“อย่าแม้แต่จะคิดแตะต้องมัน”
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องใต้หลังคาที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของกาลเวลา รินรดาชะงักมือที่กำลังเอื้อมไปแตะกล่องไม้เก่าคร่ำคร่า ซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่หลังกองหนังสือพิมพ์ภาษาต่างประเทศที่กรอบเหลืองจนแทบจะกลายเป็นผง เธอนิ่งค้าง ร่างกายเกร็งแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาของผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงประตู
“ทำไมคะ?” รินรดาถามเบาๆ แม้จะยังไม่หันไปเผชิญหน้า มือของเธอยังคงสั่นเทาอยู่เหนือฝากล่อง “ที่นี่คือบ้านของฉัน... ความลับของตระกูลนี้ควรเป็นสิ่งที่ฉันมีสิทธิ์รับรู้ไม่ใช่หรือคะ หรือว่ามีอะไรที่มากกว่าแค่เรื่องผลประโยชน์ที่คุณกำลังปกปิดไว้”
ธันวาก้าวเข้ามาใกล้ จังหวะฝีเท้าของเขาหนักแน่นและไร้ความลังเล เขาย่อตัวลงข้างหลังเธอ กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ ที่คุ้นเคยแตะเข้าที่จมูกของรินรดา มันทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างไม่อาจควบคุมได้ เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แต่ทว่าแฝงไปด้วยแรงบีบที่หนักแน่นเพื่อห้ามปราม
“บางเรื่องที่คุณไม่ได้รู้... มันอาจจะดีกว่าสำหรับหัวใจของคุณนะ รินรดา” เสียงของเขานุ่มลงทว่าแฝงความขมขื่น “คุณยึดติดกับอดีตจนมองไม่เห็นเหวที่กำลังจะตกลงไปข้างหน้า การเปิดกล่องใบนี้ เท่ากับการดึงเอาความจริงที่พังทลายกลับมาทับถมตัวเองอีกครั้ง คุณพร้อมจะรับมือกับมันจริงๆ หรือคะ?”
“ฉันตายจากความรู้สึกผิดมาหลายปีแล้วค่ะ” รินรดาสะบัดข้อมือออกก่อนจะหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา “ไม่มีอะไรจะเลวร้ายไปกว่าการใช้ชีวิตอยู่บนคำโกหกที่คุณสร้างขึ้นมาตลอดหลายเดือนนี้หรอก”
เธอดึงกล่องใบนั้นออกมาจากซอกหลืบด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย ธันวานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ราวกับเขากำลังชั่งใจว่าจะแย่งมันคืนมาหรือจะปล่อยให้มันเป็นไปตามโชคชะตา สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะถอยไปก้าวหนึ่ง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง
รินรดาค่อยๆ เปิดฝากล่องไม้ที่ฝืดจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ภายในนั้นไม่ได้มีสมบัติล้ำค่าหรือเอกสารทางกฎหมายอย่างที่เธอคาดคิด หากแต่มีเพียงจดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกพับอย่างประณีตวางอยู่บนชิ้นส่วนตุ๊กตาไขลานที่แตกหัก
เธอหยิบมันขึ้นมา ลายมือบนซองจดหมายนั้นคุ้นตาจนน่าใจหาย มันเป็นลายมือของคนที่เธอรักและสูญเสียไป... คนที่เป็นจุดเริ่มต้นของบาดแผลในใจทั้งหมด
“จดหมายฉบับนี้... ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่?” รินรดาถามเสียงสั่น กระดาษในมือเริ่มยับย่นเพราะแรงบีบ “มันควรจะไปถึงปลายทางตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุวันนั้น แต่นี่... รอยประทับตราไปรษณีย์มันหายไปไหน?”
ธันวาเม้มปากแน่น เขาไม่ได้ตอบทันที แต่สายตาของเขาที่ทอดมองจดหมายฉบับนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด “เพราะมันไม่เคยถูกส่งออกไปจริงๆ รินรดา จดหมายฉบับนั้นถูกขโมยมาจากมือของเขาก่อนที่จะถึงตู้ไปรษณีย์ และคนที่ทำ... ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล”
มือของรินรดาสั่นแรงกว่าเดิมขณะดึงกระดาษออกมา เธออ่านข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดในหน้าแรก แล้วหัวใจของเธอก็เหมือนจะหยุดเต้น ความจริงที่เธอเพียรพยายามหาคำตอบมาตลอดหลายปี ไม่ใช่ความบังเอิญอย่างที่ใครๆ พยายามบอก แต่มันคือแผนการที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้น
“คุณรู้มาตลอดใช่ไหมคะ...” เธอเงยหน้าขึ้นมองธันวา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อล้น “คนที่คุณทำงานให้... คนที่จ่ายเงินให้คุณเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ เพื่อคอยสอดแนมฉัน... คือคนเดียวกับคนที่พรากจดหมายฉบับนี้ไปจากเขา”
ธันวาไม่ได้ปฏิเสธ เขาทำเพียงก้มหน้าลงต่ำ ลมหายใจของเขาดูติดขัดเหมือนคนกำลังแบกรับภูเขาไว้ทั้งลูก “ถ้าผมบอกว่าผมเข้ามาเพื่อทำลาย... คุณจะเชื่อไหมคะ ว่าตอนนี้สิ่งที่ผมต้องการที่สุด คือการปกป้องคุณจากการต้องรับรู้ความจริงที่โหดร้ายกว่านี้อีก”
รินรดาหัวเราะเสียงแผ่วในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง “ปกป้องฉัน? ด้วยการโกหกฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนั้นหรือคะ ธันวา คุณมันก็แค่เบี้ยตัวหนึ่งที่หลงรักกระดานที่ตัวเองต้องทำลายทิ้ง”
ขณะที่เธอกำลังจะเปิดหน้าถัดไปของจดหมาย แสงไฟในห้องใต้หลังคาก็ดับวูบลงกะทันหัน ความมืดมิดเข้าโอบล้อมทั้งสองคนไว้ รินรดารู้สึกถึงแรงดึงที่ต้นแขน ธันวากระชากเธอเข้าไปหาตัวจนแผ่นหลังปะทะกับอกกว้างของเขา
“เงียบไว้!” เขาขู่เสียงต่ำ แฝงด้วยความหวาดระแวงที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้องใต้หลังคา เสียงนั้นไม่ได้ดูเหมือนคนเดินปกติ แต่มันเหมือนคนพยายามลากอะไรบางอย่างที่หนักอึ้งมาตามพื้นไม้ รินรดาใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเงาตะคุ่มของร่างหนึ่งทาบผ่านช่องว่างใต้ประตู และเสียงไขกุญแจที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ดังขึ้น... *กริ๊ก*
ประตูห้องใต้หลังคาเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงแหบพร่าที่เอ่ยออกมาจากความมืดมิดเบื้องหน้าว่า “ในที่สุด... ของที่หายไปก็กลับมาอยู่รวมกันเสียที”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก จ้องมองไปยังร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เพราะเธอจำเสียงของคนผู้นี้ได้แม่นยำ... เสียงที่ควรจะดับสูญไปพร้อมกับอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและธันวานะคะ ไวโอเล็ตการ์เด้นจะตั้งตารออ่านความคิดเห็นของทุกคนในตอนถัดไปค่ะ
ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 12
จดหมายที่ส่งไปไม่ถึง
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!