เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 11

โลกภายนอกที่กว้างใหญ่กว่า

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"หากเจ้าก้าวเท้าออกจากเขตแดนสำนักเมฆาคล้อยนี้ไป ชีวิตของเจ้าจะมิใช่ศิษย์ที่คอยหลบอยู่ใต้เงาใครอีก แต่จะกลายเป็นเพียงมดปลวกที่ยุทธภพพร้อมจะบดขยี้ได้ทุกเมื่อ... เจ้าพร้อมจะแลกชีวิตเพื่ออิสรภาพที่ไร้จุดหมายเช่นนั้นแล้วหรือ หลี่มู่เฉิน?" เสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในยามเหมันต์ของไป๋อวี้เซียนดังก้องขึ้น ขณะที่นางยืนตระหง่านอยู่บนยอดหอคอยศิลา สายลมหนาวสะบัดชายอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางจนพริ้วไหวราวกับผีเสื้อที่กำลังร่ายรำท่ามกลางหิมะ แต่สายตาคู่คมนั้นกลับจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก หลี่มู่เฉินไม่ตอบในทันที เขาเพียงแค่นแค่นยิ้มที่มุมปาก มือแกร่งกระชับด้ามกระบี่ข้างกายแน่นขึ้นเล็กน้อย พลังปราณในกายที่เคยถูกกักขังอยู่ในจุดชีพจรเริ่มไหลเวียนดุจสายน้ำเชี่ยวกราก เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่ทอดยาวไร้ขอบเขต ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโหยหามาตลอดนับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาในร่างศิษย์ชั้นผู้น้อยผู้นี้ "โลกภายนอกอาจจะกว้างใหญ่และโหดร้าย ท่านศิษย์พี่" เขาเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำแฝงไว้ด้วยความทะนงตนที่ยากจะปิดบัง "แต่ในสำนักที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวของผลประโยชน์และคำลวงหลอกนี้ ข้ากลับรู้สึกเหมือนกำลังหายใจด้วยปอดที่ถูกอุดไว้ หากต้องตายด้วยคมกระบี่ของจอมยุทธ์ในยุทธภพ ก็ยังดีกว่าต้องตายไปทั้งเป็นภายใต้อำนาจของคนที่แม้แต่ศักดิ์ศรีของตนเองยังรักษาไว้ไม่ได้" ไป๋อวี้เซียนขยับกายเล็กน้อย กลิ่นอายเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างนางทำให้อากาศรอบข้างหนาวเหน็บจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะตัวตามพื้นหิน "เจ้าช่างใจกล้านัก... ข้าเคยบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ว่าหากเจ้าไป ข้าจะมิอาจปกป้องเจ้าได้อีก" "ข้าไม่เคยต้องการให้ท่านปกป้อง" หลี่มู่เฉินหันกลับมาประจันหน้า ดวงตาสีเข้มของเขาฉายแวววาวโรจน์ดุจดาราในคืนเดือนดับ "สิ่งที่ข้าต้องการ... คือการยืนเคียงข้างท่านในฐานะผู้ที่คู่ควร ไม่ใช่ศิษย์พี่ที่คอยเอ็นดูศิษย์น้องที่อ่อนแอ" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนหัวใจของเซียนกระบี่เหมันต์ ใบหน้าเย็นชาของนางสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนที่นางจะถอนหายใจยาว แล้วโยนป้ายหยกสีเลือดชิ้นหนึ่งไปให้เขา "เมืองหลวงแห่งยุทธภพ 'นครฉางอัน' คือเป้าหมายของเจ้า ที่นั่นมีสำนักคลังวิชาลับที่ซึ่งผู้กล้าทั่วหล้าต่างปรารถนาจะครอบครอง หากเจ้าไปถึงที่นั่นได้โดยที่ยังมีลมหายใจ... บางทีเจ้าอาจจะได้คำตอบว่าเหตุใด ข้าถึงได้ให้ความสนใจในตัวเจ้ามากมายถึงเพียงนี้" หลี่มู่เฉินรับป้ายหยกนั้นมา สัมผัสเย็นเยียบแทรกซึมเข้าสู่ฝ่ามือ เขาพยักหน้าให้ศิษย์พี่หญิงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะทะยานร่างลงจากหอคอยศิลา ร่างของเขาพุ่งผ่านเมฆหมอกหายไปราวกับสายฟ้าแลบ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายปราณที่หนักแน่นและดุดัน การเดินทางผ่านผืนป่าทมิฬและหุบเขาไร้ชื่อเต็มไปด้วยอันตราย หลี่มู่เฉินอาศัยประสบการณ์จากอดีตชาติในการหลบเลี่ยงกับดักและสัตว์อสูรที่คอยดักซุ่ม ในยามที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เขาหยุดพักอยู่ใต้ต้นไม้โบราณที่แผ่กิ่งก้านสาขาบดบังแสงจันทร์ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เพียงเพื่อไปให้ถึงเมืองหลวง แต่เป็นการทดสอบขีดจำกัดของร่างเนื้อที่เขากำลังสิงสู่อยู่ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นก็ดังขึ้นจากพงหญ้าด้านหลัง มิใช่ฝีเท้าของสัตว์ป่า แต่เป็นจังหวะที่มั่นคงและเปี่ยมด้วยปราณสังหาร หลี่มู่เฉินไม่หันกลับไป แต่เขารับรู้ได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา "เจ้าช่างรนหาที่ตายนัก ศิษย์น้องหลี่" เสียงทุ้มต่ำของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังขึ้น เขาก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นศิษย์พี่ใหญ่จากฝ่ายในที่ทุกคนต่างเกรงขาม มือของเขากำลังหมุนลูกตุ้มเหล็กหนามไปมา "นึกหรือว่าท่านหญิงไป๋จะปกป้องเจ้าได้ตลอดไป? วันนี้ข้าได้รับคำสั่งมาให้จบเรื่องราวที่น่ารำคาญนี้เสีย" หลี่มู่เฉินลุกขึ้นช้าๆ เขาสัมผัสได้ว่าไอสังหารรอบตัวกำลังเข้มข้นขึ้นจนอากาศรอบข้างเริ่มบิดเบี้ยว นี่คือบททดสอบแรกที่แท้จริงบนเส้นทางสู่ยุทธภพที่เขากำลังเผชิญหน้า "คนอย่างเจ้า... ก็เป็นได้แค่สุนัขรับใช้ของพวกตระกูลใหญ่" หลี่มู่เฉินกล่าวพลางชักกระบี่ออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบฝักกระบี่ดังกังวานใสสะอาดประดุจเสียงพิณที่บรรเลงในงานศพ "เชิญเข้ามาได้เลย ข้ากำลังต้องการทดสอบเพลงกระบี่ที่เพิ่งบรรลุขั้นที่สามพอดี" ศิษย์พี่ใหญ่หัวเราะลั่นก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าศิษย์ทั่วไป ทว่าในวินาทีที่วิถีลูกตุ้มเหล็กพุ่งเข้าหาจุดตาย หลี่มู่เฉินกลับมิได้หลบหลีก เขากลับก้าวเท้าไปด้านข้างในองศาที่พิสดาร มือซ้ายสะบัดปราณสีครามออกไปดุจเข็มพิษ แทรกซึมเข้าสู่ช่องว่างระหว่างอาวุธของคู่ต่อสู้ ทว่าในจังหวะที่คมกระบี่ของเขาจะสัมผัสกับร่างของฝ่ายตรงข้าม พลังปราณมหาศาลจากเงามืดเบื้องหลังกลับพุ่งเข้าขัดขวาง แรงปะทะนั้นมหาศาลจนทำให้พื้นดินใต้เท้าของหลี่มู่เฉินแตกกระจาย "ยังเร็วไปที่จะประกาศชัยชนะ ศิษย์น้อง" เสียงเย็นชาที่คุ้นหูในความทรงจำอีกคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด... ชายหนุ่มในชุดสีดำสนิทผู้ซึ่งมีใบหน้าคล้ายคลึงกับหลี่มู่เฉินอย่างน่าประหลาดใจปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับดวงตาที่ฉายแววอาฆาตมาดร้าย "ดูเหมือนว่าการเดินทางสู่เมืองหลวงของเจ้า... จะจบลงตั้งแต่วินาทีนี้แล้ว เพราะข้ามาเพื่อทวงคืน 'วิญญาณ' ที่เจ้าขโมยไป" หลี่มู่เฉินเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ เมื่อตระหนักได้ว่าคนผู้นี้คือใคร... และเหตุใดลิขิตฟ้าจึงได้โหดร้ายกับเขาถึงเพียงนี้ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านขีดจำกัดและลุ้นระทึกไปพร้อมกับหลี่มู่เฉินในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%