ศาลาเมฆาอัสดงยามนี้... อบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่ถูกโรยไว้ด้วยหน้ากากของความชอบธรรม
"ผู้อาวุโสไป๋... ท่านคิดจะกบฏต่อสำนักตงอวิ๋นจริงๆ หรือ?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมด้วยจิตสังหารของ ‘พรรคพวกแห่งโถงวินิจฉัย’ ดังสะท้อนก้อง ท่ามกลางสายตาของเหล่าศิษย์นับร้อยที่ยืนล้อมรอบบริเวณฝึกตน ร่างชราของผู้อาวุโสฮั่น ผู้เคยถ่ายทอดวิชาพื้นฐานและโอบอุ้มหลี่มู่เฉินในยวันที่เขายังเป็นเพียงศิษย์ไร้ค่า บัดนี้กลับทรุดกายลงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า อาภรณ์สีเทาเขรอะฝุ่นเปื้อนคราบโลหิตสีดำคล้ำ
ที่มุมหนึ่งของลานประลอง หลี่มู่เฉินยืนสงบนิ่ง ร่างกายผอมเพรียวแต่ทว่าแผ่ซ่านบรรยากาศอันเย็นเยียบดุจกริชที่ซ่อนเร้นอยู่ในฝัก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปยังผู้อาวุโสใหญ่จ้าวผู้ยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่บนแท่นหยกสูง เขาไม่กล่าวสิ่งใดออกมาในทันที แต่หยดเหงื่อที่ซึมตามไรผมสะท้อนถึงคลื่นอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนดั่งพายุใต้ทะเลลึก
“ข้า… ไม่เคยทรยศสำนัก!” ผู้อาวุโสฮั่นกระอักโลหิตออกมาคำโต ดวงตาฝ้าฟางฉายแววเจ็บปวดร้าวราน “ยาเม็ดจิตสวรรค์ที่หายไปจากคลังสมบัติ ข้าเป็นเพียงผู้ตรวจสอบตามหน้าที่ เหตุใดจึงกลายเป็นว่าข้าเป็นผู้ขโมยมันไปเล่า!”
“หลักฐานมัดตัวแน่นหนาเช่นนี้ ท่านยังกล้าปฏิเสธอีกหรือ?” ผู้อาวุโสใหญ่จ้าวแค่นเสียงหัวسخرเยาะ แววตาคมปลาวาฬกราดมองลงมา “ศิษย์น้องฮั่น เจ้าแอบลักลอบส่งสมบัติวิเศษให้แก่สำนักมารนอกรีตมาเนิ่นนาน ข้ารู้เห็นเป็นใจหลับตาข้างหนึ่งมาตลอด แต่ครั้งนี้มันเกินว่าที่กฎสำนักจะให้อภัยแล้ว!”
คำกล่าวอ้างอันบริสุทธิ์ผุดผ่องแต่กลับเต็มไปด้วยพิษสงนี้ ทำให้เหล่าศิษย์รอบด้านส่งเสียงฮือฮาขึ้นทันที หลายคนมองผู้อาวุโสฮั่นด้วยสายตารังเกียจและดูแคลน รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกที่เคยอิจฉาริษยาในคุณความดีของผู้อาวุโสชราผู้นี้
นี่คือการใส่ร้ายป้ายสีที่ไร้ยางอายที่สุด!
หลี่มู่เฉินหลับตาลงชั่วพริบตา ภาพในอดีตซ้อนทับขึ้นมา—ในวันที่เขาล้มเหลวจากการทดสอบปราณจนเกือบถูกขับไล่ออกจากสำนัก มีเพียงผู้อาวุโสฮั่นที่ยื่นห่อสมุนไพรฟื้นฟูจิตวิญญาณราคาถูกให้ พร้อมกับตบไหล่เบาๆ และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า *“วิถีเซียนทอดยาวไกลนัก เจ้าหนุ่ม… อย่าเพิ่งรีบยอมแพ้ต่อโชคชะตา”*
บุญคุณนี้… หนักหน่วงดุจขุนเขา! ความกตัญญูที่ถูกเหยียบย่ำเช่นนี้ มีหรือที่ราชันย์เซียนผู้กลับชาติมาเกิดจะยินยอมนิ่งเฉย?
"อาจารย์ฮั่น..."
เสียงราบเรียบทว่าทรงพลังดังขึ้นแหวกอากาศ หลี่มู่เฉินก้าวเท้าเดินออกไปข้างหน้าทีละก้าว ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวผ่าน พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้ากลับปรากฏรอยร้าวเป็นทางยาว แรงกดดันจากลมปราณระดับแก่นแท้ขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกโดยไร้การปิดบัง จนทำให้เหล่าศิษย์รอบข้างถึงกับหายใจติดขัด ถอยร่นไปโดยอัตโนมัติ
ไป๋อวี้เซียน (เซียนกระบี่เหมันต์) ซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่บนระเบียงชั้นสอง ขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย นางขยับกายเล็กน้อยราวกับจะก้าวลงไปห้ามปราม แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวของหลี่มู่เฉิน นางจึงชักเท้ากลับ รัศมีกระบี่สีครามรอบกายของนางสั่นระริกเบาๆ พร้อมปกป้องคุ้มครองเขาในยามฉุกเฉินเสมอ
“มู่เฉิน… เจ้าอย่าได้เอาตัวเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องนี้เลย” ผู้อาวุโสฮั่นเงยหน้าขึ้นฝืนกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “คนพวกนี้… มีแผนการใหญ่ เจ้าสู้พวกเขาไม่ได้หรอก”
“เรียนผู้อาวุโสฮั่น ศิษย์เป็นคนไร้ค่าในวันนั้นได้เพราะท่านชี้นำ วันนี้หากศิษย์ปล่อยให้สุนัขรับใช้ผู้มีอำนาจเหยียบย่ำความยุติธรรมจนจมดิน วิถีกระบี่ที่ศิษย์ฝึกฝนมาคงแตกสลายกลายเป็นเศษขยะไปเสียดีกว่า!”
คำกล่าวของหลี่มู่เฉินดังก้องกังวาน ราวกับเสียงอสุนีบาตฟาดผ่าลงกลางใจคน ผู้อาวุโสใหญ่จ้าวสีหน้าเปลี่ยนสีทันที ตบที่พนักเก้าอี้หยกจนแหลกละเอียด ลุกขึ้นยืนชี้หน้าหลี่มู่เฉินด้วยความโกรธเกรี้ยว
“สามหอง! เจ้าเป็นแค่ศิษย์รุ่นเยาว์ กล้าดียังไงมากล่าวหาผู้อาวุโสเช่นนี้! หรือว่าเจ้าสมรู้ร่วมคิดกับตาแก่นี่ขโมยสมบัติสำนักด้วย?”
“สมรู้ร่วมคิดงั้นหรือ?” หลี่มู่เฉินหัวเราะเยาะในลำคอ แววตาคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งถึงจิตใจอันสกปรกโสมมเบื้องหลังรอยยิ้มนั้น “ยาเม็ดจิตสวรรค์ที่ท่านกล่าวอ้างว่าหายไป แท้จริงแล้วถูกเก็บไว้ในห้องลับใต้ดินของท่านเองมิใช่หรือ? ผู้อาวุโสใหญ่จ้าว… ท่านต้องการใช้ความผิดนี้เพื่อกำจัดผู้ที่ขัดขวางการขึ้นครองตำแหน่งเจ้าสำนักคนต่อไปของท่านต่างหาก!”
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานประลองในทันที ทุกคนต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าศิษย์ผู้นี้จะกล้ากล่าววาจาเสียดแทงหัวใจถึงเพียงนี้
“เจ้า… สุนัขสารเลว! รนหาที่ตายนัก!”
ผู้อาวุโสใหญ่จ้าวสะบัดมือครั้งหนึ่ง พลังปราณระดับจิตวิญญาณขั้นสูงระเบิดออกดุจคลื่นยักษ์ซัดสาด ฝ่ามือเพลิงผลาญอัคคีพุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของหลี่มู่เฉินหมายปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว แรงกดดันนี้รุนแรงจนแม้แต่ศิษย์สายในยังต้องกระอักโลหิต
ทว่า หลี่มู่เฉินหาได้หลบเลี่ยงไม่!
เขายืนหยัดตระหง่าน แววตาฉายประกายสีทองเจิดจ้า ร่างกายเปล่งแสงสว่างวาบดุจทองคำบริสุทธิ์ กระบี่เหล็กธรรมดาในมือสั่นระริกส่งเสียงคำรามดั่งพญาเสือโคร่ง
ในวินาทีที่ฝ่ามืออัคคีพุ่งเข้ามาประชิดตัว หลี่มู่เฉินชักกระบี่ออกจากฝักอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงแหวกอากาศแหลมคม—
*ฉับพลัน!*
ประกายกระบี่สีเงินยวดยิ่งกว่าแสงจันทร์พาดผ่านความมืดมิด ตัดผ่านคลื่นเพลิงสีแดงฉานขาดเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย ราวกับใช้มีดคมกริบตัดกระดาษบางๆ ผู้อาวุโสใหญ่จ้าวหน้าถอดสีด้วยความตื่นตระหนก ถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว
“นี่มัน… วิชาอะไรกัน!?”
หลี่มู่เฉินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปลายกระบี่จ่อตรงไปที่หว่างคิ้วของผู้อาวุโสใหญ่จ้าวโดยไม่สะท้านสะเทือน น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่น่าเกรงขามจนจิตวิญญาณของทุกคนต้องสั่นสะท้าน
“วันนี้… ใครหน้าไหนก็อย่าหวังจะแตะต้องตัวอาจารย์ฮั่น แม้แต่เงาของเขา พวกเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์แตะ!”
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ท้องฟ้าเบื้องบนกลับมืดครึ้มลงฉับพลัน เมฆดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีทองที่ผ่าลงมากลางลานประลองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
ร่างเงาปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏกายขึ้นบนยอดเสาหิน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงกระดูกดำดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของทุกคน
“ฮ่าๆๆ… ช่างเป็นศิษย์กตัญญูที่น่าซาบซึ้งใจเสียจริง… แต่ก็น่าเสียดาย ที่เจ้าไม่มีโอกาสได้เห็นวันพรุ่งนี้อีกแล้ว…”
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 18
ความกตัญญูที่ถูกท้าทาย
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!