โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผนังกั้นเมืองโบราณ เปรียบดั่งดอกอวี้ถังที่เบ่งบานท่ามกลางฤดูหนาวอันโหดร้าย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายอสูรที่แผ่พุ่งทะยานเสียดฟ้า ท้องนภาเหนือนครหลงจิ่วบัดนี้ถูกย้อมด้วยสีม่วงคล้ำอันเกิดจากค่ายกลมารโลหิต เสียงกรีดร้องของเด็กน้อยและเสียงคำรามของสัตว์อสูรบรรเลงประสานกันเป็นบทเพลงแห่งความพินาศ
หลี่มู่เฉินยืนตระหง่านอยู่บนเชิงเทินหินผุพัง อาภรณ์สีขาวสะอาดในยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยละอองโลหิต ดวงตาคู่คมปลาบดั่งกระบี่โบราณที่เพิ่งชักออกจากฝัก ทอดมองกองทัพมารนับหมื่นที่กำลังโถมกระหน่ำเข้าใส่ประตูปราการ เบื้องหน้าของเขาคือขุนพลมารอัคคีทมิฬ ผู้ถือครองกระบองกระดูกโลหิตซึ่งแผ่ไอสังหารรุนแรงจนอากาศบิดเบี้ยว
"หลี่มู่เฉิน... เจ้าคิดว่าเศษสวะสำนักกระจอกอย่างเจ้า จะปกป้องมดปลวกเหล่านี้ได้หรือ?" เสียงหัวeเราะเย้ยหยันดังสะท้อนก้องฟ้า ขุนพลมารยักย์ยิ้มเหี้ยมเกรียม ไอโลหิตพวยพุ่งจากร่างของมันราวกับภูเขาไฟระเบิด
หลี่มู่เฉินไม่เอ่ยวาจาตอบโต้ มือเรียวยาวดั่งหยกขาวค่อยๆ เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างกาย ปรัชญาเต๋าในห้วงสมุทรปราณหมุนวนด้วยความเร็วสูง วิญญาณราชันย์เซียนตื่นรู้ขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ในยามนี้เขามีทางเลือกสองทาง หนึ่งคือใช้เคล็ดวิชาหลบหนีเพื่อรักษาชีวิตตามวิถีแห่งผู้บำเพ็ญที่เห็นแก่ตัว สองคือ... เผาผลาญพลังปราณต้นกำเนิดเพื่อต้านทานกองทัพมาร และปกป้องชีวิตนับแสนที่อยู่เบื้องหลัง
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นร่างบอบบางของไป๋อวี้เซียนที่ยืนอยู่ไม่ไกล นางกำลังใช้กระบี่เหมันต์วาดลวดลายอักขระน้ำแข็งสกัดกั้นฝูงอสูรเบื้องล่าง หยาดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน ริมฝีปากบางซีดเผือดเนื่องจากใช้พลังปราณเกินขีดจำกัด นางหันมาสบตาเขาเพียงเสี้ยววินาที ทว่าแววตานั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจและความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง—*ไม่ว่าเจ้าจะเลือกสิ่งใด ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ*
"วิถีเซียนที่ไร้ความเมตตา... จักมีประโยชน์อันใดเล่า?" หลี่มู่เฉินพึมพำกับตนเอง มุมปากหยدยิ้มเยาะให้กับโชคชะตาที่มักเล่นตลก
พริบตานั้นเอง ประตูเมืองด้านทิศตะวันออกก็ถูกแรงกระแทกอันมหาศาลพังทลายลง เศษไม้และซากหินกระเด็นว่อน ฝุ่นตลบอบอวลพร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างมหึมาอีกสามร่าง ซึ่งแผ่กลิ่นอายระดับบรรพชนมารเข้ามาสมทบ สถานการณ์พลิกผันจากความตึงเครียดกลายเป็นวิกฤตถึงตาย
หลี่มู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก 1 ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พวยพุ่งทะยานจากจุดตันเถียนสู่ท้องฟ้า เมฆฝนแปรเปลี่ยนเป็นสีทองคำขาว แสงสว่างเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดของค่ายกลมาร ทว่าการฝืนดึงพลังระดับราชันย์เซียนออกมาใช้ในร่างปัจจุบัน ทำให้เส้นชีพจรทั่วร่างของเขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด โลหิตสีสดไหลรินออกจากมุมปากของชายหนุ่มอย่างห้ามไม่อยู่
"หากสวรรค์ไม่เมตตา... ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ แหวกฟ้าทลายมารด้วยมือของข้าเอง!"
เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างกายหายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวอีกครั้งกลางวงล้อมของกองทัพมาร คมกระบี่ไร้ลักษณ์สะบัดวาดออกเป็นวงโค้งดั่งจันทร์เสี้ยว พลังปราณที่อัดแน่นด้วยเจตจำนงแห่งเต๋าแผ่ขยายออกไปบดขยี้กองทัพมารนับร้อยให้กลายเป็นฝุ่นผงในพริบตาเดียว
ทว่า ในวินาทีที่หลี่มู่เฉินกำลังจะทะยานเข้าประจันหน้ากับขุนพลมารอัคคีทมิฬเพื่อปิดฉากความวุ่นวาย ท้องฟ้าเบื้องบนกลับคำรามลั่นด้วยเสียงที่คุ้นเคย มิติเบื้องหน้าบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นรอยแยกสีดำสนิท และกลิ่นอายกดขี่อันน่าสะพรึงกลัวที่เหนือกว่าระดับมารทั่วไปก็แผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกนั้น...
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลวดลายดาราโลหิตก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเชื่องช้า พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ทำให้หัวใจของทุกคนในที่นั้นหยุดเต้น
"หลี่มู่เฉิน... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการกลับมาเกิดใหม่ จะช่วยให้เจ้าหนีพ้นจากเงื้อมมือของ 'สำนักเงาโลหิต' พ้น?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้ไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 17
กองทัพมารบุกเมือง
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!