"ฉันบอกคุณแล้วนะคะผู้กำกับกรณิศ ว่าบัทเจ็ทส่วนนี้เราจำเป็นต้องเกลี่ยไปลงกับคิวเปิดตัวพระเอก ไม่ใช่เอามาละลายเล่นกับฉากเอ็กซ์ตร้าเดินชนไหล่สามวินาทีแบบนี้!"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดังสะท้านไปทั่วสตูดิโอขนาดใหญ่ ท่ามกลางทีมงานนับชีวิตที่ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างพร้อมเพรียง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เมื่อสองขั้วอำนาจแห่งกองถ่าย 'ผู้กำกับหน้านิ่งมือรางวัล' และ 'ครีเอทีฟสาวสายป่วน' กำลังเปิดฉากปะทะคารมกันตั้งแต่แปดโมงเช้าของวันเปิดกล้อง
กรณิศยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพ,รีเมียมมองตรงไปยังหญิงสาวที่ยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้ตอบทันที แต่ปล่อยให้ความเงียบอันน่าอึดอัดทำหน้าที่กดดันเธอ ซึ่งเป็นจิตวิทยาที่เขาใช้สยบคนมานักต่อนักแล้ว... น่าเสียดาย ที่วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลกับพิมพ์มาดา
"คุณพิม..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้าๆ ทว่าทรงพลัง ก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางทีละก้าว "นี่คือกองถ่ายภาพยนตร์ของผม ไม่ใช่ห้องประชุมบอร์ดบริหารที่คุณจะมานั่งดีดลูกคิดรางแก้วเพื่อตัดงบตามใจชอบ ถ้าคุณอยากให้งานมันออกมาดูราคาถูก ไร้รสนิยม และเต็มไปด้วยรอยต่อห่วยๆ เชิญคุณกลับไปนั่งคิดงานในห้องแอร์ฉ่ำๆ แล้วปล่อยให้คนหน้างานเขาทำงานของเขาเถอะครับ"
โอ้โห... ประโยคหลังนี่มันบาดลึกถึงทรวงในเลยนะคะ!
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอไม่ถอยหลังหนีแม้แต่นเซนติเมตรเดียว กลับก้าวประชิดเข้าไปจนปลายจมูกแทบจะชนกับแผงอกกว้างของอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มลอยเข้าแตะจมูก แต่นี่ไม่ใช่เวลามาใจเต้นแรงกับความฮอตของเขา เพราะอีตาผู้กำกับนี่มันน่าหยิกให้เนื้อเขียวเสียจริง!
"พูดจาแบบนี้หมายความว่าไงคะ? หาว่าฉันไม่มีรสนิยมอย่างนั้นเหรอ?" เธอเชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ "ถ้าไม่มีไอเดียของฉัน ฉากเปิดเรื่องของคุณก็คงเป็นแค่คนเดินถือร่มสีดำดะดาษในฉากฝนตกเชยๆ เหมือนหนังเกรดบีเมื่อสิบปีที่แล้วนั่นแหละค่ะผู้กำกับ! ตื่นค่ะคุณกรณ์ ตื่น! นี่ปี 2024 แล้ว คนดูเขาฉลาดพอที่จะไม่เสพงานภาพเชยๆ ของคุณหรอกนะคะ"
กรณิศขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมเข้มจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหงุดหงิดระคนหมั่นเขี้ยว ผู้หญิงอะไร... ปากคอเราะร้ายเป็นบ้า เวลาโกรธแล้วแก้มป่องๆ นั่นมันน่าจับมาฟัดให้หายซ่าเสียจริง แต่เดี๋ยวก่อน... เขาคิดอะไรบ้าๆ แบบนั้นออกไปได้ยังไงวะเนี่ย!
"พิมพ์มาดา คุณกำลังล้ำเส้นหน้าที่ของตัวเอง" เขาขยับตัวเข้าใกล้จนเธอต้องเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย แต่ปากก็ยังไม่วายขยับเถียง "หน้าที่ของคุณคือคิดคอนเซปต์ ไม่ใช่มาสั่งผมว่ามุมกล้องไหนควรใช้อะไร ถ้าคุณเก่งนัก ทำไมไม่มาถือกล้องกำกับเองเลยล่ะครับ?"
"อุ๊ย! ท้าเหรอคะเนี่ย?" พิมพ์มาดายิ้มหวานหยด เป็นรอยยิ้มที่กรณิศรู้ดีว่ามันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสิบ "ถ้าฉันลงมือทำเอง รับรองว่าเรตติ้งพุ่งกระฉูดจนคุณต้องยอมกราบขอขมาฉันกลางกองแน่ๆ ค่ะ"
"ฝันไปเถอะ..."
บรรยากาศกำลังคุกรุ่นได้ที่ สองร่างยืนประจันหน้ากันชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร เคมีบางอย่างพวยพุ่งระอุยิ่งกว่าอากาศหน้าร้อน จนทีมงานรอบข้างต้องแสร้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาเช็คอุปกรณ์เพื่อหลบรัศมีสังหาร
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของพิมพ์มาดาเต้นรัวแรงด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเพราะความใกล้ชิดเกินเหตุจนได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ ของเขา) เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ
"อ้าว เฮ้ย! กองถ่ายวันแรกนี่บรรยากาศคึกคักดีแท้ ยังไม่ทันเริ่มแอคชั่น พระเอกนางเอกก็อินเนอร์มาเต็มจนผมเกือบต้องถือป้ายไฟมาเชียร์แล้วเนี่ย"
น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือแววขี้เล่นดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของ 'ธนวินท์' โปรดิวเซอร์หนุ่มรูปหล่อเจ้าเสน่ห์ ที่ก้าวเข้ามาในฉากพร้อมรอยยิ้มพราวระยับในมือถือแก้วกาแฟสดสองแก้ว ธนวินท์กวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยแววตากรุ้มกริบ ก่อนจะยื่นแก้วหนึ่งให้พิมพ์มาดาอย่างสนิทสนม "อเม리카โนเย็นหวานน้อยของคุณพิมครับ... เห็นหน้าบึ้งมาแต่ไกล นึกว่าใครมาทำอะไรแม่ทัพคนเก่งของผมซะอีก"
พิมพ์มาดาหันไปยิ้มรับด้วยความยินดีทันที "ขอบคุณมากค่ะคุณวินท์ มีแต่คุณวินท์นี่แหละค่ะที่รู้ใจ คอยดูแลฉันดีกว่าใครบางคนแถวนี้เยอะเลย" เธอยังไม่วายลอยหน้าลอยตาเหลือบมองค้อนกรณิศปิดท้าย
กรณิศชะựngไป ดวงตาสีเข้มตวัดมองแก้วกาแฟในมือของธนวินท์สลับกับรอยยิ้มหวานที่พิมพ์มาดามอบให้ไอ้โปรดิวเซอร์หน้าหล่อนั่น รังสีความเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงสีชาดที่ลุกโชนขึ้นในอกอย่างไม่มีสาเหตุ สันกรามของเขาขบเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิมจนปวดหนึบ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ให้ตายสิ... ยัยตัวแสบนี่กล้าอ่อยผู้ชายต่อหน้าเขาอย่างนั้นเหรอ!
ธนวินท์ยักคิ้วกวนๆ ให้กรณ์อย่างรู้งาน ขณะที่พิมพ์มาดายังคงลอยหน้าลอยตาจิบกาแฟอย่างสบายใจ โดยไม่รู้เลยว่าภัยเงียบกำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัวในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
กรณิศสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ก่อนจะก้าวเข้าไปกระชากข้อมือบางของพิมพ์มาดาให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนคนถูกดึงอุทานออกมาด้วยความตกใจ
"อุ๊ย! คุณกรณ์ บ้าอะไรเนี่ย เจ็บนะ!"
"การประชุมเรื่องงบประมาณยังไม่จบครับคุณพิม..." กรณิศโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ดวงตาคมกริบฉายแววคุกรุ่นและดุดันอย่างที่พิมพ์มาดาไม่เคยเห็นมาก่อน "ส่วนคุณธนวินท์... ช่วยกรุณาถอยไปยืนห่างๆ ภรรยา... เอ่อ! หมายถึงครีเอทีฟในสังกัดผมด้วยครับ ถ้าไม่อยากให้กองถ่ายนี้กลายเป็นสนามรบจริงๆ!"
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาป่วนหัวใจไปด้วยกันนะคะ - เหมยฮวาแรกแย้ม
ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายป่วน•ตอนที่ 2
เปิดกล้องวันแรกก็พังไม่เป็นท่า
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
