ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 17

เบื้องหลังม่านหมอก

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
"คุณกำลังโกหก หรือคุณแค่ลืมไปแล้วว่าหยดเลือดบนเอกสารพวกนั้น มันไม่ได้มาจากรอยหมึกของเครื่องพิมพ์ แต่มาจากความตายของใครบางคนเมื่อยี่สิบปีก่อน" เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาของเธอกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ถูกแช่แข็ง เธอวางแฟ้มเอกสารปกหนังเก่าคร่ำคร่าลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ในห้องทำงานที่ปิดตายของตระกูลอัครเดโช แรงกระแทกของมันเบาหวิว แต่ในความรู้สึกของธันวา มันกลับดังสนั่นราวกับเสียงปืนที่ลั่นไกกลางใจ ธันวาชะงักมือที่กำลังถือแก้ววิสกี้ รอยยิ้มมุมปากที่เคยดูเยือกเย็นและคาดเดายากของเขาจางหายไป เหลือเพียงความเงียบที่ขยายตัวจนน่าอึดอัด เขาไม่ได้หันมามองเธอทันที แต่เลือกที่จะจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกหน้าต่างบานสูงที่กั้นระหว่างเขากับความมืดมิดภายนอก "ริน... ความจริงบางอย่างมันเป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับคนที่พยายามจะเริ่มต้นชีวิตใหม่" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงด้วยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความใจแข็ง "คุณควรจะหยุดค้นหา ก่อนที่เงาที่คุณพยายามจะไล่ล่า มันจะหันกลับมากลืนกินคุณเสียเอง" "ถ้าฉันกลัวเงา ฉันคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรก" รินรดาเดินอ้อมโต๊ะไม้ตัวใหญ่เข้ามาใกล้ ระยะห่างที่ลดลงทำให้เธอเห็นรอยแผลเป็นจางๆ บนสันกรามของเขา—รอยแผลที่เขาไม่เคยอธิบายที่มา และเธอก็ไม่เคยกล้าถาม "ทำไมต้องเป็นตระกูลอัครเดโช? ทำไมต้องเป็นพ่อของฉัน? บอกฉันมาสิธันวา ว่าความขัดแย้งทางธุรกิจในตอนนั้น มันคุ้มค่ากับชีวิตที่พังทลายไปกี่ชีวิตกันแน่?" ธันวาหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากความลึกลับกลายเป็นความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด เขาคว้าข้อมือของเธอไว้เบาๆ ทว่ามั่นคง แรงบีบนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อกักขัง แต่มีไว้เพื่อยื้อยุดไม่ให้เธอถลำลึกไปมากกว่านี้ "ธุรกิจในตอนนั้นไม่ใช่เรื่องของการได้กำไร หรือการขยายสาขา แต่มันคือการหักเหลี่ยมเพื่อรักษา 'ลมหายใจ' ของคนในตระกูลเราทั้งคู่" เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดหน้าผากของเธอ "พ่อคุณไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างที่บันทึกในแฟ้มพวกนั้นเขียนไว้หรอกรินรดา เขาเป็นคนเซ็นอนุมัติให้กว้านซื้อที่ดินแปลงนั้น... ที่ดินที่เป็นสุสานของคนงานกว่าสิบชีวิตที่ถูกฝังไว้ใต้โรงงานที่คุณกำลังนั่งบริหารอยู่ทุกวันนี้" รินรดาราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เธอผงะถอยหลังด้วยความรู้สึกที่พร่าเลือน ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อผู้แสนดีที่เธอรักและเคารพเริ่มสั่นคลอน ราวกับวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกแผ่นดินไหวทำลายลงต่อหน้าต่อตา เธอพยายามจะค้าน แต่ลำคอกลับตีบตัน เธอรู้ดีว่าหลักฐานในแฟ้มนี้ไม่ได้โกหก แต่มันทำลายโลกทั้งใบของเธอไปจนหมดสิ้น "คุณรู้... คุณรู้เรื่องนี้มาตลอด แต่คุณก็ยัง..." "ใช่ ฉันรู้" ธันวากระซิบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น "ฉันรู้ว่านั่นคือเหตุผลที่ฉันถูกส่งตัวมาที่นี่ตั้งแต่วันแรก ภารกิจของฉันคือการทำลายอัครเดโชให้สิ้นซาก เพื่อชำระแค้นให้ครอบครัวของฉันที่ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี... แต่แล้วยังไงล่ะรินรดา? สุดท้ายคนเดียวที่ฉันทำลายได้จริงๆ กลับเป็นหัวใจของตัวเองที่ดันไปรักลูกสาวของคนที่ฉันเกลียดชังที่สุด" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาโบราณบนผนังที่ดังติ๊ก... ติ๊ก... ราวกับกำลังนับถอยหลังสู่จุดจบของความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้ รินรดามองชายตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธแค้น แต่มันคือความผิดหวังที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำบรรยาย ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังพังทลาย เสียงเคาะประตูห้องทำงานสามครั้งดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ—จังหวะที่คนในตระกูลอัครเดโชเท่านั้นที่รู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร ประตูค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับร่างของหญิงชราในชุดสีดำสนิทที่รินรดาจำได้แม่นว่าควรจะอยู่ที่ต่างประเทศ เธอก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางที่ดูสง่างามทว่าเย็นชาดุจน้ำแข็ง ในมือของเธอถือซองจดหมายสีน้ำตาลที่ดูเก่าแก่ไม่แพ้แฟ้มของรินรดา "เล่นละครฉากรักรันทดกันจบหรือยังคะ?" หญิงชราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของเธอจ้องมองรินรดาและธันวาสลับกัน ก่อนจะวางจดหมายลงบนโต๊ะ "ถ้าจบแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องดู 'บทละครของจริง' ที่ถูกจารึกไว้ในหยาดน้ำค้างคืนนั้นเสียที... เพราะความจริงที่พวกคุณกำลังถกเถียงกันน่ะ มันเป็นแค่เศษเสี้ยวของคำโกหกที่ถูกปูไว้เพื่อปกป้องคนที่แท้จริงต่างหากล่ะ" ก่อนที่รินรดาจะทันได้อ้าปากถาม จดหมายฉบับนั้นก็ถูกเปิดออกด้วยนิ้วมือที่สั่นเทาของธันวา แต่ทันทีที่สายตาของเขาปะทะกับลายเซ็นที่ปรากฏอยู่ท้ายกระดาษ ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด เขามองสบตารินรดาด้วยความตระหนกสุดขีด "ริน... ออกไปจากที่นี่ซะ..." เขาเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก "อย่าแตะต้องจดหมายฉบับนี้... เพราะถ้าคุณรู้ว่าคนบงการที่อยู่เบื้องหลังความตายพวกนั้นคือใคร... คุณจะไม่มีวันได้กลับออกไปจากบ้านหลังนี้อย่างมีชีวิตอีกเลย" รินรดาเหลือบมองจดหมายบนโต๊ะ ก่อนจะมองไปที่ประตูที่ถูกปิดล็อกลงอย่างแน่นหนาจากด้านนอกโดยเงาดำปริศนาที่ยืนตระหง่านอยู่ในความมืด ไวโอเล็ตการ์เด้นขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมรักษาสัญญาแห่งความเงียบงันและติดตามเรื่องราวนี้ไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%