"สามแสนศิลาวิญญาณระดับนภา... ไม่มีผู้ใดกล้าให้ราคาสูงกว่านี้แล้วกระมัง?"
เสียงทุ้มต่ำกังวานดั่งระฆังทองสัมฤทธิ์ดังสะท้อนไปทั่วห้องประมูลชั้นใต้ดินของหอหมื่นสมบัติ บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างใหญ่ที่ประดับด้วยไข่มุกราตรีรัศมีสีนวลกลับเงียบกริบลงในฉับพลัน ไอร้อนจากพลังปราณของผู้ฝึกตนระดับสูงนับร้อยชีวิตถูกกดทับด้วยความกดดันอันน่าสะพรึงกลัว จนแม้แต่เสียงหายใจก็ยังแทบไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง
หลี่มู่เฉินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักไม้จันทน์แดงในห้องรับรองพิเศษชั้นสาม สายตาคมกริบดั่งคมกระบี่จับจ้องมองลงไปยังแท่นประมูลเบื้องล่าง นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนที่วางแขนเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผู้ติดตาม
บนแท่นประมูลนั้น คือ 'โอสถพลิกฟ้าปฐพี' เม็ดกลมสีทองอร่ามที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วสารทิศ มันคือสมบัติล้ำค่าที่สามารถช่วยให้ผู้ฝึกตนในขอบเขตหลอมรวมวิญญาณทะลวงผ่านสู่ขอบเขตแก่นแท้ได้อย่างราบรื่นไร้ขีดจำกัด ไม่แปลกใจเลยที่สำนักใหญ่ทั้งสี่ในนครเมฆาต่างแย่งชิงกันจนหน้าดำคร่ำเครียด
ทว่า... เป้าหมายของหลี่มู่เฉินหาใช่โอสถเม็ดนั้นไม่ สายตาของเขากวาดมองไปยังเงาร่างระหงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—ห้องรับรองพิเศษฝั่งทิศบูรพาที่ถูกม่านมุกโปร่งแสงบังตาไว้ครึ่งหนึ่ง
ที่นั่น... มีกลิ่นอายปราณกระบี่ที่เย็นเยียบและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าน้ำค้างกลางหุบเขาพันปีแผ่ซ่านออกมา มันเป็นกลิ่นอายที่ต่อให้เปลี่ยนรูปลักษณ์หรือปิดกั้นจิตวิญญาณ วิญญาณราชันย์เซียนเช่นเขาก็ไม่มีวันลืมเลือน
ไป๋อวี้เซียน... เซียนกระบี่เหมันต์ผู้เยือกเย็นดุจน้ำแข็งแห่งสำนักกระบี่สวรรค์
"นายน้อย... ท่านมองสิ่งใดอยู่หรือขอรับ?" อาเฉิน ศิษย์น้องผู้ติดตามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย "โอสถนั่นเราประมูลมาได้แล้ว เหตุใดท่านจึงยังดู... เคร่งเครียดนัก"
หลี่มู่เฉินไม่ตอบคำถาม เขายกจอกชาขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้รสชาติขมปร่าบาดลึก1ลงในลำคอ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่แฝงความหมายลึกซึ้ง "บางครั้ง... สิ่งที่เจ้าปรารถนาจะพบที่สุด อาจเป็นสิ่งที่เจ้าไม่อยากเผชิญหน้ามากที่สุดในยามนี้"
ขณะที่บทสนทนากำลังหยุดลง ความโกลาหลเล็กๆ ก็เกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เมื่อค้อนประมูลเคาะลงครั้งสุดท้ายประกาศผู้ชนะ
*ตึง!*
"ยินดีต้อนรับท่านย우ผู้ทรงเกียรติจากห้องรับรองบูรพา! ท่านประมูล 'ไข่มุกเหมันต์เก้าชั้นฟ้า' ไปในราคาเจ็ดแสนศิลาวิญญาณ!" เสียงผู้ดำเนินรายการประมูลประกาศก้องด้วยความตื่นเต้น
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง ม่านมุกในห้องรับรองฝั่งตรงข้ามก็ถูกปัดขึ้นด้วยแรงปราณอันนุ่มนวลแต่มั่นคง ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกฤดู ก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ ท่วงท่าสง่างามราพณ์เทพธิดาลงจากสวรรค์ ใบหน้างดงามล่มเมืองไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตากลมโตคู่คมกริบดั่งกระบี่พญายมกวาดสายตาขึ้นมามองตรงยังห้องรับรองของหลี่มู่เฉินทันที
ราวกับเวลาหยุดเดิน ร่างกายของเหล่าผู้ฝึกตนรอบข้างแข็งค้าง
ไม่มีใครคาดคิดว่าเซียนสาวผู้สูงส่งและเก็บตัวเงียบเชียบแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ จะมาร่วมงานประมูลลับในเมืองชายแดนแห่งนี้ และที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือ... สายตาคู่นั้นไม่ได้มองไปที่สมบัติชิ้นใด แต่มันกำลังจดจ้องมายังร่างของหลี่มู่เฉินอย่างไร้การหลบเลี่ยง
บรรยากาศในห้องประมูลพลันกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ไอร้อนจากโอสถเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหนาวเหน็บที่เสียดแทงกระดูกดำ
หลี่มู่เฉินค่อยๆ วางจอกชาลง เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อคลุมสีดำสนิทสะบัดพลิ้วตามแรงลมปราณที่แผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่นคมปลาบประสานสายตากับนางโดยตรง ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้มประจบสอพลอ มีเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำอันเชี่ยวกราก
ไป๋อวี้เซียนขยับฝีปากเบาๆ นางไม่ได้ส่งเสียงออกมาผ่านทางวาจา แต่ด้วยทักษะการส่งเสียงผ่านจิตที่หลี่มู่เฉินอ่านออกได้อย่างชัดเจนจากรูปปาก
*‘เจ้ากล้าดียังไง... ถึงหนีหน้าข้ามาถึงที่นี่, หลี่มู่เฉิน’*
น้ำเสียงนั้นเย็นชา ทว่าลึกซึ้งจนสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชาของราชันย์เซียนผู้กลับชาติมาเกิด
หลี่มู่เฉินแค่นยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เขาก้าวเท้าเดินไปที่ระเบียงห้องรับรอง มือข้างหนึ่งไขว้หลัง อีกข้างกุมด้ามกระบี่วิญญาณที่เหน็บไว้ข้างเอวแน่นขึ้นเล็กน้อย พลังปราณสีครามเข้มเริ่มหมุนวนรอบกายต้านทานแรงกดดันจากนาง
"ศิษย์พี่ไป๋... ไม่พบกันนาน ฝีมือการเลือกสถานที่พบเจอของท่านยังคงยอดเยี่ยมเช่นเคย" หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงกังวานไปทั่วห้องโถง
คำพูดนั้นทำให้ผู้คนรอบข้างหันขวับมามองด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด! *ศิษย์พี่ไป๋?* หรือสตรีผู้สูงศักดิ์นางนี้คือ เซียนกระบี่เหมันต์ผู้เลื่องชื่อ และเด็กหนุ่มผู้นี้คือ... ศิษย์สายรองผู้ต่ำต้อยที่เคยตกเป็นข่าวลืออื้อฉาวในสำนักเมื่อหลายเดือนก่อน?
ไป๋อวี้เซียนไม่สนใจสายตาของผู้คน นางก้าวเท้าเหยียบอากาศเพียงก้าวเดียว ร่างของนางก็พุ่งทะยานขึ้นมาหยุดยืนอยู่บนระเบียงห้องรับรองฝั่งตรงข้าม ห่างจากหลี่มู่เฉินเพียงแค่เอื้อมมือถึง ปราณกระบี่เหมันต์รอบตัวนางแผ่ซ่านจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมตามราวระเบียงไม้
"เจ้าคิดว่าซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของยุทธภพนี้ แล้วข้าจะตามหาเจ้าไม่เจออย่างนั้นหรือ?" ไป๋อวี้เซียนเอ่ยเสียงเย็น เย็นเยียบยิ่งกว่าลมหนาวในแดนสนธยา มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่ด้ามกระบี่ข้างกาย "พลังปราณในตัวเจ้า... เปลี่ยนไปแล้ว มันไม่ใช่เคล็ดวิชาของสำนักเรา... เจ้าไปฝึกวิชาอัปมงคลใดมา!"
หลี่มู่เฉินไม่ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว เขาสSABกหน้ามองสตรีตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้รู้ว่านางอยู่ในขอบเขตแก่นแท้ขั้นสมบูรณ์ที่สูงส่งกว่าตนถึงสองขอบเขตใหญ่ แต่จิตวิญญาณของราชันย์เซียนหาได้ก้มหัวให้ผู้ใดไม่
"วิชาอัปมงคลหรือ?" หลี่มู่เฉินหัวเราะในลำคอ แววตาฉายประกายเย้ยหยันฟ้าดิน "ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ มีสิ่งใดเรียกว่าอัปมงคลหรือมีคุณธรรมเล่า? ศิษย์พี่... ท่านก้าวก่ายวิถีของข้ามากเกินไปแล้ว"
สิ้นคำพูดของเขา บรรยากาศรอบตัวก็ระเบิดออกด้วยแรงกดดันมหาศาล!
ทว่า... ก่อนที่กระบี่เล่มงามของไป๋อวี้เซียนจะถูกชักออกจากฝักเพื่อสั่งสอนความอวดดีของชายหนุ่ม เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากเบื้องบนหลังคาหอหมื่นสมบัติ แรงระเบิดรุนแรงจนหลังคากระเบื้องเคลือบแตกกระจายละเอียดเป็นผุยผง!
*ตูมมม!*
เศษซากไม้และฝุ่นควันพวยพุ่งตลบอบอวล พร้อมกับเงาร่างสีดำทมิฬนับสิบร่างที่พุ่งทะยานลงมาปิดล้อมห้องประมูลไว้ทั้งหมด และที่น่ากลัวที่สุดคือ... กลิ่นอายปราณระดับผู้หลุดพ้นจากโลกีย์ที่กดทับลงมาจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
ไป๋อวี้เซียนขมวดคิ้วมุ่น นางชะงักการชักกระบี่ทันทีแล้วหันขวับไปมองผู้มาเยือนปริศนา
หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงแคบ คมกระบี่ในมือสั่นระริกด้วยความตื่นตัว เพราะเงาร่างตรงกลางกลุ่มผู้มาใหม่นั้น... กำลังถือป้ายคำสั่งโบราณที่สลักรูป 'อสูรโลหิต' ซึ่งเขาจำได้แม่นยำว่าเป็นของศัตรูคู่อาฆาตในอดีตชาติ!
และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากวาจาใด ร่างของชายสวมหน้ากากเงินผู้เป็นผู้นำก็ก้าวออกมาจากเงาไฟ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ฮ่าๆๆ... ไป๋อวี้เซียน หลี่มู่เฉิน พวกเจ้าสองคนพี่น้องตระเตรียมใจไว้รับความตายในวันนี้แล้วหรือยัง?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านขีดจำกัดและลุ้นระทึกไปพร้อมกับหลี่มู่เฉินในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 12
การพบกันที่ไม่ได้นัดหมาย
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!