เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 19

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
กลิ่นหอมของชาไป๋หลิงหมื่นปีลอยกรุ่นอยู่กลางตำหนักโถงมังกรคราม ทว่าบรรยากาศกลับหนתทึบราวกับถูกกดทับด้วยภูเขาหินนิลกาฬทั้งลูก "ผู้อาวุโสสาม... ท่านคิดว่าข้อแก้ตัวนี้ จะตบตาผู้สำเร็จราชการและเหล่าศิษย์ในสำนักได้จริงๆ หรือ?" เสียงทุ้มต่ำราวกับคมกระบี่ที่ถูกชักออกจากฝักอย่างเชื่องช้าดังขึ้นทำลายความเงียบ หลี่มู่เฉินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยมองชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้มเบื้องหน้า รัศมีปราณเซียนที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาแม้จะถูกกดไว้ด้วยเคล็ดวิชา แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ลมหายใจของคนระดับหลอมรวมวิญญาณสะดุด ผู้อาวุโสสาม "หานเทียนเจี้ยน" แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลาบิดเบี้ยวด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาคู่นั้นกวาดมองหลี่มู่เฉินด้วยแววตาดดูแคลนระคนสมเพช "หลี่มู่เฉิน เจ้าเป็นเพียงแค่ศิษย์รุ่นเยาว์ที่เพิ่งไต่เต้าขึ้นมาจากหุบเขาขยะ ไฉนจึงอาจหาญมาท้าทายอำนาจของผู้อาวุโสเช่นข้า? หลักฐานไม่มี พยานก็เป็นเพียงแค่พวกมดปลวก เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าข้าคือหนอนบ่อนไส้ที่ส่งข่าวให้สำนักมารโลหิต?" ภายในโถงกว้าง เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สายในนับร้อยต่างซุบซิบกันด้วยความหวาดหวั่น ไม่มีใครกล้าออกตัวเข้าข้างฝ่ายใด เนื่องจากบารมีของหานเทียนเจี้ยนสั่งสมมานานนับร้อยปี ทว่าในขณะเดียวกัน ชื่อเสียงของหลี่มู่เฉินในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาก็โดดเด่นจนน่าสะพรึงกลัว ราวกับดาวหางที่พุ่งชนความนิ่งงันของยุทธภพ ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดหิมะก็ก้าวเข้ามาทางประตูโถง ไป๋อวี้เซียน (เซียนกระบี่เหมันต์) เดินเข้ามาด้วยฝีก้าวที่ไร้เสียง ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนน้ำชาในถ้วยของทุกคนเริ่มจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางๆ นางไม่ได้มองหานเทียนเจี้ยนแม้แต่น้อย สายตานิ่งงันคู่นั้นทอดมองไปยังหลี่มู่เฉิน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นที่สั่นสะท้อนจิตวิญญาณ "มู่เฉิน... คนเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องต่อความยาวสาวความยืดด้วยวาจา ความจริงมักจะกระจ่างด้วยคมกระบี่เสมอ" หานเทียนเจี้ยนสีหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อเห็นไป๋อวี้เซียนก้าวเข้ามา แม้เขาจะบรรลุขอบเขตแดนสวรรค์ขั้นที่ห้าแล้ว แต่ชื่อเสียงของเซียนกระบี่เหมันต์ผู้ใช้กระบี่เดียวทะลวงกองทัพมารไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้โดยง่าย "อวี้เซียน! เจ้ากล้าลบหลู่ผู้อาวุโสหรือ? แม้เจ้าจะเป็นศิษย์สายตรงของเจ้าสำนัก แต่กฎก็คือกฎ!" หานเทียนเจี้ยนคำราม เสียงปราณสะท้อนจนคานไม้ลั่นเอี๊ยด "กฎ?" หลี่มู่เฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายสูงโปร่งแผ่ไอสังหารที่รุนแรงจนอากาศบิดเบี้ยว เขาก้าวเข้าไปหาหานเทียนเจี้ยนทีละก้าว ทุกย่างก้าวราวกับเสียงกลองศึกที่ทุบลงกลางใจคนฟัง "เจ้ายังมีความหน้าด้านเอ่ยคำว่ากฎอีกหรือ? หานเทียนเจี้ยน เมื่อสามปีก่อน ค่ายกลป้องกันค่ายสำนักฝั่งตะวันตกถูกทำลายจนทำให้ศิษย์สายในนับร้อยต้องสังเวยชีวิตแก่พวกมารโลหิต ใครเป็นคนอนุมัติการเปลี่ยนศิลาอัคคีสวรรค์?" หานเทียนเจี้ยนสะดุ้งเฮือก สีหน้าซีดเผือดลงชั่วพริบตา แต่ยังคงกัดฟันปฏิเสธเสียงแข็ง "เหลวไหล! ข้าเป็นคนดูแลคลังสมบัติ มีหรือจะทำเรื่องเช่นนั้น!" "ปากแข็งนัก..." หลี่มู่เฉินสะบัดมือเบาๆ ห้วงมิติรอบตัวสั่นไหว อักขระโบราณสีทองนับพันปรากฏขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นภาพจำลองเหตุการณ์ในอดีตที่ถูกบันทึกไว้ด้วยวิชา "กระจกย้อนอดีตสวรรค์" ภาพของหานเทียนเจี้ยนที่กำลังลอบส่งคัมภีร์ลับและศิลาอัคคีสวรรค์ให้กับประมุขพรรคมารโลหิตปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคนอย่างชัดเจน เสียงสนทนาระหว่างพวกมันดังสะท้อนก้องไปทั่วตำหนักโถงมังกรคราม ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาด้วยความโกรธเกรี้ยวจะระเบิดขึ้นราวกับคลื่นทะเลคลั่ง บรรดาผู้อาวุโสที่เคยสนับสนุนหานเทียนเจี้ยนต่างรีบถอยก้าวออกห่างทันทีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ "เจ้า... เจ้าเด็กสารเลว! กล้าใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามรวบรวมภาพลวงตามาใส่ร้ายข้า!" หานเทียนเจี้ยนแววตาแดงก่ำด้วยความเคียดแค้น เมื่อหนทางรอดไม่มีเหลือ ความชั่วร้ายที่แท้จริงจึงถูกปลดปล่อยออกมา พลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างของเขาทันที พร้อมกับกระบี่โลหิตเล่มมหึมาที่ถูกชักออกมาจากแหวนมิติ "วันนี้พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องตายอยู่ที่นี่!" หานเทียนเจี้ยนแปรสภาพเป็นเงาดำ พุ่งเข้าหาหลี่มู่เฉินด้วยความเร็วระดับสายฟ้าแลบ เคล็ดวิชา "กระบี่ผ่าวิญญาณโลหิต" ถูกงัดออกมาใช้ หวังจะเด็ดหัวเด็กหนุ่มผู้เป็นภัยคุกคามให้สิ้นซากในกระบวนท่าเดียว ทว่า หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะขยับตัวหลบ ดวงตาสนธยาของเขาฉายแววเย้ยหยัน ในขณะที่ไป๋อวี้เซียนขยับตัววูบ ร่างของนางหายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าหลี่มู่เฉินพร้อมกับกระบี่ในมือที่เปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า *เปรี้ยง!* คลื่นกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ปะทะเข้ากับปราณโลหิตอย่างรุนแรง แรงระเบิดทำให้พื้นศิลาแกร่งของตำหนักแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ทว่าในวินาทีที่วิชาของทั้งสองฝ่ายหักล้างกันนั้นเอง... รอยยิ้มชั่วร้ายและแปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหานเทียนเจี้ยน "หลี่มู่เฉิน... เจ้าคิดว่าข้าคือหนอนตัวเดียวจริงๆ หรือ?" สิ้นเสียงของหานเทียนเจี้ยน พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของหลี่มู่เฉินและไป๋อวี้เซียนก็พลันเรืองแสงสีม่วงเข้ม อักขระผนึกมารโบราณนับหมื่นตัวพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดิน พันธนาการร่างของทั้งสองไว้ในพริบตา พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวออกมาจากมิติที่ฉีกขาดด้านหลังบัลลังก์เจ้าสำนัก... ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมติดตามและส่งแรงใจให้มู่เฉินมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%