“ความจริงน่ะเหรอคะแม่? คำคำนี้มันช่างหรูหราเกินไปสำหรับคนที่หลอกใช้ลูกสาวตัวเองมาตลอดยี่สิบปี จริงไหมคะ?”
รินรดาเค้นเสียงถาม เสียงของเธอสั่นพร่าทว่าแฝงไว้ด้วยความเย็นชาที่เธอเองก็ไม่คิดว่าจะมีได้ในวันที่โลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า หญิงวัยกลางคนที่เคยเป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรของเธอ บัดนี้กลับยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า ในมือของท่านถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูราวกับลูกระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังอยู่ในอากาศที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
“แกไม่มีวันเข้าใจหรอกรินรดา... ทุกอย่างที่แม่ทำ ก็เพื่อให้แกมีชีวิตรอด! เพื่อให้แกอยู่บนจุดที่สูงกว่าพวกมัน!” เสียงของมารดาแผดลั่น สั่นสะท้านไปด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนใบหน้าที่เคยอ่อนโยนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น
“รอด? หรือแค่เป็นหมากตัวสำคัญที่ถูกเซ่นสังเวยให้แก่เกมแห่งความอำมหิตของคุณแม่กันแน่คะ?”
ธันวาที่ยืนเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ในมุมมืดของห้องขยับตัวเข้าหาแสงสว่าง ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองมารดาของรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก แต่แฝงไปด้วยความสมเพชเวทนาที่ปิดไม่มิด มือหนาของเขาค่อยๆ สอดเข้าในเสื้อสูทราวกับเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
“หุบปาก! แกมันก็แค่คนนอก ธันวา! แกเข้ามาในชีวิตลูกสาวฉันด้วยจุดประสงค์ที่สกปรกโสมมไม่ต่างกัน อย่าได้มาทำตัวเป็นพระเอกผู้กอบกู้ในตอนนี้เลย!”
หญิงสูงวัยกรีดร้องพลางพุ่งตัวเข้าหารินรดาด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย ในมือของนางปรากฏมีดพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้รอยพับของชุดราตรีสีเข้ม มันวาววับล้อไปกับแสงไฟในห้องราวกับคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายที่หิวโหย
รินรดาถอยกรูดหลังชนกับโต๊ะทำงานไม้โอ๊คเก่าแก่ ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศไม่ได้ทำให้เธอชะงักเท่ากับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาในรูปแบบของ ‘แม่’ สายตาที่เคยเมตตาบัดนี้เต็มไปด้วยความมืดดำของความอาฆาตมาดร้ายที่สะสมมานานนับสิบปี
“ริน! ถอยออกมา!”
ธันวากระโจนเข้าขวางกั้นทันท่วงที แรงปะทะระหว่างเขากับมารดาของรินรดาทำให้สิ่งของบนโต๊ะแตกกระจาย รินรดาเห็นภาพนั้นช้าลงราวกับเวลาถูกแช่แข็ง เธอเห็นความแค้นในดวงตาของมารดาที่ไม่ได้พุ่งเป้าเพียงเพื่อจะทำลายเธอ แต่พุ่งเป้าไปเพื่อทำลายทุกสิ่งที่ขัดขวางแผนการใหญ่ที่นางได้วางเอาไว้
“ทำไม... ทำไมแม่ต้องเกลียดรินถึงขนาดนี้” รินรดาพึมพำ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลอาบแก้ม “ที่ผ่านมา... ความรักที่แม่ให้ริน มันคือเรื่องหลอกลวงทั้งหมดเลยเหรอคะ?”
มารดาของรินรดาหยุดชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจหอบถี่ของนางกระแทกกระทั้นออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าขนลุก “รัก? ความรักมันกินไม่ได้หรอกนะรินรดา! สิ่งที่ฉันมอบให้แกคือ ‘อนาคต’ ต่างหาก! อนาคตที่แกต้องเป็นคนจ่ายค่าตอบแทนด้วยชีวิตของแกเอง!”
ทันใดนั้น หน้าต่างกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องก็แตกกระจายออกด้วยแรงกระแทกจากภายนอก เศษแก้วคมกริบปลิวว่อนไปทั่วห้องราวกับฝนน้ำแข็งที่ทิ่มแทงทุกสรรพสิ่ง ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดดำสามนายพุ่งเข้ามาในห้องท่ามกลางความโกลาหล ธันวาเสียหลักจากการถูกลอบโจมตี ทำให้รินรดาตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มารดาของเธอก้าวถอยไปยืนอยู่ข้างกลุ่มชายชุดดำ สายตาที่เคยรักใคร่บัดนี้กลับว่างเปล่าราวกับมองดูสิ่งของที่หมดประโยชน์ “ส่งเธอมาให้พวกเขาสะสางบัญชีซะรินรดา... ถือว่านี่คือสิ่งสุดท้ายที่แม่จะทำให้ เพื่อให้ครอบครัวเราหลุดพ้นจากพันธนาการนี้เสียที”
รินรดาตัวสั่นเทา เธอพยายามควานหาที่พึ่งทางสายตาจากธันวา แต่เขากำลังถูกรุมล้อมด้วยชายฉกรรจ์สองคน ความมืดของค่ำคืนนี้ไม่ได้น่ากลัวเท่าความมืดในใจของคนที่เธอเรียกว่าแม่
“แม่คิดว่าถ้ามอบรินให้พวกเขาแล้ว ทุกอย่างจะจบลงจริงๆ หรือคะ?” รินรดาถามด้วยเสียงที่เรียบนิ่งขึ้น ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่เยือกแข็งถึงขั้วหัวใจ “แม่ลืมไปแล้วหรือว่า... สิ่งที่แม่กุมไว้น่ะ มันไม่ใช่แค่ชีวิตของริน แต่มันคือหลักฐานทั้งหมดที่จะทำให้แม่เองก็ไม่เหลือที่ยืนในโลกใบนี้เหมือนกัน!”
เธอกระชากสร้อยคอที่สวมติดตัวมาตลอดชีวิตออก สายสร้อยขาดสะบั้นพร้อมกับจี้รูปหยดน้ำค้างที่แท้จริงแล้วคือชิปข้อมูลขนาดจิ๋วที่ซ่อนความลับชั่วชีวิตของตระกูลเอาไว้
มารดาของเธอหน้าถอดสีไปในทันที ขณะที่หนึ่งในชายชุดดำเงื้ออาวุธขึ้นเหนือศีรษะเตรียมจะจู่โจม ธันวาร้องเตือนเสียงหลงแต่มันก็สายเกินไป... ทว่าในจังหวะที่คมมีดกำลังจะปักลงมานั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มใหญ่ก็พังประตูห้องเข้ามาพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งคฤหาสน์
ชายที่ก้าวเข้ามาคนแรกไม่ใช่ตำรวจ หรือคนที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคาดคิด... แต่เป็นชายวัยชราที่รินรดาคิดว่าตายไปตั้งแต่วันที่ความลับของตระกูลเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อยี่สิบปีก่อน
เขามองมาที่รินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดการกระทำลงอย่างสิ้นเชิง “หยุดเถอะ... เพราะคนที่พวกเธอตามหาอยู่ตรงหน้านี้ ไม่ใช่คนที่จะยอมตายโดยไม่มีการนองเลือดหรอก... ใช่ไหมล่ะ รินรดา... หรือจะให้ฉันเรียกเธอว่า ‘กุญแจดอกสุดท้าย’ ของโปรเจกต์นรกนี่ดี?”
รินรดาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง ความลับที่ว่าเธอเป็นเพียงเบี้ยนั้นถูกต้อง... แต่สิ่งที่ผิดไปคือ ‘บทบาท’ ที่เธอต้องเล่นในเกมนี้อาจจะไม่ใช่เบี้ยอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่มันคือ ‘ผู้เล่น’ ที่พร้อมจะทำลายกระดานทิ้งเสียเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มกัดกินหัวใจคนอ่านนะคะ
ด้วยรักและขอบคุณเสมอค่ะ
- ไวโอเล็ตการ์เด้น -
ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 36
คมเขี้ยวของความแค้น
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!