ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 16

ข้อตกลงที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
"คุณกำลังโกหกธันวา... หรือคุณแค่กำลังพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อปกปิดอะไรบางอย่างอยู่กันแน่คะ?" รินรดาวางแก้วชาลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงกระทบกันของกระเบื้องเคลือบกังวาลอยู่ในความเงียบที่หนักอึ้งราวกับเสียงระฆังที่เตือนภัย เธอนั่งตัวตรงจ้องมองชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เย็นเยียบ ทว่ามือที่วางอยู่บนตักกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ธันวาไม่ได้หลบสายตา เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้กํามะหยี่ แสงไฟสลัวจากโคมระย้าเหนือศีรษะตกกระทบใบหน้าคมสันจนเกิดเป็นเงามืดลึกในเบ้าตา ความสงบนิ่งของเขาน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าการอาละวาด เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงลมหายใจ "ผมไม่ได้โกหก ริน" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและราบเรียบอย่างประหลาด "แต่ความจริงที่ผมกุมไว้อาจจะเป็นสิ่งที่ทำลายคุณมากกว่าคำโกหกที่แสนหวานเหล่านั้นเสียอีก คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมคะว่าอยากจะก้าวเข้าไปในพื้นที่ที่คุณพยายามขุดฝังมันไว้ลึกที่สุด" รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและแฝงความหยามหยันในโชคชะตา "ถ้าการรื้อฟื้นอดีตคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของใครบางคน ดิฉันก็พร้อมจะจ่ายค่ะ... โดยเฉพาะกับคุณ" ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก เขามองไปรอบห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไม้จันทน์หอมก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง เขาหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ใต้กองเอกสารออกมาวางบนโต๊ะ มันเป็นซองที่ดูเก่าและมีรอยยับย่น ราวกับถูกเปิดและปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่ามานับครั้งไม่ถ้วน "คุณรู้จักเขา... ไม่ใช่แค่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะคนที่คุณ 'เลือก' ให้หายไปจากชีวิต ใช่ไหมคะ" เขาพูดประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเพียงเล็กน้อย แต่มันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของรินรดาจนเธอต้องผงะถอยหลัง "คุณพูดเรื่องอะไร..." เสียงของเธอเบาหวิว "คุณไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเขา... คุณเป็นแค่คนนอก!" "คนนอกอย่างนั้นเหรอคะ?" ธันวาหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าจนน่าใจหาย "ผมรู้จักเขาดีกว่าที่ใครในโลกนี้จะรู้จัก เขาไม่ได้จากไปเพราะอุบัติเหตุที่แสนโชคร้ายอย่างที่บันทึกของตำรวจลงไว้หรอกนะริน... เขาจากไปเพราะความลับที่เขามีต่อคุณ และความลับที่ผม... มีต่อเขา" อากาศในห้องดูจะเบาบางลง รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ภาพวันคืนเก่าๆ ที่เธอมักจะกักขังตัวเองไว้ในหอคอยแห่งความทรงจำเริ่มบิดเบี้ยว เธอจำได้ว่าเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เธอกลัวที่จะมองเข้าไปในดวงตาของธันวา เพราะตอนนี้มันดูเหมือนกำลังสะท้อนเงามืดของคนที่เธอพยายามลบเลือนออกไปจากใจ "บอกดิฉันมา..." เธอกระซิบ มือเรียวเอื้อมไปคว้าซองจดหมายนั้น แต่ธันวากลับกดมือของเขาลงบนมันแน่น "ผมเคยเป็นเพื่อนสนิทของเขา... หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ผมเป็นคนที่เขากลัวที่สุด" ธันวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "เขารักคุณมากริน แต่เขาเกลียดชังความจริงที่ตัวเองเป็น ผมรู้เรื่องจดหมายฉบับสุดท้ายนั่น และผมก็รู้ว่าคืนนั้นที่เขาหายไป... เขาไม่ได้ไปหาคุณ แต่เขากำลังหนีไปจากบางสิ่ง... บางสิ่งที่ตอนนี้กำลังเดินเข้ามาหาคุณอย่างช้าๆ ภายในบ้านหลังนี้" รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอรู้สึกถึงไอเย็นที่แล่นผ่านสันหลังเมื่อธันวาขยับตัวเข้าใกล้จนชิดกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบยิ่งกว่าครั้งใด "ได้ยินเสียงนั่นไหมคะริน?" เขากระซิบพลางเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากโถงทางเดินชั้นบน "คนที่คุณคิดว่าตายจากไปแล้ว กำลังเคาะประตูห้องนี้ เพื่อทวงถามถึงความลับที่ถูกฝังอยู่ในหยาดน้ำค้างคืนนั้น... ความลับที่คุณแสร้งทำเป็นจำไม่ได้มาตลอดสามปีเต็ม" เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้น 'ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...' จังหวะการเคาะนั้นช่างเชื่องช้า หนักแน่น และแฝงไปด้วยความคุ้นเคยอย่างประหลาด รินรดาเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นไปทั่วร่างเมื่อได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอดผ่านบานประตูเข้ามาเป็นชื่อเล่นที่ไม่มีใครเรียกเธอมานานแสนนาน "ริน... เปิดประตูให้ผมสิครับ ผมกลับมาหาคุณแล้ว" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมรักษาสัญญาแห่งความเงียบงันไปพร้อมกับรินรดานะคะ ไวโอเล็ตการ์เด้น
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%