เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 3

บทเรียนแรกของศิษย์สวะ

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดั่งเสียงฝูงอีกาที่รุมทึ้งซากสัตว์ป่าดังขึ้นก้องเรือนไม้ไผ่หลังน้อย "หลี่มู่เฉิน เจ้าสวะขั้นรวบรวมลมปราณระดับหนึ่ง... ครบกำหนดส่งเบี้ยคุ้มครองประจำเดือนแล้ว หรือว่าสมองของเจ้าจะฝ่อไปพร้อมกับเส้นชีพจรที่พิการจนลืมไปแล้วว่า กฎของสำนักเขาเมฆาคล้อยคือผู้ที่อ่อนแอย่อมต้องก้มหัวให้ผู้ที่แข็งแกร่ง!" จ้าวเฟิง ก้าวเท้าเหยียบธรณีประตูไม้เก่าคร่ำคร่าจนแตกละเอียดเป็นผุยผง ปราณแท้ระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดแผ่พุ่งออกมาราวกับคลื่นพายุหมุน กดทับโครงสร้างเรือนไม้จนส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่าหวatเสียว ด้านหลังของมันยังมีลูกสมุนอีกสามคนยืนกอดอกยิ้มเยาะ สายตาสอดส่องกวาดมองไปทั่วห้องราวกับฝูงสุนัขล่าเนื้อที่กำลังประเมินทรัพย์สินของเหยื่อ หลี่มู่เฉินที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนฟูกเก่าๆ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคู่นั้น... ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความตื่นตระหนก และไม่มีแม้กระทั่งความโกรธเกรี้ยวอันไร้สาระ มันว่างเปล่า ทว่าลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนิทที่ผ่านกาลเวลามานับหมื่นปี ดุจดั่งสายตาของเทพเซียนที่มองดูมดปลวกกำลังดิ้นรนอยู่บนพื้นดิน ความเงียบปกคลุมชั่วขณะ... บรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกกลับถูกทำลายลงด้วยความนิ่งสงบของเด็กหนุ่ม "เจ้า... มองอะไรของเจ้าวะไอ้สวะ!" จ้าวเฟิงรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงคู่นั้น มันรู้สึกราวกับถูกตบหน้ากลางสาธารณชนด้วยสายตา ความอับอายเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว มันก้าวเข้าไปประชิดตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของหลี่มู่เฉินหมายจะยกตัวขึ้นลอยจากพื้น ทว่า... มือที่ยื่นออกไปกลับคว้าได้เพียงอากาศ เงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหวราดยาวราวกับภาพลวงตา หลี่มู่เฉินหายไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก "อะไรกัน..." จ้าวเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณดิบของนักยุทธ์กรีดร้องเตือนภัยในหัว สมองสั่งการให้มันวาดหมัดชกไปด้านหลังสุดแรงเกิด ปราณธาตุไฟปะทุขึ้นที่กำปั้นจนเกิดเสียงระเบิดอากาศเปรี๊ยะปร๊ะ *ปุ!* หมัดที่ทรงพลังดุจหินผาถล่มกลับปะทะเข้ากับความว่างเปล่า หลี่มู่เฉินมายืนอยู่ด้านหลังของมันตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทันสังเกต นิ้วเรียวยาวราวกับหยกขาวของเด็กหนุ่มแตะเบาๆ ที่หัวไหล่ขวาของจ้าวเฟิง "กฎของสำนัก... คือผู้แข็งแกร่งคือผู้กำหนดสินะ?" น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู ดังกระซิบอยู่ข้างใบหูของจ้าวเฟิง ขนทั่วร่างของมันลุกชันขึ้นทันที "เจ้าพูดเรื่อง..." *เปรี้ยะ!* เสียงกระดูกข้อต่อหัวไหล่แหลกละเอียดดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด ปราณแท้ที่หลี่มู่เฉินแฝงไว้ผ่านปลายนิ้วพุ่งทะยานเข้าทำลายเส้นชีพจรของจ้าวเฟิงในพริบตาเดียว แรงสะท้อนอันมหาศาลซัดร่างของศิษย์พี่ใหญ่ผู้โอหังกระเด็นลอยละลิ่วทะลุกำแพงไม้ไผ่ ออกไปนอนดิ้นพล่านอยู่กลางลานดินฝุ่นตลบ ลูกสมุนทั้งสามคนที่เหลือหน้าซีดเผือด สีหน้าของพวกมันเปลี่ยนจากความเย้ยหยันกลายเป็นความหวาดกลัวสุดขีด ขาแข้งอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น พวกมันมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่า "ศิษย์สวะ" ที่พวกมันรังแกมาตลอดหลายปี จะกลายเป็นปีศาจที่สามารถสะบัดมือเพียงครั้งเดียวเพื่อปลด1แขนของจ้าวเฟิงได้ "พวกเจ้า... ยังอยากได้เบี้ยคุ้มครองอยู่อีกหรือไม่?" หลี่มู่เฉินก้าวเดินช้าๆ ผ่านซากกำแพงที่พังทลาย ร่างกายของเขายังคงผอมบางและสวมชุดศิษย์สำนักสีเทาเก่าๆ ทว่าย่างก้าวแต่ละครั้งกลับสั่นสะเทือนผืนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้า ราวกับราชันย์ผู้กุมชะตากรรมฟ้าดินกำลังตรวจพล "ม... ไม่... พวกเราไม่กล้าแล้ว! ไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตด้วย!" ลูกสมุนคนหนึ่งคุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้นจนเสียงดัง *โขก โขก* ฝุ่นดินติดหน้าผากจนเลอะเทอะด้วยความหวาดกลัว หลี่มู่เฉินไม่ได้สนใจไพร่พลกระจอกเหล่านี้ สายตาของเขาเงยขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบน เมฆหมอกสีดำทะมันท나ม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น พลังปราณฟ้าดินรอบตัวเริ่มแปรปรวนอย่างรุนแรง ราวกับสวรรค์กำลังรับรู้ถึงการตื่นขึ้นของพลังที่ถูกผนึกไว้ ท่ามกลางความตึงเครียดนั้นเอง กลีบดอกเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์นับพันกลีบก็โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าท่ามกลางแสงแดดยามสาย อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจเทพธิดาน้ำแข็งปรากฏกายขึ้นบนยอดเสาเรือนไม้ไผ่ นางยืนอยู่บนปลายกระบี่ที่ลอยเค្វ้งกลางอากาศอย่างสง่างาม เย็นชา และสูงส่ง ไป๋อวี้เซียน... เซียนกระบี่เหมันต์ ปรายตามองซากความเสียหายเบื้องล่าง ก่อนที่นัยน์ตาคู่สวยจะหยุดอยู่ที่ร่างของหลี่มู่เฉิน ริมฝีปากบางเฉียบขยับกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงน้ำแข็ง แต่กลับก้องกังวานลึกลงไปถึงจิตวิญญาณของผู้ฟัง "มู่เฉิน... เจ้าสร้างเรื่องใหญ่เกินไปแล้ว รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังดึงดูดสายตาของผู้อาวุโสฝ่ายในเข้ามา?" หลี่มู่เฉินเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทั้งท้าทายและมีความหมายลึกซึ้งที่คนนอกไม่มีวันเข้าใจ "ศิษย์พี่หญิง... หากข้าไม่ลงมือวันนี้ เกรงว่าพวกมันคงคิดว่าสุนัขที่เห่าหอนอยู่หน้าเรือน มีสิทธิมาเหยียบย่ำหัวใจของข้าไปตลอดกาลกระมัง?" บรรยากาศรอบตัวพลันท้องฟ้ามืดครึ้มลงทันที เสียงคำรามของสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางลานสำนักอย่างไร้เค้าลาง พร้อมกับเงาร่างของผู้อาวุโสสำนักผู้หนึ่งที่พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามาด้วยจิตสังหารอันรุนแรงและป้ายคำสั่งสีทองในมือ! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพมาด้วยกันในตอนที่ 3 นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%