เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 21

ศัตรูจากอดีตชาติปรากฏกาย

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
กลิ่นคาวเลือดที่ลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ทำให้ชีพจรของหลี่มู่เฉินเต้นเร็วขึ้นแม้แต่น้อย วิถีแห่งราชันย์เซียนผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานจนความตายเป็นเพียงฉากทัศน์ดาษดื่น ทว่าร่างที่ทรุดฮวบลงแทบเท้าของเขาหาใช่ศัตรูไร้ชื่อ แต่เป็นเจ้าสำนักกระบี่สวรรค์—ผู้กุมชะตาแห่งขุนเขาเมฆาและผู้พิทักษ์กระบี่อาคมโบราณ ทว่า ในยามนี้ ศالย์อันภาคภูมิกลับกลายเป็นเพียงเศษเนื้อหนังที่ไร้ลมหายใจ ศرษะพับเอียง โลหิตสีสดไหลรินนองพื้นหินเย็นเฉียบ ดวงตาของหลี่มู่เฉินหรี่แคบลงเล็กน้อย ปราณกระบี่สีดำทมิฬในตันtianหมุนวนดั่งพายุคลั่ง ร่างของเขาแผ่ไอเย็นเยียบที่กดทับบรรยากาศรอบด้านจนออกซิเจนคล้ายจะแข็งตัว เมื่อเงาร่างเบื้องหน้าก้าวพ้นม่านหมอกหนาทึบเข้าสู่แสงสว่างสลัวภายในถ้ำ ความกดดันระดับมหาอำนาจก็แผ่ซ่านเข้ากดทับจิตวิญญาณทันที "เจ้าสำนักกระบี่สวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่... ช่างเปราะบางเสียจริงว่าไหม? หลี่มู่เฉิน" น้ำเสียงนั้นแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและคุ้นเคยอย่างประหลาด ร่างของบุรุษลึกลับสวมอาภรณ์สีเทาเก่าคร่ำคร่า มือขวากุมด้ามกระบี่ขึ้นสนิมที่หยาดหยดโลหิตสดๆ ไม่ขาดสาย เมื่อเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาคู่คมกริบที่ฉายแววอำมหิตและริษยาแห่งยุคโบราณ หลี่มู่เฉินนิ่งงันไปชั่วลมหายใจ ความทรงจำที่ถูกผนึกไว้ในห้วงลึกแห่งวิญญาณเมื่อห้าร้อยปีก่อนถูกกระชากกลับมาอย่างรุนแรง ภาพของสนามรบอันนองเลือด แสงอัสนีสีม่วงฟาดผ่าแผ่นดิน และคมกระบี่เล่มหนึ่งที่ทะลวงผ่านแผ่นหลังของเขาในวาระสุดท้ายแห่งชีวิตเซียน "เฟิงอี้... เจ้ายังไม่ตาย?" หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายจิตสังหารที่แปรเปลี่ยนเป็นรูปธรรมจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "ฮ่าๆๆๆ! ตายหรือ? ราชันย์เซียนผู้ยิ่งใหญ่อย่างเจ้ายังกลับมาเกิดใหม่ได้ เหตุใดข้า—ผู้ใช้โลหิตของเจ้าหล่อเลี้ยงวิถีเซียน—จะต้องดับสลายตามไปด้วยเล่า!" เฟิงอี้ระเบิดเสียงหัวเราะก้องกังวาน เสียงนั้นสะท้อนไปตามผนังถ้ำหินผาจนหูอื้อตาลาย ในชาติภพก่อน เฟิงอี้เป็นเพียงสหายร่วมสำนักที่หลี่มู่เฉินไว้ใจที่สุด ทว่าความโลภในเคล็ดวิชากระบี่พลิกฟ้ากลับผลักดันให้มันแทงข้างหลังในยามที่เขากำลังเผชิญทัณฑ์สวรรค์ การที่มันตามมาถึงภพภูมินี้ได้ แสดงว่ามันใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามกลืนกินวิญญาณข้ามภพมาเช่นกัน! ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง อุณหภูมิภายในถ้ำก็ลดฮวบลงจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมตามผนังหิน ไป๋อวี้เซียน (เซียนกระบี่เหมันต์) ที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมถ้ำขยับกายแล้ว นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีกระบี่เหมันต์บริสุทธิ์พวยพุ่งออกจากร่างราวกับพายุหิมะ "ศิษย์พี่... ถอยไป" หลี่มู่เฉินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แม้เขาจะบาดเจ็บภายในจากการทะลวงขอบเขตเมื่อครู่ แต่จิตวิญญาณแห่งราชันย์เซียนไม่อนุญาตให้สตรีที่เขารักต้องเอาชีวิตเข้าแลกกับเศษสวะจากอดีต "เขาคือคนที่ฆ่าท่านในวันนั้นใช่หรือไม่?" ไป๋อวี้เซียนเอ่ยถาม น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก แต่นัยน์ตากลับสะท้อนประกายสังหารที่หนתวเหน็บถึงขั้วหัวใจ นางไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครมาจากไหน รู้เพียงแค่ว่ามันคือผู้ที่พรากชีวิตของบุรุษที่นางเฝ้ารอมานานนับภพชาติ เฟิงอี้เหลือบสายตาไปมองไป๋อวี้เซียน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนมุมปาก "โอ้... เซียนกระบี่เหมันต์ผู้เยือกเย็น ถึงกับยอมสละวิถีเซียนมาปกป้องเด็กหนุ่มในสำนักกระจอกเช่นนี้เชียวหรือ? น่าสมเพชนัก! หลี่มู่เฉิน เจ้าในชาตินี้ช่างไร้ทานกระบี่ จนต้องอาศัยเงาของสตรีคอยคุ้มกะลาหัวแล้วงั้นหรือ?" *ฉับพลัน!* ประกายกระบี่สีดำทมิฬของหลี่มู่เฉินวาบผ่านอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าแลบ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกโดยไม่ต้องชักออกจากฝักเต็มรูปแบบ แรงกดดันระดับเซียนสะท้านภพพุ่งเข้าใส่หน้าอกของเฟิงอี้จนถอยหลังไปสามก้าว พื้นหินใต้ฝ่าเท้าร้าวรานเป็นทางยาว "ปากของเจ้า... พูดมากเกินไปแล้ว" หลี่มู่เฉินก้าวเท้าออกไปข้างหน้า ร่างกายแผ่ไอสังหารดุจพญาครุฑกางกรงเล็บ เฟิงอี้กัดฟันกรอด เลือดสดๆ ไหลออกจากมุมปากจากการปะทะเมื่อครู่ แม้จะตกใจกับพลังที่หลี่มู่เฉินแสดงออกมาในร่างที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่อารมณ์กระหายเลือดกลับพุ่งพล่านยิ่งกว่า มันยกกระบี่ขึ้นชี้หน้าคู่ปรับเก่า "เจ้าคิดว่ามีพลังเหลือสักเท่าไหร่กันเชียว? การฝืนทะลวงขอบเขตเมื่อครู่ผลาญพลังปราณของเจ้าไปเกือบหมดสิ้นแล้ว หลี่มู่เฉิน! วันนี้ ข้าจะสังหารเจ้าเป็นครั้งที่สอง และควักเอาแก่นแท้กระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้ามาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว!" บรรยากาศภายในถ้ำตึงเครียดจนถึงขีดสุด ปราณกระบี่สองสาย—สายหนึ่งดำทมิฬดุจห้วงอเวจี อีกสายหนึ่งขาวบริสุทธิ์ดุจเหมันต์นิรันดร์—กำลังประสานเข้าหากันเพื่อเตรียมปลิดชีพอดีตสหายผู้ทรยศ ทว่าในจังหวะที่หลี่มู่เฉินกำลังจะก้าวออกไปสังหารศัตรู แผ่นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! เสียงคำรามต่ำดังสะท้อนขึ้นมาจากใจกลางขุนเขาเมฆา พร้อมกับเสาแสงสีทองอร่ามที่พุ่งทะลุเพดานถ้ำขึ้นสู่ท้องนภา ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับถูกย้อมด้วยเมฆสีเลือดในพริบตา และเหนือเมฆสีเลือดนั้นเอง เงาร่างนับร้อยของ "ผู้พิทักษ์กฏแห่งสวรรค์" กำลังปรากฏกายขึ้นพร้อมกับโซ่ตรวนแห่งทัณฑ์สวรรค์ที่พาดผ่านดารากร! เฟิงอี้หัวเราะลั่นออกมาอย่างบ้าคลั่งทันทีที่เห็นภาพนั้น "ฮ่าๆๆๆ! ช่างประจวบเหมาะเสียจริง... เจ้าดึงดูดทัณฑ์สวรรค์มาเร็วกว่าที่คิด หลี่มู่เฉิน! ตอนนี้ไม่ใช่แค่ข้าที่ต้องการชีวิตเจ้า แต่แม้แต่สวรรค์ก็ต้องการลบตัวตนของเจ้าให้หายไปจากวัฏสงสาร!" หลี่มู่เฉินนิ่งงันไปชั่วขณะ นัยน์ตาสสีดำสนิทมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบน ก่อนจะก้มลงมองมือของตนเองที่เริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นเนื่องจากการฝืนกฎเกณฑ์วัฏจักร ในวินาทีที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไป๋อวี้เซียนกลับเอื้อมมือมาคว้ามือขวาของเขาไว้แน่น ปราณเหมันต์บริสุทธิ์ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขาเพื่อช่วยต้านทานแรงกดดันจากสวรรค์ นางไม่กล่าวคำหวานใดๆ มีเพียงแววตาเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับมหาภัยพิบัติเคียงข้างเขา "หากสวรรค์ต้องการพรากท่านไปจากข้าอีกครั้ง..." ไป๋อวี้เซียนกระซิบข้างหู น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแต่เด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า "...ข้าจะใช้กระบี่ในมือนี้... สับกระดูกสวรรค์ให้สิ้นซาก!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%