เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 6

กระบี่เดียวสยบความวุ่นวาย

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"หากพวกเจ้ายังก้าวล้ำเข้ามาอีกแม้แต่ครึ่งก้าว… เกรงว่าแผ่นดินใต้เท้าของพวกเจ้า จะกลายเป็นหลุมศพอย่างไร้ป้ายชื่อ" น้ำเสียงของหลี่มู่เฉินราบเรียบทว่าก้องกังวาน ราวกับเสียงระฆังสำริดที่ตีจากห้วงลึกแห่งขุมนรก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกจากร่างของเขียบราวกับคลื่นระลอกน้ำสีคราม อากาศรอบกายพล L ทวีความหนתทึบจนกลุ่มศิษย์สายในของสำนักกระบี่ทมิฬถึงกับหายใจติดขัด เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมของทุกคนในที่นั้น เบื้องหน้าของเขาคือ หานเฟิง ศิษย์เอกสายตรงผู้ถือครอง "กระบี่อัสนีโลหิต" อาวุธวิเศษระดับปฐพีที่ปล่อยประจุสายฟ้าสีชาดส่งเสียงคำรามครืนครางอยู่ในฝัก ทว่าในยามนี้ แววตาของหานเฟิงกลับฉายแววหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะยังคงแยยยิ้มเยาะหยันเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวก็ตาม "หลี่มู่เฉิน! เจ้าแค่ขยะขั้นรวบรวมลมปราณชั้นฟ้า อย่าได้อาจหาญผยองพองขนให้มากนัก!" หานเฟิงคำรามลั่น ฝ่ามือหนากระชากด้ามกระบี่หลุดจากฝัก ประจุสายฟ้าสีเลือดสาดกระจายออกรอบทิศทาง แผดเผาพื้นศิลาจนแตกร้าวเป็นลายงา "วันนี้ข้าจะล้างอายที่เจ้าเคยหักหน้าข้าที่ลานประลอง ด้วยเลือดชั่วของเจ้าเอง!" สิ้นเสียงคำราม หานเฟิงพุ่งทะยานเข้ามาดุจพญาอินทรีโฉบเหยื่อ กระบี่อัสนีโลหิตลากผ่านอากาศเกิดเป็นเสียงกรีดร้องเสียดแก้วหู คมดาบอาบไล้ด้วยอัสนีพิฆาตที่พร้อมจะบดขยี้ร่างของคู่ต่อสู้ให้แหลกเป็นจุลในพริบตาเดียว ท่ามกลางกระแสลมพายุที่โหมกระหน่ำจากวิชาของศิษย์สำนักกระบี่ทมิฬ หลี่มู่เฉินกลับยืนหยัดนิ่งสนิทดุจขุนเขา ไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก ดวงตาคู่คมสีดำสนิทลึกล้ำดุจห้วงมหรรณพ เฝ้ามองการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วดุจสายฟ้าของหานเฟิงด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย *ช้า… ช้าเกินไป* ในสายตาของราชันย์เซียนผู้ผ่านมหาสงครามล้างผลาญมาแล้วนับไม่ถ้วน วิชากระบี่ของหานเฟิงเต็มไปด้วยช่องโหว่ราวกับรังผึ้ง การหมุนเวียนพลังปราณติดขัดที่จุดตันเถียนเบื้องล่าง และการก้าวเท้าที่ขาดซึ่งความสมดุลแห่งวิถีเต๋า เมื่อคมกระบี่สีชาดพุ่งเข้ามาประชิดลำกล้อง หานเฟิงยกย่องมุมปากอย่างเหี้ยมเกรียม คิดว่าคู่ต่อสู้คงตกใจจนขยับตัวไม่ไหว ทว่าในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้นเอง ร่างของหลี่มู่เฉินก็พลันเลือนรางราวกับภาพลวงตา *ฟุบ!* เสียงแหวกอากาศเบาหวิวผ่านหูไป หานเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพบว่ากระบี่อัสนีโลหิตของตนแทงทะลุผ่านเพียงความว่างเปล่า หลี่มู่เฉินหายตัวไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย! "หา?!" หานเฟิงอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด สัญชาตญาณการต่อสู้เตือนภัยพุ่งพล่าน เขาหวังจะพลิกข้อมือเพื่อกวาดกระบี่ตั้งรับรอบทิศทาง แต่ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว ฝ่ามือเรียวยาวดุจหยกขาวของหลี่มู่เฉินปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ ปลายฝักกระบี่ไม้ธรรมดาๆ กระทบเข้ากับจุดชีพจร "ชี่ไห่" บริเวณหน้าอกของหานเฟิงอย่างแม่นยำ ราวกับจิตรกรผู้เชี่ยวชาญกำลังจรดพู่กันลงบนผืนผ้าใบ *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดอัดแน่นดังขึ้นทึบๆ ภายในร่างของหานเฟิง พลังปราณอัสนีโลหิตที่กำลังพรั่งพรูถูกสกัดกั้นและตีกลับอย่างรุนแรง เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของหานเฟิงทันที ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวดทรมาน ร่างกายลอยละลิ่วถอยหลังไปนับสิบก้าว ก่อนจะกระแทกเข้ากับเสาหินศิลาประจำสำนักจนหักโค่นลงมาทับร่างของเขา ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานประลองในทันที กลุ่มศิษย์สำนักกระบี่ทมิฬที่เหลือต่างอ้าปากค้างจนแทบกลืนกินหมัดของตนเองเข้าไปได้ พวกเขาไม่อาจเชื่อสายตาว่า ศิษย์เอกผู้เกรียงไกรและทรงพลังของตน จะพ่ายแพ้ต่อกระบวนท่าเดียว… ไม่สิ... แม้แต่กระบี่ก็ยังไม่ถูกชักออกจากฝักด้วยซ้ำ! "อึก… เป็นไปไม่ได้… ข้า… ข้าฝึกฝนเคล็ดวิชาสวรรค์สลายโลหิตมาถึงขั้นสมบูรณ์แบบ เหตุใด… เหตุใดจึงแพ้เจ้าคนไร้ค่าเช่นนี้!" หานเฟิงกระอักเลือดออกมาอีกคำโต มือสั่นเทากำด้ามกระบี่แน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคืองและอัปยศอดสู หลี่มู่เฉินก้าวเดินเข้าไปช้าๆ ฝีเท้าของเขาเบาราวกับเสียงใบไม้ร่วงหล่น ทว่าทุกย่างก้าวกลับกดดันจิตวิญญาณของผู้คนรอบข้างให้จมดิ่งลงสู่ความหวาดกลัว "วิชาของเจ้าอาศัยโลหิตมนุษย์เพื่อหล่อเลี้ยงพลัง เป็นทางลัดที่สกปรกและเปราะบางยิ่งนัก" หลี่มู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีด "เจ้าคิดว่าการครอบครองอาวุธระดับปฐพีจะทำให้เจ้ากลายเป็นยอดคนกระนั้นหรือ? น่าขันสิ้นดี… ในสายตาของข้า เจ้าก็เป็นเพียงมดปลวกที่ถือครองเศษเหล็กมีคมเท่านั้น" "เจ้า!" หานเฟิงโกรจนsparksไฟแทบพุ่งออกจากตา พยายามจะฝืนยันกายลุกขึ้นเพื่อโจมตีระลอกสุดท้าย ทว่า ในวินาทีนั้นเอง อุณหภูมิโดยรอบก็ลดฮวบลงอย่างกะทันหัน ความหนาวเหน็บเสียดกระดูกลอยล่องมาตามสายลม ทำให้ทุกคนในลานกว้างต้องสั่นสะท้าน ละอองน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าอย่างไร้ฤดูกาล กลิ่นอายอันเย็นเยียบสูงส่งและกดขี่ข่มเหงแผ่ซ่านลงมาจากยอดเขาเบื้องบน ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายหงส์เหมันต์ปรากฏขึ้นกลางอากาศ นางลอยตัวลงมาอย่างแผ่วเบาดุจขนนก ใบหน้าอันงดงามล่มเมืองไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดวงเนตรคู่คมกวาดตามองกลุ่มศิษย์สำนักกระบี่ทมิฬด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี "ไป๋… ไป๋อวี้เซียน!" ศิษย์สำนักกระบี่ทมิฬผู้หนึ่งอุทานขึ้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เซียนกระบี่เหมันต์ผู้เป็นดั่งเทพธิดาน้ำแข็งแห่งสำนัก ผู้ซึ่งไม่เคยย่างกรายมายังเขตศิษย์สายในมานานนับปี เหตุใดจึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้? ไป๋อวี้เซียนไม่ได้ปรายตาแลมองหานเฟิงที่นอนกระอักเลือดอยู่บนพื้นแม้แต่น้อย สายตาของนางทอดมองตรงมายังหลี่มู่เฉินผู้ยืนสงร่าอยู่เบื้องหน้า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่นางจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดต่ำลงไปอีกหลายองศา "มู่เฉิน… เจ้าสร้างเรื่องวุ่นวายให้อีกแล้วนะ" หลี่มู่เฉินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงนั้น แววตาที่เคยเย็นชาและไร้ความรู้สึกเมื่อครู่ กลับไหววูบลงชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างไม่ยี่หระ "ศิษย์พี่หญิง… ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้ามิได้เป็นผู้ก่อเรื่อง แต่พวกมันต่างหากที่เดินเข้ามาหาเรื่องเจ็บตัวด้วยความสมัครใจเอง" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยความซับซ้อนและลึกซึ้งเกินกว่าที่ผู้ใดจะคาดเดา ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับความสัมพันธ์อันน่าฉงนนี้ ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยแจ่มใสก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สัญญาณเตือน เมฆฝนทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดมหึมา พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีทองคำที่สะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งผืนฟ้าและแผ่นดิน *เปรี้ยงงงง—!* สายฟ้าสีทองเส้นมหึมาฟาดผ่าลงมาตรงกลางลานประลองอย่างเฉียบพลัน แรงระเบิดมหาศาลแผ่ขยายเป็นวงกว้าง บังคับให้หลี่มู่เฉินและไป๋อวี้เซียนต้องทะยานถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว และเมื่อกลุ่มควันจางหายไป ปรากฏร่างของชายชราผู้หนึ่งในชุดคลุมยาวสีทองอร่าม ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ดวงตาทั้งคู่ทอประกายเจิดจ้าดุจสุริยัน พร้อมกับพลังกดดันระดับ "หลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์" ที่แผ่ซ่านออกมาจนผู้คนรอบข้างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที "หลี่มู่เฉิน… เจ้าบังอาจสังหารทายาทตระกูลหลิว และสร้างความปั่นป่วนในสำนัก วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็อย่าหวังว่าจะรอดออกไปจากเงื้อมมือของผู้อาวุโสใหญ่เช่นข้า!" ชายชรากล่าวด้วยเสียงคำรามกึกก้องราวกับอสุนีบาต หลี่มู่เฉินเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ แววตาที่สงบนิ่งเมื่อครู่กลับเปล่งประกายคมกลาแวววาวราวกับกระบี่ที่เพิ่งลับคม ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในกายพลันปั่นป่วนคำรามลั่นราวกับตื่นจากการหลับใหล ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพมาด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%