เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 32

วีรบุรุษผู้ฝืนลิขิต

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
“ถ้าหากเบื้องบนคือสวรรค์... เบื้องล่างคือแผ่นดิน... เช่นนั้นข้า หลี่มู่เฉิน ผู้นี้ ขอเหยียบย่ำทั้งนรกและสวรรค์ให้จมอยู่ใต้คมกระบี่!” เสียงคำรามก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน สะท้อนก้องไปทั่วหุบผาดาราดับสูญ แรงกดดันจากมหาเขตแดนเทพเซียนระดับเก้าชั้นฟ้าแผ่ซ่านกดทับจนสรรพสิ่งบริเวณนั้นสั่นสะเทือน เมฆหมอกสีชาดบนท้องนภาบิดเบี้ยวเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ สายฟ้าสีทองคำขาวนับล้านสายฟาดผ่าลงมายังจุดยืนของเด็กหนุ่มผู้ถือครองกระบี่ไร้ลักษณ์ ทว่าไม่มีสายฟ้าใดกล้าเข้าใกล้รัศมีสามเชียรของเขา ร่างของหลี่มู่เฉินในยามนี้อาบไล้ด้วยออร่าสีครามเข้มข้นจนกลายเป็นโลหะ ปราณกระบี่ในร่างหมุนวนราวกับดาราจักรที่กำลังระเบิด ไป๋อวี้เซียนยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขา แม้ทั่วร่างจะชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีชาดจากทัณฑ์สวรรค์เมื่อครู่ แต่แววตาคู่คมของนางที่มองไปยังบุรุษเบื้องหน้ากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความรักลึกซึ้งและหยาดน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจที่รินไหลผสมกับฝุ่นผงยุทธภพ “มู่เฉิน... เจ้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว” น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะความห่วงใยที่กัดกินหัวใจ นางยื่นมือที่สั่นเทาออกไปหมายจะดึงรั้งชายหนุ่มกลับมาจากการท้าทายกฎสวรรค์อันเป็นหนทางสู่ความดับสูญ หลี่มู่เฉินหันกลับมามองสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ สายตาที่เคยเย็นชาและไร้ความรู้สึกต่อโลกหล้า กลับอ่อนโยนลงดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ เขายกมือขึ้นปัดปอยผมที่เปียกชื้นของนางอย่างทะนุถนอม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่แม้แต่ทวยเทพก็ต้องสะท้าน “อวี้เซียน... ในอดีตชาติ ข้าเคยยอมก้มหัวให้กฎเกณฑ์สวรรค์ จนต้องสูญเสียทุกสิ่งแม้กระทั่งเจ้า ในชาตินี้... หากเส้นทางเซียนนี้บังคับให้ข้าต้องตัดขาดความรู้สึกและสยบยอมต่อเงื้อมมือพวกมัน ข้าขอเป็น 'มาร' ที่ล้างผลาญสวรรค์เสียยังดีกว่าที่จะยืนมองเจ้าต้องเจ็บปวดเพื่อข้าอีกครั้ง” คำพูดนั้นดังก้องราวกับประกาศิตแห่งเงาอสูร ทันใดนั้น ท้องนภาเบื้องบนก็แหวกออก เผยให้เห็นดวงเนตรสีทองมหึมาคู่หนึ่งที่จ้องมองลงมาจากมิติเบื้องบน—ดวงเนตรแห่งผู้สร้าง กฎเกณฑ์แห่งเต๋าที่ควบคุมวัฏสงสารมานานนับกัปวรกัลป์ เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของระฆังโบราณจากสรวงสวรรค์ดังสะท้อนก้องในจิตวิญญาณของทุกคนในรัศมีหมื่นลี้ *“มนุษย์สามหาว...บังอาจท้าทายลิขิตสวรรค์ โทษทัณฑ์คือความดับสูญทั้งจิตวิญญาณและร่างเนื้อ!”* สิ้นเสียงประกาศิต แรงกดดันระดับมหาเทพก็พุ่งทะยานลงมาดุจภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่าของหลี่มู่เฉิน กระดูกทั่วร่างของเขาประท้วงส่งเสียงลั่นกรอบ เลือดสดๆทะลักออกจากมุมปากของชายหนุ่มทันที ทว่าเขากลับไม่ยอมคุกเข่าลงแม้แต่น้อย สองเท้าปักหลักแน่นราวกับรากของต้นไม้โบราณที่หยั่งลึกถึงใจกลางแผ่นดิน “ทัณฑ์สวรรค์รึ? พวกเจ้ามันก็แค่พวกเห็นแก่ตัวที่กลัวว่ามนุษย์จะก้าวข้ามหัวไปได้เท่านั้น!” หลี่มู่เฉินเงยหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีทองคำบริสุทธิ์ แสงสว่างเจิดจ้าพุ่งทะยานออกจากร่างราวกับสุริยันพันดวง เขายกมือขวาขึ้น กระบี่ไร้ลักษณ์ที่หลอมรวมจากจิตวิญญาณและปณิธานอันแน่วแน่ปรากฏขึ้นในอุ้งมือ แม้ตัวกระบี่จะมองไม่เห็นรูปร่างที่แท้จริง แต่มันกลับแผ่รังสีคมกล้าที่สามารถตัดผ่านมิติเวลาและห้วงสุญญากาศได้ ไป๋อวี้เซียนเห็นดังนั้น นางกัดฟันกรอด รวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้าย พลังวิญญาณน้ำแข็งเก้าชั้นฟ้าถูกปลดปล่อยออกมาจนรอบกายกลายเป็นทุ่งน้ำแข็งสีคราม นางก้าวขึ้นมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา กระบี่เหมันต์ในมือเปล่งแสงเจิดจ้าสะท้อนกับประกายแสงของหลี่มู่เฉิน “หากสวรรค์ต้องการพรากเจ้าไปจากข้า... ข้าก็จะแช่แข็งสวรรค์ผืนนี้ให้ดับดิ้นไปพร้อมกับพวกเรา!” น้ำเสียงของนางเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน ความรักของนางและเขาในยามนี้ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นพลังแห่งการ "ฝืนลิขิต" ที่สั่นคลอนรากฐานของสามภพ “ดี! เช่นนั้นวันนี้ เราสองคนจะร่วมกันแหวกฟ้าสวรรค์ด้วยกัน!” หลี่มู่เฉินคำรามลั่น ร่างของเขาทะยานขึ้นสู่ท้องนภา ปะทะเข้ากับสายฟ้าสีทองและแรงกดดันระดับเทพเซียนโดยตรง ความเร็วของเขารวดเร็วจนทิ้งภาพติดตาไว้เบื้องหลัง ดาบแรกฟันออกไป—ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ผ่าสายฟ้าสีทองออกเป็นสองเสี่ยง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย ทว่าเบื้องหลังดวงเนตรสีทองนั้น กลับปรากฏเงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด... ร่างของเซียนผู้เฒ่าผู้เคยเป็นอาจารย์ในสำนักกระบี่เทวะ ผู้ซึ่งหายสาบสูญไปเมื่อร้อยปีก่อน กำลังยืนยิ้มเยาะอยู่ท่ามกลางมิติที่บิดเบี้ยว พร้อมกับยื่นมือถือกระบี่มารโลหิตพุ่งตรงมาแทงทะลุหัวใจของไป๋อวี้เซียนที่อยู่เบื้องล่าง! “อวี้เซียน ระวัง!” หลี่มู่เฉินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ภาพอดีตชาติที่นางต้องตายในอ้อมแขนซ้อนทับขึ้นมาในห้วงความคิด ความโกรธเกรี้ยวและพลังปราณดิบเถื่อนระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด เขายกเลิกการโจมตีสวรรค์กลางคัน แล้วพุ่งร่างกลับหลังด้วยความเร็วเหนือแสงเพื่อเอาตัวเข้ามารับคมกระบี่แทนหญิงสาว *ฉัก!* คมกระบี่มารโลหิตทะลุผ่านเกราะปราณและเสียบเข้าที่แผ่นหลังของหลี่มู่เฉินอย่างจัง โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมชุดคลุมสีขาวจนกลายเป็นสีชาด ไป๋อวี้เซียนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดระคนตกใจ เมื่อเห็นชายผู้เป็นที่รักเอาชีวิตเข้ามารับความตายแทนตน “มู่เฉินนน!” ขอขอบพระคุณรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมกระบี่ หยาดโลหิต และบททดสอบแห่งหัวใจบทนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%