิษย์สำนักชั้นในหลายคนคุกเข่าลงแสดงความคารวะต่อความแข็งแกร่งอันไร้ผู้ต่อต้านของเขา
หลี่มู่เฉินเพียงแค่กวาดสายตาเรียบเฉยไปยังฝูงชน เขาไม่ได้รู้สึกยินดีปรีดาต่อตำแหน่งที่ผู้คนไขว่คว้าหา เพราะในสายตาของเขา ตำแหน่งศิษย์เอกนี้เป็นเพียงบันไดขั้นแรกสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะสะบัดชายแขนเสื้อเดินลงจากลานประลอง สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนหลบอยู่หลังเสาหินทิศตะวันตก
เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากอสูรโลหิต ทว่ากลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมา... เป็นกลิ่นอายเดียวกับ "พรรคโลหิตทมิฬ" ที่เคยสังหารตระกูลของเขาในอดีตชาติ!
ยิ่งไปกว่านั้น บนหน้ากากอสูรนั้นมีรอยสลักรูป "ดอกบัวเพลิงโลหิต" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำระดับสูงที่แม้แต่เจ้าสำนักกระจายเมฆายังต้องเกรงกลัว และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... เงาร่างนั้นกำลังหันมามองเขา พร้อมกับยกมือขึ้นทำท่าทาง "ปาดคอ" ส่งสัญญาณสังหารอย่างชัดเจน ก่อนจะแปรสภาพเป็นควันสีดำหายวับไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย!
หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงทันที หัวใจที่เคยสงบนิ่งดุจน้ำในบึงลึกกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง
*ศัตรูจากอดีตชาติ... ตามมาถึงสำนักชั้นในแล้วอย่างนั้นหรือ?*
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและก้าวผ่านขีดจำกัดไปพร้อมกับตัวละครในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 10
ก้าวแรกสู่เส้นทางสายตรง
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!