ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 38

วินาทีที่ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
“อย่าเพิ่งปล่อยมือฉัน... ถ้าคุณยังไม่ได้บอกว่าทำไมถึงต้องเป็นคุณ” คำถามของรินรดาดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอเอง แม้เหตุการณ์ในห้องฉุกเฉินจะผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ภาพที่ธันวากุมมือเธอแน่นก่อนที่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะแยกเขาออกไป—นั่นคือภาพสุดท้ายที่เธอยึดเหนี่ยวเอาไว้ ในความเงียบงันของโถงทางเดินโรงพยาบาลที่เย็นเยียบจนเกือบถึงกระดูก รินรดานั่งกอดตัวเองอยู่บนเก้าอี้พลาสติกแข็งกระด้าง เสียงหยดน้ำจากเครื่องปรับอากาศฟังดูคล้ายเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่เตือนว่า ชีวิตของชายคนนั้นกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายเพียงเส้นเดียว เธอมองดูนิ้วมือตัวเองที่ยังหลงเหลือสัมผัสอุ่นจากเขา มันไม่ได้เป็นแค่ความอบอุ่น แต่มันคือน้ำหนักของความลับที่ธันวาแบกไว้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาคือภาพสะท้อนของอดีตที่เธอพยายามหนี เธอเกลียดความลึกลับของเขา เกียดที่เขาเข้ามาพัวพันกับรอยแผลที่เธอยังไม่เคยกล้าลอกคราบออก แต่ในวินาทีที่เขาล้มลงด้วยบาดแผลจากการปกป้องเธอ รินรดากลับพบว่าหัวใจของเธอนั้นช่างเปราะบางเกินกว่าจะยอมรับความสูญเสียได้อีกครั้ง “รินรดา... ทานอะไรหน่อยไหมลูก” เสียงของพยาบาลอาวุโสที่คุ้นเคยเอ่ยทักด้วยความเวทนา รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอแห้งผากทว่านัยน์ตาดูหมองหม่น เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับถามกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า “ถ้าคนคนหนึ่งใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อทำลายสิ่งที่เขารัก... เพื่อจะพบว่าตัวเองไม่มีที่ยืนอีกต่อไป เขาจะเลือกทางไหนคะ” พยาบาลนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้รินรดากลับมาอยู่กับความคิดของตัวเอง เธอเริ่มขุดคุ้ยบันทึกในใจ—บันทึกที่เธอพยายามปิดตายเกี่ยวกับตระกูลของเธอและรอยจารึกที่ธันวาพยายามชำระล้าง หากเขาเข้ามาเพื่อทำลาย แต่กลับเป็นเขาที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ นั่นหมายความว่าอย่างไร? เขาแพ้ให้กับภารกิจของตัวเอง หรือเขาเพียงแค่พบว่ารินรดาไม่ได้เป็นเพียงตัวหมากในเกมกระดานที่เขาถูกสั่งให้เดิน ความสงสัยกัดกินหัวใจเธอราวกับแมลงที่แทะเล็มใบไม้ รินรดาลุกขึ้นเดินไปยังหน้าห้องผ่าตัด ไฟสีแดงที่สว่างจ้าดูราวกับดวงตาของปีศาจที่กำลังเฝ้ามองความพินาศของเธอ เธอไม่ได้กลัวความตายของเขาเพียงอย่างเดียว แต่เธอกลัวความจริงที่กำลังจะเปิดเผยเมื่อเขาลืมตาขึ้น “อย่าทิ้งฉันไว้กับความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์แบบนี้เลยนะธันวา...” เธอพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้น ประตูห้องผ่าตัดก็เลื่อนเปิดออกพร้อมกับเสียงล้อรถเข็นที่เคลื่อนออกมา รินรดาพุ่งเข้าไปหาด้วยความหวังที่ริบหรี่ แต่สิ่งที่พบไม่ใช่ภาพของธันวาที่ปลอดภัย แต่มันคือใบหน้าของหมอศัลยกรรมที่ดูเคร่งเครียดจนเกินกว่าจะเป็นเรื่องปกติ “หมอคะ... เขาเป็นยังไงบ้างคะ?” นายแพทย์ถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับหน้ากากอนามัยลง เผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความลำบากใจ “เราทำสุดความสามารถแล้วครับรินรดา แต่ในระหว่างการผ่าตัด เราพบสิ่งที่น่าตกใจอย่างหนึ่ง... คนไข้ไม่ได้มีแค่บาดแผลจากการถูกทำร้าย แต่มันมี 'บางอย่าง' ฝังอยู่ใต้ผิวหนังที่อวัยวะสำคัญของเขามานานแล้ว” หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอรู้สึกเหมือนพื้นดินใต้ฝ่าเท้ากำลังแยกออกเป็นเสี่ยงๆ “มันคือรอยจารึกที่ตระกูลของคุณเคยทำหายไปเมื่อยี่สิบปีก่อน” หมอกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “และดูเหมือนว่า... ร่างกายของเขากำลังถูกกระตุ้นให้ตอบสนองต่อตราประทับนั้นในขณะที่เขาสลบอยู่ คุณต้องรีบตัดสินใจครับรินรดา ถ้าเราไม่ดึงมันออกมาตอนนี้ เขาจะเสียชีวิต... แต่ถ้าเราดึงออกมา ความทรงจำทั้งหมดที่เขามีเกี่ยวกับคุณ จะถูกลบหายไปตลอดกาล” รินรดานิ่งงัน ความเย็นเยียบแล่นผ่านเข้าสู่หัวใจ เธอมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่จะเลือกระหว่าง 'ชีวิตที่ปราศจากความทรงจำถึงเธอ' หรือ 'ความตายที่พรากเขาไปจากโลกนี้พร้อมกับทุกความลับ' รินรดาเอื้อมมือไปคว้าขอบเตียงที่กำลังถูกเข็นผ่านไป มือของเธอกำเข้าหากันแน่นจนสั่นสะท้าน เธอหันไปสบตากับร่างที่แน่นิ่งของธันวาบนเตียงสีขาวโพลน ก่อนที่คำตอบจะหลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก “ช่วยชีวิตเขาไว้... แม้ว่าเขาจะต้องลืมฉันก็ตาม” ทว่า ในวินาทีที่เธอตัดสินใจ เสียงแผ่วเบาจากลำคอของธันวากลับดังขึ้นผ่านเครื่องช่วยหายใจ เขาลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง—ดวงตาที่แดงก่ำและเย็นชาอย่างน่าประหลาด ไม่ใช่ดวงตาของธันวาคนที่เธอรู้จัก แต่เป็นสายตาของคนแปลกหน้าที่พร้อมจะฆ่าฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้า “เธอนี่มันโง่จริงๆ... รินรดา” เสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำจนดูน่าขนลุก “เธอคิดหรือว่า 'ตัวจริง' จะปล่อยให้เธอทำตามใจชอบแบบนี้?” รินรดาถอยหลังกรูดเมื่อเห็นธันวาลุกขึ้นนั่งบนเตียงผ่าตัดด้วยท่าทีที่คล่องแคล่วราวกับไม่เคยบาดเจ็บหนักมาก่อน ความจริงที่อยู่ตรงหน้าทำให้เธอแทบหยุดหายใจ... ธันวาไม่ได้สู้เพื่อเธอมาโดยตลอด แต่เขากำลังรอเวลาที่จะทำลายทุกอย่างที่เหลืออยู่ในมือเธอ ความจริงที่ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ธันวาคนเดิม กำลังเปลี่ยนโลกทั้งใบของเธอให้กลายเป็นนรกขุมใหม่ในพริบตาเดียว ไวโอเล็ตการ์เด้นหวังว่าทุกท่านจะเตรียมใจรับมือกับความจริงอันโหดร้ายนี้ไปพร้อมกับรินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%