เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 22

ศึกตัดสินศักดิ์ศรี

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"...หากสวรรค์ต้องการพรากท่านไปจากข้าอีกครั้ง..." ไป๋อวี้เซียนกระซิบข้างหู น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่เด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า "...ข้าจะใช้กระบี่ในมือนี้... สับกระดูกสวรรค์ให้สิ้นซาก!" ความเงียบงันแผ่ซ่านราวกับห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง ท่ามกลางซากปรักหักพังของลานพิธีประลองเซียน ปราณกระบี่สีชาดของไป๋อวี้เซียนยังคงพวยพุ่งเสียดแทงม่านเมฆบนท้องฟ้าจนฉีกขาดเป็นทางยาว ทว่าเบื้องหน้าของนางและหลี่มู่เฉิน บัดนี้มิใช่เหล่าผู้วิโสจอมปลอมแห่งสำนักเมฆาอัคคีอีกต่อไปแล้ว ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงาหมอกทมิฬอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนแผ่นดินใต้เท้าสั่นสะเทือน "ฮ่า ๆ ๆ ๆ... ช่างเป็นความรักที่น่าสมเพชเวทนาและงดงามยิ่งนัก!" เสียงหัวoเราะเย้ยหยันดังขึ้นราวกับอสุนีบาตฟาดลงกลางใจคน ผู้นั้นคือ ‘มู่หรงอวิ๋น’ จอมมารรุ่นเยาว์ผู้ครอบครอง ‘เนตรโลหิตมารสวรรค์’ เส้นผมสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานยามเมื่อพลังมารทะลักล้น ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและความริษยาที่ถูกสะสมมาเนิ่นนาน หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ปราณกระบี่ในร่างของเขาโคจรหมุนวนอย่างเงียบเชียบ เขาดึงไป๋อวี้เซียนมาไว้เบื้องหลังด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง แม้ดวงตาของเขาจะยังคงเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี แต่ภายในอกกลับรู้สึกได้ถึงคลื่นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวน การมีอยู่ของหญิงผู้นี้... ทำให้วิถีเซียนที่เขาเคยเชื่อมั่นว่าไร้หัวใจ เริ่มสั่นคลอน "มู่หรงอวิ๋น เจ้ามีความกล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือที่กล้าเหยียบย่างเข้ามาในเขตแดนของสำนักเรา?" หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาแต่ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่คมกริบดุจใบมีด "สำนักเมฆาอัคคีงั้นหรือ? พวกมันเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้าของข้าเท่านั้น มู่เฉิน เจ้าคิดว่าเจ้ากำราบผู้วิโสเหล่านั้นได้แล้วจะไร้เทียมทานแล้วหรือ?" มู่หรงอวิ๋นแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม ฝ่ามือข้างขวาปรากฏกระบี่กระดูกมารที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับพัน "วันนี้ ข้าจะควักหัวใจของเจ้าออกมาดูว่า มันทำด้วยศิลาจริงหรือไม่... และหลังจากนั้น สตรีข้างกายเจ้า จะต้องก้มกราบร้องขอชีวิตแทบเท้าข้า!" สิ้นคำพูด ร่างของมู่หรงอวิ๋นก็เลือนหายไปจากจุดเดิมในพริบตา! *เปรี้ยง!* ประกายไฟสีดำสนิทปะทะเข้ากับปราณกระบี่เหมันต์จนเกิดคลื่นกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้าง พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองแตกละเอียดเป็นผุยผง ไป๋อวี้เซียนขยับตัวหมายจะเข้าไปช่วย ทว่าหลี่มู่เฉินกลับยกมือห้ามไว้ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่เงาร่างของจอมมารหนุ่มที่เคลื่อนไหวรวดเร็วดุจภูตผี "อวี้เซียน... ถอยไป นี่คือเรื่องระหว่างข้ากับมัน" หลี่มู่เฉินกล่าวเสียงต่ำ "แต่มัน..." "ไม่มีแต่ เจ้าบาดเจ็บจากการฝืนใช้เคล็ดวิชาต้องห้าม ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะครับ" น้ำเสียงของเขาอบอุ่นขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ทว่ากลับหนักแน่นราวกับภูเขาไท่ซาน มู่หรงอวิ๋นลอยตัวอยู่กลางอากาศ ดวงตาโลหิตคู่นั้นจับจ้องมาที่หลี่มู่เฉินราวกับพญาเหยี่ยวจ้องมองเหยื่อ "ปากดีนัก! รับมือวิชา ‘กระบี่โลหิตกลืนตะวัน’ ของข้าซะ!" ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือลานประลองก็แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆหมอกม้วนตัวกลายเป็นรูปอสูรกายอ้าปากกว้าง พลังกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ถูกปลดปล่อยออกมาจนผู้ฝึกตนรอบบริเวณต่างกระอักเลือดด้วยความหวาดกลัว แรงกดดันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์ทั่วไปจะรับไหว มันคือพลังที่สามารถทำลายเมืองได้ทั้งเมืองในพริบตาเดียว! หลี่มู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขานึกถึงคำสอนในอดีตชาติ หวนระลึกถึงความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ และภาพของไป๋อวี้เซียนที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเขา ทุกสิ่งทุกอย่างหลอมรวมกลายเป็นพลังปราณบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในจุดตันتيน มือขวาของเขาค่อยๆ เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาๆเล่มหนึ่ง—กระบี่ที่ไม่มีแม้แต่อักขระเวت ไม่มีแม้แต่ประกายแสงเจิดจ้า ทว่าเมื่อนิ้วเรียวยาวสัมผัสด้ามกระบี่ บรรยากาศรอบกายกลับหยุดนิ่งลงทันที เสียงลมหายใจ เสียงกรีดร้องของวิญญาณมาร หรือแม้แต่เสียงหัวเราะของมู่หรงอวิ๋น... ล้วนเงียบงันลงราวกับเวลาถูกแช่แข็ง นี่คือ "วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์" ขั้นที่สาม: *คืนสู่สามัญ ตัดสิ้นกิเลส* "เจ้าโง่! ใช้แค่กิ่งไม้ไผ่เน่าๆ คิดจะต่อกรกับกระบี่มารโลหิตของข้าหรือ ตายเสียเถอะ!" มู่หรงอวิ๋นคำรามลั่น พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้าพร้อมกับคมกระบี่สีเลือดที่แผดเผาทุกสิ่ง หลี่มู่เฉินไม่หลบ ไม่ถอย และไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า เขายกกระบี่ไม้ในมือขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังร่ายรำบทกวีบทหนึ่ง ทว่าในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่ทั้งสองปะทะกัน ปราณกระบี่ที่มองไม่เห็นสายหนึ่งได้ทะลวงผ่านม่านพลังมารทั้งหมดเข้าไปราวกับมีดตัดเนียนผ่านเต้าหู้! *ฉับ!* เวลาคล้ายจะหยุดเดิน มู่หรงอวิ๋นเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ร่างของมันแข็งค้างกลางอากาศ คมกระบี่โลหิตในมือหักสะบั้นเป็นสองท่อนอย่างไร้ซุ่มเสียง เลือดสีดำไหลรินจากมุมปากของมันช้าๆ ขณะที่หยาดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าอันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด "เป็นไปได้... อย่างไรกัน? วิชาของข้า... ถูกทำลายด้วยกิ่งไม้ไร้ค่าเนี่ยนะ..." มู่หรงอวิ๋นพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่เพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรกในชีวิต หลี่มู่เฉินลดกระบี่ลงช้าๆ ใบหน้ายังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ "วิชามารย่อมเป็นวิชามาร ต่อให้เจ้าจะกลืนกินวิญญาณไปนับหมื่น ก็ไม่อาจเทียบกับวิถีกระบี่ที่หล่อหลอมด้วยความจริงใจได้หรอกครับ" ทว่า ในวินาทีที่ชัยชนะดูเหมือนจะตกเป็นของหลี่มู่เฉิน และความตึงเครียดกำลังคลี่คลายลงนั้นเอง รอยยิ้มอันน่าสยดสยองก็ผุดขึ้นบนใบหน้าที่อาบเลือดของมู่หรงอวิ๋น "ฮìๆๆๆ... หลี่มู่เฉิน เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วจริงๆ หรือ? ดูข้างหลังเจ้าสิ..." หลี่มู่เฉินขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณอันตรายกรีดร้องลั่นในหัวใจ เขาหันขวับกลับไปมองไป๋อวี้เซียนทันที แต่ทว่า... เบื้องหลังของเขาว่างเปล่า ไม่มีร่างของหญิงสาวผู้เยือกเย็นดุจน้ำแข็งอีกต่อไปแล้ว มีเพียงละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่กำลังลอยละลิ่วหายไปในอากาศ พร้อมกับรอยสลักรูปดอกบัวเหมันต์สีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นบนหน้าอกของเขาเอง—รอยสลักที่บ่งบอกถึง "สัญญาโลหิตแห่งบรรพกาล" ที่ถูกกระตุ้นโดยสมบูรณ์! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%