“เสียงนั้น... มันไม่ได้ตายไปพร้อมกับเปลวเพลิงเมื่อสิบปีก่อนงั้นหรือ”
รินรดาพึมพำผ่านริมฝีปากที่สั่นระริก ดวงตาของเธอเบิกกว้างจ้องมองเงาร่างในเงามืดที่ทอดยาวผ่านประตูห้องสมุดเก่าแก่ กลิ่นอายของความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบด้วยหยาดน้ำตามาตลอดทศวรรษจู่โจมเข้ามาในมวลอากาศ ราวกับเศษเสี้ยวของวิญญาณที่ถูกปลุกให้ตื่นจากขุมนรก
ร่างนั้นก้าวออกมาจากมุมมืดอย่างเชื่องช้า ไม่ใช่ผีร้าย แต่เป็นชายวัยกลางคนที่ดูสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะเป็นฆาตกร หากไม่ใช่เพราะ 'เข็มกลัดเงินรูปนกนางแอ่น' ที่เหน็บอยู่บนปกเสื้อตัวนั้น... สิ่งที่รินรดาจำได้แม่นยำที่สุดในคืนวันที่ชีวิตของเธอพังทลาย
“คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” รินรดาถาม เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเกลียดชังที่พุ่งพล่านอยู่ในอก
ชายผู้นั้นไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแต่มองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า มือที่สวมถุงมือหนังสีดำหยิบม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าออกมาจากเสื้อโค้ท ก่อนจะวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กที่ขัดเงาจนสะท้อนแสงไฟสลัว
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อสนทนาเรื่องวันเก่าๆ หรอกนะรินรดา” เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นเยียบ “แต่ผมมาเพื่อบอกว่า... ในคืนนั้น ไม่ได้มีแค่คุณกับคนในตระกูลที่อยู่ในรถคันนั้นหรอก”
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธออยากจะกรีดร้อง แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับมีใครเอามือมาบีบไว้ “คุณพูดเรื่องอะไร”
“หลักฐานชิ้นนี้ จะทำให้คุณรู้ว่า ทำไมคุณถึงรอด... และทำไมคนอื่นถึงต้องตาย”
ขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าม้วนกระดาษนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครอีกคนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักออกพร้อมกับร่างสูงของธันวาที่พุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาของเขาไม่ได้มองรินรดาเป็นอันดับแรก แต่เขากลับจ้องเขม็งไปที่ชายแปลกหน้าด้วยแววตาที่พร้อมจะฉีกกระชากอีกฝ่ายให้แหลกลาญ
“ถอยออกมาจากตรงนั้น ริน!” ธันวาตวาดเสียงต่ำ เขาขยับตัวเข้ามากั้นระหว่างหญิงสาวกับชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นควันบุหรี่จางๆ จากตัวธันวาสะท้อนถึงความเร่งรีบในการเดินทางมาที่นี่
“ธันวา... เขา... เขาคือคนที่อยู่ในเหตุการณ์คืนนั้น” รินรดาเสียงสั่น เธอคว้าชายเสื้อสูทของธันวาไว้แน่น นิ้วมือจิกเกร็งจนซีดขาว
ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับชายผู้นั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการหักหลัง “ฉันบอกคุณแล้วใช่ไหม ว่าอย่ามายุ่งกับเธอ ถ้าไม่อยากให้ความจริงเรื่อง ‘บุคคลที่สาม’ ในคืนนั้น กลายเป็นจุดจบของชีวิตคุณเอง”
ชายปริศนาหัวเราะร่าในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าสะพรึงกลัว “ความจริงมันไม่ได้มีไว้ให้จบหรอกธันวา มันมีไว้ให้ ‘รื้อฟื้น’... รินรดา ลองเปิดกระดาษแผ่นนั้นดูสิ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมชายที่คุณฝากชีวิตไว้คนนี้ ถึงพยายามปิดปากคุณมาโดยตลอด”
ธันวาขยับจะเข้าปะทะ แต่ชายผู้นั้นกลับถอยหลังกรูดออกไปทางหน้าต่างบานเปิดเพียงบานเดียวที่เชื่อมต่อกับระเบียงสูง เขาหายลับไปในความมืดของค่ำคืนราวกับเป็นเพียงหมอกควัน ทิ้งไว้เพียงม้วนกระดาษบนโต๊ะและสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของรินรดา
เธอค่อยๆ แกะสายรัดกระดาษออก นิ้วมือสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ เมื่อภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของเธอหยุดกะทันหัน
มันไม่ใช่แค่บันทึก... แต่มันคือภาพถ่ายฟิล์มใบหนึ่งที่แสดงเหตุการณ์ก่อนอุบัติเหตุเพียงไม่กี่นาที ในภาพนั้น รินรดานั่งอยู่ข้างคนขับ แต่ที่เบาะหลัง... กลับมีเงาร่างของใครบางคนปรากฏอยู่เงาที่มืดดำและถูกลบเลือนด้วยความจงใจ แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ ‘มือ’ ของบุคคลนั้นที่เอื้อมไปแตะพวงมาลัยรถจากด้านหลัง
รินรดาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองธันวา น้ำตาที่เคยกลั้นไว้เอ่อล้นออกมา “มือข้างนี้... นาฬิกาเรือนนี้...”
เธอเลื่อนสายตาลงไปมองข้อมือของธันวา นาฬิกาสแตนเลสสายหนังสีน้ำตาลที่เขาสวมใส่เป็นประจำ มันเป็นเรือนเดียวกับที่ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายใบนั้นอย่างไม่ผิดเพี้ยน
ธันวานิ่งงัน ใบหน้าคมคายของเขาฉายความเจ็บปวดลึกๆ เขาค่อยๆ เอื้อมมือมาแตะไหล่ของเธอ แต่รินรดากลับถอยหลังหนีราวกับเขาเป็นสิ่งแปลกปลอม
“คุณอยู่ที่นั่น...” เธอเค้นเสียงออกมา “คุณเป็นคนทำให้รถคันนั้นเสียหลัก ใช่ไหมธันวา?”
ธันวาไม่ได้ปฏิเสธ เขาเพียงแต่นิ่งมองเธอด้วยสายตาที่ท่วมท้นไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกอย่างในห้องนี้ดูเคว้งคว้าง “ผมไม่ได้เป็นคนทำให้รถเสียหลัก... แต่ผมเป็นคนพยายาม ‘หยุด’ ไม่ให้รถคันนั้นพุ่งลงเหวต่างหาก รินรดา”
ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้ซักถามต่อ ประตูกระจกบานเดิมก็ถูกเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงกระแทกจากภายนอก ร่างของตำรวจในเครื่องแบบหลายนายกรูเข้ามาพร้อมกับอาวุธครบมือ โดยมีหญิงสาวอีกคนยืนอยู่ด้านหลัง—บุคคลที่รินรดาคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่สิบปีก่อน
“จับตัวธันวาซะ” เสียงหวานแหลมของหญิงสาวผู้นั้นสั่งการ “เขาคือฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของฉัน”
รินรดามองสลับระหว่างธันวาที่ยอมจำนนแต่โดยดี กับหญิงสาวตรงหน้าที่มีใบหน้าเหมือนเธอราวกับส่องกระจก... เธอไม่ใช่รินรดา แต่เธอกำลังเผชิญหน้ากับแฝดผู้น้องที่ไม่มีใครเคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่จริง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมค้นหาความจริงไปพร้อมกับรินรดานะคะ
ไวโอเล็ตการ์เด้น
ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 13
เมื่อความจริงเริ่มปรากฏ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!