เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด•ตอนที่ 4

พรสวรรค์ที่โลกต้องตะลึง

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"สิบปีลับคมกระบี่ มิสู้ชักออกคราเดียวเพื่อสะท้านปฐพี..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับใหล ดังสะท้อนก้องภายในลานทดสอบพลังของสำนักกระบี่เมฆา แรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมจิตวิญญาณแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ จนเหล่าศิษย์สายในที่ยืนอยู่โดยรอบต่างต้องถอยกรูดด้วยความหวาดหวั่น เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามใบหน้าของผู้อาวุโสผู้ดูแลการทดสอบ แม้แต่แผ่นศิลาทดสอบพลังปราณสีนิลกาฬที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ยังปรากฏรอยร้าวรานบางเบา เพียงเพราะคลื่นพลังที่เล็ดลอดออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งอยู่ ณ ใจกลางลาน หลี่มู่เฉิน ไม่ได้แยแสต่อสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งริษยา ดูแคลน และหวาดกลัว ดวงตาคู่คมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองไปยังแผ่นศิลาเบื้องหน้าอย่างเยือกเย็น ในห้วงสมองของเขายังคงจดจำความเจ็บปวดจากการถูกเหยียบย่ำในชาติภพก่อนได้ขึ้นใจ วิญญาณราชันย์เซียนที่เคยเหยียบย่นดาราจักรบัดนี้กลับมาอยู่ในร่างของศิษย์ปลายแถวผู้ไร้รากฐาน นี่คือการเดิมพันด้วยชีวิต และวันนี้... โลกจะต้องจดจำชื่อของเขาอีกครั้ง "มู่เฉิน... เจ้าอย่าได้อาจหาญเกินไปนัก!" เสียงตวาดด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้นจาก "จ้าวเฟิง" ศิษย์พี่ใหญ่สายตรงผู้กุมอำนาจอันดับหนึ่งในหมู่ศิษย์รุ่นเยาว์ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความริษยา เมื่อเห็นว่าสายตาของบรรดาผู้อาวุโส รวมถึง "ไป๋อวี้เซียน" ศิษย์พี่หญิงผู้เยือกเย็นดุจน้ำแข็งที่ยืนสงสง่าอยู่บนระเบียงสูง กำลังจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มผู้นี้ด้วยประกายตาที่ยากจะหยั่งถึง ไป๋อวี้เซียน ในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวนางพญาหิมะ นางไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆ ออกมาตั้งแต่ต้น นิ้วเรียวบางภายใต้แขนเสื้อกว้างกำด้ามกระบี่ประจำกายแน่นโดยไม่รู้ตัว หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างประหลาด ทุกครั้งที่อยู่ใกล้หลี่มู่เฉิน นางมักจะรู้สึกถึงสายสัมพันธ์บางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าจะอธิบาย ราวกับดวงวิญญาณทั้งสองเคยผูกพันกันข้ามภพข้ามชาติมาแล้ว "อาจหาญหรือ?" หลี่มู่เฉินปรายตามองจ้าวเฟิงเพียงเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันอย่างไม่แยแส "ในวิถีเซียน ผู้ที่ไร้ซึ่งพลังคือผู้ออนแอ ผู้ที่ออนแอคือผู้ที่ไร้สิทธิ์แม้แต่จะส่งเสียง ศิษย์พี่จ้าว หากท่านกล้า... ลองมารับหมัดนี้ของข้าสักกระบวนท่าดูสิครับ" คำพูดที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนและท้าทาย ทำให้ลานทดสอบตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานถึงกับขมวดคิ้วมุ่น พลังปราณที่หลี่มู่เฉินแผ่ออกมาเมื่อครู่ ไม่ใช่ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สามอย่างที่ใครๆ ลือกันอย่างแน่นอน แต่มันคือ... พลังที่ก้าวข้ามขอบเขตและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเคล็ดวิชาใดๆ ในสำนักกระบี่เมฆา! "บังอาจนัก! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน!" จ้าวเฟิงบันดาลโทสะจนหน้าดำคร่ำเครียด ชักกระบี่ประจำกายออกจากฝักประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามบ่าย ปราณกระบี่ระดับก่อกำเนิดขั้นปลายพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นเงากระบี่มหึมาหมายจะกดทับร่างของหลี่มู่เฉินให้แหลกเป็นจุล ทว่า หลี่มู่เฉินหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ เขาก้าวเท้าออกไปข้างAซ้ายหนึ่งก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ากลับสอดคล้องกับจังหวะของฟ้าดินราวกับค่ายกลธรรมชาติ ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางประสานกันเป็นกระบี่ลมปราณ ไร้ซึ่งกระบี่ในมือ แต่กลับมีรัศมีกระบี่ที่คมกริบเสียยิ่งกว่าศาสตราวิเศษใดๆ *ตูม!* คลื่นพลังปะทะกันอย่างรุนแรงจนพื้นศิลาใต้เท้าของทั้งสองแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เหล่าศิษย์สายในต่างพากันถอยร่นด้วยแรงกระแทกอันมหาศาล ทว่าในขณะที่ฝุ่นควันกำลังจางลง ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง จ้าวเฟิงกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าสิบก้าว กระบี่ในมือหักสะบั้นเป็นสองท่อน มุมปากกระรอกกระอเลือดสดๆ ออกมา ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ขณะที่หลี่มู่เฉินยังคงยืนอยู่ที่เดิม เสื้อผ้าแม้แต่ชายผ้าก็ไม่มีรอยยับย่นแม้แต่น้อย ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วสารทิศ แม้แต่เสียงลมหายใจของผู้อาวุโสยังแทบไม่ได้ยิน ทุกสายตาจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มด้วยความหวาดกลัวและตะลึงงัน นี่คือพรสวรรค์ประเภทใดกัน? เพียงแค่สะบัดนิ้วคราเดียวก็สามารถสยบศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักได้แล้ว! บนระเบียงสูง ไป๋อวี้เซียนพลันสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตางามเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายวิชาที่คุ้นเคยอย่างประหลาด... วิชาดาบสวรรค์เก้าประหาร ที่สูญหายไปนับหมื่นปี! "มู่เฉิน... เจ้าเป็นใครกันแน่?" นางพึมพำกับตนเองด้วยความสั่นเทาในหัวใจ ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปลอดโปร่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นเกลียวพายุหมุนขนาดมหึมา สายฟ้าสีทองคำคำรามก้องฟ้าสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งขอบเขตแคว้น แรงกดดันระดับสวรรค์พุ่งตรงลงมายังลานทดสอบ จนทุกคนต้องคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจฟ้าดิน และท่ามกลางม่านพายุสายฟ้าที่กำลังคำรามนั้น เงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนยอดเสาศิลาใจกลางลานทดสอบอย่างเงียบเชียบ... บุคคลผู้ไม่ควรจะปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ มากที่สุด! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพมาด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - กระบี่ไร้ลักษณ์
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นศิษย์พี่สายโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%