ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 37

ธันวากับการตัดสินใจครั้งใหญ่

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
“ถ้าจะยิง ก็ยิงให้ตรงจุด อย่าให้พลาดเหมือนที่ผ่านมาล่ะ เพราะฉันไม่มีวันปล่อยให้หมากตัวนี้ตายด้วยน้ำมือของพวกคุณ” เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วโถงทางเดินของคฤหาสน์ร้าง เธอยืนเผชิญหน้ากับเงาสีดำสามร่างที่ห้อมล้อมเธอไว้ มือเรียวของเธอสั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตานั้นกลับดุดันกว่าที่เคยเป็นมา ความลับที่เธอเพิ่งค้นพบไม่ใช่แค่เศษเสี้ยวของความจริง แต่เป็นพิมพ์เขียวของทั้งชีวิตที่เธอถูกจัดวางไว้ในฐานะหมากเบี้ย “รินรดา ถอยไป!” เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นจากด้านหลัง เขาพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอเห็นแสงเงาที่วับไหวในความมืด ปลายกระบอกปืนเงาวับเล็งตรงมายังร่างของเธอ แต่มันกลับไปหยุดลงที่แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เธอพยายามผลักไสมาตลอด *ปัง!* เสียงปืนกัมปนาทสะท้อนก้องทั่วอาคาร รินรดาเบิกตากว้าง ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ เมื่อเห็นร่างของธันวาทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในอ้อมแขนของเธอ กลิ่นดินปืนผสมกับกลิ่นคาวเลือดเริ่มคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน “ธันวา! ทำไม... ทำไมคุณถึงทำแบบนี้!” เธอแผดเสียงร้องด้วยความตกใจ มือที่พยายามกดบาดแผลบริเวณหัวไหล่ลามไปถึงหน้าอกของเขาเริ่มเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงฉาน ธันวาเงยหน้ามองเธอ แววตาที่เคยลึกลับดั่งมหาสมุทรบัดนี้อ่อนแสงลงเหลือเพียงความเจ็บปวดที่ซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้ เขาพยายามเค้นยิ้ม ทั้งที่เลือดไหลซึมออกมาตามมุมปาก “บอกแล้วใช่ไหม... ว่าในเกมนี้ ผมไม่มีทางยอมให้ใครมาทำลายกระดานของคุณ... โดยเฉพาะคนที่พยายามจะเป็นผู้เล่นเสียเอง” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด น้ำตาที่เคยกลั้นไว้เอ่อล้นจนพร่ามัว เธอไม่ใช่หญิงสาวผู้เปราะบางที่เฝ้ารอโชคชะตาอีกต่อไป ความโกรธแค้นในอดีตกับความสูญเสียที่เธอยังไม่เคยให้อภัยตัวเองถูกแทนที่ด้วยแรงขับเคลื่อนบางอย่างที่เยือกเย็นกว่าเดิม “คุณจะตายไม่ได้” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาของเธอตวัดกลับไปยังเงาสีดำที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ในมุมมืด “ถ้าคุณคิดว่าการกำจัดคนคนหนึ่งจะทำให้เรื่องนี้จบลง พวกคุณคิดผิดแล้ว เพราะสิ่งที่พวกคุณเพิ่งทำลงไป คือการเปิดประตูที่ไม่มีวันปิดกลับได้อีก” มือของรินรดาหยิบเอาวัตถุบางอย่างที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อออกมา มันคือบันทึกหลักฐานที่เธอใช้แลกมาด้วยชีวิตในตอนที่แล้ว ท่ามกลางความตกตะลึงของมือสังหารที่ดูเหมือนจะชะงักไปเมื่อเห็นแสงเลเซอร์สีแดงจากสไนเปอร์อีกกระบอกที่ส่องตรงมาจากฝั่งตรงข้ามของตึก “ถอยไปซะ ถ้าไม่อยากให้ตึกนี้กลายเป็นหลุมศพของพวกแกทุกคน” รินรดาสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดราวกับคนละคน ธันวาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบที่แผ่วเบาบอกให้เธอรู้ว่าเขากำลังฝืนใจเพื่อรั้งเธอไว้ “อย่า... อย่าทำแบบนั้น รินรดา... ถ้าคุณตอบโต้ตอนนี้ คุณจะกลายเป็นปีศาจแบบเดียวกับที่พวกมันต้องการ” “ปีศาจเหรอคะ?” รินรดาก้มลงมองเขา รอยยิ้มบางๆ ที่แฝงไปด้วยความขมขื่นปรากฏบนใบหน้า “ถ้าการเป็นปีศาจช่วยให้คนที่ฉัน... ที่ฉัน... ยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตรอดไปได้ ฉันก็ยินดีจะรับตำแหน่งนั้นด้วยความเต็มใจค่ะ” เธอลุกขึ้นยืน ทิ้งร่างของธันวาไว้ในความดูแลของความเงียบที่แปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหล เสียงปืนสลับกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งหนีตายดังระงมไปทั่วโถงทางเดิน รินรดาหยิบปืนที่ตกอยู่ข้างกายธันวาขึ้นมา น้ำหนักของเหล็กเย็นเยียบในมือไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนเธอกำลังกุมชะตาชีวิตของทุกคนในตระกูลที่ทรยศเธอไว้ ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยกลับดังขึ้นจากทางด้านหลังของประตูใหญ่ที่ปิดตาย ประตูที่ควรจะล็อกแน่นหนากลับถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างเงาที่ก้าวเข้ามาไม่ได้สวมชุดดำเหมือนมือสังหารเหล่านั้น แต่เป็นชายวัยกลางคนที่รินรดาจำใบหน้าได้แม่นยำที่สุด... คนที่เป็นจุดเริ่มต้นของรอยจารึกทั้งหมด “เธอเปลี่ยนไปมากนะ รินรดา...” ชายผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา พร้อมกับปรบมือเบาๆ “แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อหมากเบี้ยตัวนี้มันเริ่มมีเขี้ยวเล็บ ก็ถึงเวลาที่ผู้เล่นอย่างฉันต้องลงมาจัดการด้วยตัวเองเสียที” รินรดาหันกลับไปเผชิญหน้า มือที่ถือปืนสั่นน้อยๆ แต่หัวใจของเธอกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหวอีกต่อไป “ยินดีต้อนรับสู่เกมสุดท้ายค่ะ... คุณลุง” ไวโอเล็ตการ์เด้นหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวสำคัญของรินรดานะคะ แล้วพบกันในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%