ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายป่วน•ตอนที่ 3

กาแฟแก้วนั้นที่เธอแกล้งเท

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
"ถ้าคุณพิมยังจำประโยคเมื่อครู่ไม่ได้ ผมยินดีจะทวนความจำให้ฟังอีกรอบ... แบบตัวต่อตัว" ไอร้อนจากปลายจมูกของกรณิศที่ปัดผ่านแก้มเนียน คือหลักฐานชั้นดีว่าช่องว่างระหว่างเขากับเธอมันเหลือศูนย์ ดวงตาคมกริบที่มักใช้ส่องผ่านเลนส์กล้องเพื่อเก็บบันทึกความสมบูรณ์แบบของโลก ตอนนี้กำลังจับจ้องพิมพ์มาดาด้วยโฟกัสที่อันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืนไรเฟิล ประโยคหึงหวงแบบหน้ามึนเมื่อครู่ที่ประกาศกร้าวต่อหน้าธนวินท์ยังคงลอยเคว้งอยู่ในบรรยากาศตึงเครียดของห้องประชุมใหญ่ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเผลอหลุดมาตร Zun-dere ระดับพรีเมียมออกไปต่อหน้าพยานหลายปาก ใบหูคมสันถึงได้ขึ้นสีแดงจัดตัดกับผิวขาวสะอาดอย่างเห็นได้ชัด—แม้เจ้าตัวจะพยายามตีสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกได้แนบเนียนแค่ไหนก็ตาม พิมพ์มาดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามรากระรัวราวกับมีวงกลองทัดมาตีประโคมอยู่ในอก สมองที่เคยแล่นฉิวด้วยไอเดียโฆษณาพันแปดกลับขาวโพลนชั่วขณะ มือเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะประชุมเผลอบีบชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ ให้ตายสิ... ผู้ชายอะไร ปากแข็งเป็นหินแกรนิตแต่สายตากลับฟ้องว่าอยากจะจับเธอขย้ำให้จมเขี้ยวซะให้เข็ด! "ผู้กำกับกรณ์คะ กรุณาถอยหลังไปสามก้าว หายใจเข้าลึกๆ แล้วตั้งสติค่ะ" พิมพ์มาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มหวานหยดที่มักใช้ตกทองลูกค้าถูกงัดมาใช้งานเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง "คุณกำลังทำลายบรรยากาศอันแสนสร้างสรรค์ในการประชุมของเรานะคะ... อีกอย่าง ประโยคเมื่อกี้ ฉันถือว่าคุณละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลในฐานะครีเอทีฟนะยะ... เอ้ย! ในฐานะครีเอทีฟในสังกัดค่ะ" เกือบหลุดคำว่า 'นะยะ' ออกไปแล้วเชียว ดีนะที่เบรกกึกไว้ทัน ไม่อย่างนั้นภาพลักษณ์สาวมั่นสายป่วนคงพังไม่เป็นท่า กรณิศแค่นเสียง 'หึ' ในลำคอ ดวงตาคมปลาบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ ของคนตรงหน้าอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะยอมผถอยกายกลับไปยืนเต็มความสูง จัดสูทเข้ารูปให้เข้าที่ด้วยท่าทางเย่อหยิ่งตามวิสัยของคนฟอร์มจัด แต่ทว่าแววตาที่มองลงมายังคงกักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างเบ็ดเสร็จ "หมดเวลาพักผ่อนแล้วครับทุกคน" กรณิศหันไปประกาศกร้าวกับทีมงานที่ทำเป็นก้มหน้าก้มตาจดงานกันอย่างขยันขันแข็งเป็นพิเศษ "การประชุมเรื่องงบประมาณจบแค่นี้ ส่วนคุณพิม... ตามผมมาที่ห้องทำงาน เดี๋ยวนี้!" สิ้นคำสั่งเด็ดขาด ร่างสูงใหญ่ก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกจากห้องประชุมไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้พิมพ์มาดาได้แต่อ้าปากค้างกลางอากาศ "โอโห แม่เจ้า... ผู้กำกับเรานี่ 'หึง' จนควันออกหูเลยนะคะเนี่ยคุณพิม" ธนวินท์ที่ยืนเงียบเป็นอากาศธาตุมานานโน้มตัวกระซิบกระซาบข้างหูด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ พร้อมส่งสายตาเห็นอกเห็นใจปนขบขันมาให้ "ระวังตัวหน่อยนะพิม หมอกรณ์เขาดุเหมือนหมาป่าหิวเนื้อเข้าไปทุกวันแล้ว ระวังจะโดน... จับกินกลางกองถ่ายเข้าสักวัน" "กินอะไรล่ะคุณวินทร์! เขาจะจับฉันฉีกเป็นชิ้นๆ ต่างหากเล่า!" พิมพ์มาดาแหวใส่เพื่อนเก่าเบาๆ ก่อนจะค้อนให้วงใหญ่ "เพราะคุณคนเดียวเลยนะเนี่ย ทำเป็นมาทำคะแนนอะไรตอนนี้เล่า รู้ก็รู้ว่าเสือตัวนี้มันหวงก้างยิ่งกว่าอะไรดี" "อ้าว กลายเป็นความผิดผมซะงั้น ทั้งๆ ที่ผมแค่อยากปกป้องเพื่อนสาวแท้ๆ" ธนวินท์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี "ไปเถอะครับ เดี๋ยวท่านผู้กำกับสุดหล่อจะลงทัณฑ์คุณหนักว่าเดิม แค่สายตาเมื่อกี้ก็เผาร่างคุณเป็นจุลไปสามรอบแล้วมั้ง" พิมพ์มาดาพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาจากจมูกเชิดรั้น สมองอันชาญฉลาดเริ่มหมุนติ้วเพื่อหาทางเอาคืนผู้ชายปากแข็งจอมเผด็จการคนนั้นให้สาสมกับการที่เขามาตะคอกขู่ขวัญเธอในห้องประชุมเมื่อครู่ อยากให้เธอไปหาที่ห้องทำงานใช่ไหม? ได้... จัดให้ตามคำขอค่ะ! สิบนาทีต่อมา พิมพ์มาดาก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของผู้กำกับหนุ่มพร้อมกับถาดไม้รองแก้ว ในนั้นมีแก้วเซรามิกสีดำสนิทบรรจุของเหลวสีน้ำตาลเข้มส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนตื่นตัว เป็นกาแฟสูตรพิเศษที่เธอจงใจผสมผสานวัตถุดิบความแสบสันต์ลงไปเพื่อรับขวัญความหัวร้อนของเขาโดยเฉพาะ ก๊อกๆ! "เข้ามา" เสียงทุ้มต่ำตวาดลอดบานประตูไม้สักออกมาทันทีไม่ต้องรอให้เคาะซ้ำรอบสอง พิมพ์มาดาผลักประตูเข้าไปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ขณะเดินถือถาดเข้าไปหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ที่ซึ่งกรณิศกำลังนั่งก้มหน้าตรวจสตอรีบอร์ดด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เส้นผมสีดำสนิทลู่ลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อยทำให้เขาดูเย้ายวนใจแบบแปลกตา—แต่ขอโทษที ตอนนี้ความหล่อเหลานั้นไม่ได้มีผลอะไรกับหัวใจซุกซนของเธอเลยสักนิด "กาแฟแก้เครียดค่ะ ผู้กำกับกรณ์" พิมพ์มาดายื่นถาดกาแฟไปวางไว้ตรงหน้าเขาอย่างนิ่มนวล น้ำเสียงหวานใสเคลือบยาพิษถูกงัดมาใช้อย่างเต็มพิกัด "เห็นคุณหัวร้อนเรื่องงบประมาณเมื่อกี้ ฉันเลยชงสูตรพิเศษมาให้ดื่ม จะได้ใจเย็นลงบ้าง... เป็นสูตรลับเฉพาะของครีเอทีฟสายป่วน รับรองว่าดื่มปุ๊บ สมองปลอดโปร่ง หายเครียดเป็นปลิดทิ้งแน่นอนค่ะ" กรณิศเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตาคมกริบมองแก้วกาแฟสีดำสนิทสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มแบบมีพิรุธของหญิงสาว ความระแวงฉายชัดขึ้นในแววตาคู่นั้น ผู้หญิงอย่างพิมพ์มาดาไม่มีทางทำอะไรใจดีแบบไม่มีวาระซ่อนเร้นแน่นอน เจ้าตัวแสบนี่ไม่เคยสร้างความสงบสุขให้เขาได้เกินห้านาทีเลยด้วยซ้ำ "คุณใส่อะไรลงไปในกาแฟ..." กรณิศหรี่ตามองอย่างจับผิด น้ำเสียงเยียบเย็นกดต่ำ "เกลือ? พริกไทยป่น? หรือน้ำยาประสานท่อ?" "แหม! พูดจาดูถูกฝีมือฉันเกินไปแล้วนะคะคุณกรณ์" พิมพ์มาดาลอยหน้าลอยตาปฏิเสธเสียงสูง มือเรียวผลักแก้วกาแฟให้เลื่อนเข้าไปใกล้ตัวเขาอีกนิด "ระดับฉันแล้ว จะมาเล่นมุกเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง นี่เป็นสูตรบำรุงกำลังพิเศษต่างหากล่ะคะ ดื่มซะสิคะ หรือว่า... กลัว?" คำว่า 'กลัว' กระแทกเข้าตรงจุดเป๊ะ กรณิศขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีของผู้กำกับมือหนึ่งค้ำคออยู่เต็มอก มีหรือที่คนอย่างกรณิศจะยอมเสียหน้าให้ครีเอทีฟตัวแสบมาสบประมาทว่าขี้ขลาดตาขาว "หึ! กลัวเหรอ? คำนี้ไม่อยู่ในพจนานุกรมของผมหรอกคุณพิม" กรณิศแค่นหัวเราะอย่างท้าทาย เขายื่นมือหนาออกไปหยิบแก้วกาแฟทรงสวยขึ้นมาจรดริมฝีปาก สายตายังคงจ้องมองประเมินใบหน้าพึงพอใจของหญิงสาวที่ยืนกอดอกรอชมผลงานอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล พิมพ์มาดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ลุ้นระทึกยิ่งกว่าตอนรอลุ้นผลประกาศรางวัลออสการ์เสียอีก อึก! ของเหลวรสชาติแปลกประหลาดไหลผ่านลำคอของกรณิศไป ทันทีที่สัมผัสแรกปะทะกับตุ่มรับรส ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความขมปร่าของกาแฟดำถูกผสมผสานด้วยความเปรี้ยวปรี๊ดของมะนาวสดซีกใหญ่ แถมด้วยความเผ็ดซ่าของขิงสกัดเข้มข้นที่ตีขึ้นจมูกจนแสบกบาล! แควก! แค่ก! กรณิศสำลักพรวดออกมาจนเกือบพ่นกาแฟใส่หน้าสวยๆ ของคนที่ยืนลุ้นอยู่ พิมพ์มาดารีบกระโดดถอยหลังหนีแทบไม่ทันพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่หลุดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ "ฮ Ha Ha Ha! เป็นยังไงบ้างคะผู้กำกับกรณ์? สดชื่นสะใจตื่นตัวถึงทรวงในเลยไหมคะสูตรพิเศษแก้วนี้!" พิมพ์มาดายืนกุมท้องหัวร่อร่าอย่างสะใจ น้ำตาเล็ดด้วยความขบขันยามเห็นผู้ชายมาดขรึมผู้รักความสมบูรณ์แบบกำลังสำลักกาแฟหน้าดำหน้าแดง กรณิศวางแก้วกระแทกโต๊ะเสียงดังสนั่น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกผสมผสานระหว่างความเผ็ดร้อน ความเปรี้ยวเข็ดฟัน และความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานจนปรอทแตก เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนยิ่งกว่ากองไฟ "พิมพ์มาดา!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันดังขึ้นราวกับราชสีห์หนุ่มที่ถูกลูบคมจนถึงขีดสุด "อุ๊ย! เรียบเรียงชื่อฉันซะเต็มยศเลย แสดงว่าถูกใจล่ะสิคะเนี่ย" พิมพ์มาดายังคงลอยหน้าลอยตากวนประสาทไม่เลิก แม้จะเริ่มรู้สึกถึงรัศมีมรณะที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่กำลังลุกขึ้นยืนช้าๆ "ถ้าชอบ เดี๋ยววันหลังฉันชงสูตรพิเศษใส่พริกขี้หนูสวนให้ดื่มเพิ่มพลังอีกสักแก้วนะคะ รับรองว่างานนี้ปังปุริ... ว้าย!" ยังไม่ทันที่ประโยคกวนประสาทจะหลุดออกจากปากจนจบ ร่างบางก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนเซถลไถลเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนตัวโตกว่าอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นกาแฟจางๆ พุ่งเข้าปะทะจมูกทันทีที่วงแขนแข็งแรงราวกับคีมเหล็กวัดรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นตรึงไม่ให้ขยับเขยื้อน พิมพ์มาดาตาโตเท่าไข่ห่าน เงยหน้าขึ้นมองสบกับดวงตาคมกริบที่ตอนนี้ลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและแรงอารมณ์อันคุกกรุ่น ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้เสียจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากซึ่งกันและกัน รอยยิ้มท้าทายบนใบหน้าสวยแข็งค้างไปชั่วขณะ หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วเมื่อครู่ตอนนี้กระหน่ำรัวราวกำลังจะทะลุออกมานอกอก "สนุกมากใช่ไหมครับ... หื้ม?" เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก กรณิศก้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ชวนให้สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ความใกล้ชิดที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุมทำให้พิมพ์มาดาลืมบทพูดกวนๆ ที่เตรียมไว้ในหัวจนหมดสิ้น มือหนาของเขาเลื่อนขึ้นมาล็อกท้ายทอยมนไว้มั่น ไม่ยอมให้เธอถอยหนีไปไหนได้อีก ดวงตาคมปลาบจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบตาเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังประจันหน้ากับเหยื่อตัวแสบที่วิ่งเข้ามาติดกับดักด้วยความเต็มใจของตัวเอง "ในเมื่อคุณอุตส่าห์ลงทุน 'ชง' มาให้ผมดื่มเองถึงที่..." กรณิศเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าลึกจนคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว "งั้นผมคงต้องรับน้ำใจอันแสน... 'แสบสันต์' นี้ คืนสนองคุณให้สาสมบ้างแล้วล่ะครับคุณครีเอทีฟคนเก่ง" สิ้นคำพูดนั้น ผู้กำกับหนุ่มก็โน้มใบหน้าลงมาหาอย่างรวดเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว! ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนตื่นตระหนก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มของเธออย่างอุกอาจและเรียกร้อง—ไม่ใช่สัมผัสแห่งความโกรธเกรี้ยวอย่างที่คิด แต่มันคือความร้อนรุ่มที่แผดเผาทุกสติสัมปชัญญะให้มอดไหม้กลายเป็นจุลในพริบตาเดียว! (โปรดติดตามตอนต่อไป...) -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาป่วนและฟินไปด้วยกันนะคะ! - เหมยฮวาแรกแย้ม
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กำกับหน้านิ่งกับครีเอทีฟสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%