"อย่าปล่อยมือฉัน... ริน อย่าปล่อยให้ความมืดมิดกลืนกินฉันไปมากกว่านี้เลย"
เสียงแหบพร่าที่หลุดออกมาจากลำคอของธันวานั้นเบาราวกับเสียงกระซิบของใบไม้แห้ง ทว่าในความเงียบงันของห้องผู้ป่วยที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ มันกลับดังก้องกังวานในหัวใจของรินรดาจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วความรู้สึก เธอชะงักมือที่กำลังแตะลงบนหลังมือที่เต็มไปด้วยรอยเข็มของเขา สายตาที่เคยว่างเปล่าและเต็มไปด้วยร่องรอยของการร้องไห้มาตลอดหลายคืนเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึง
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกไหว เธอกลั้นน้ำตาไว้ขณะจ้องมองเปลือกตาที่ค่อยๆ เผยอขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่คมที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยความลับ บัดนี้กลับดูอ่อนล้าและไร้ซึ่งเกราะป้องกันใดๆ
"ธันวา..." เธอเรียกชื่อเขา เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบจะกลายเป็นเสียงสะอื้น "คุณ... คุณกลับมาแล้ว"
ธันวาพยายามขยับนิ้วมือตอบสนองสัมผัสของเธอ แม้เพียงน้อยนิดแต่รินรดาก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่หวนคืน เขาปรือตามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างเตียง ภาพตรงหน้ายังคงพร่าเลือน แต่เขากลับจำดวงตาที่เศร้าสร้อยคู่นั้นได้แม่นยำกว่าสิ่งใดในโลก
"ฉันเกือบจะลืมทางกลับมาแล้ว" เขากล่าวพลางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่แฝงด้วยความขมขื่น "ขอบคุณที่ยังรอ... ถึงแม้ฉันจะเป็นคนผลักไสคุณออกไปเองก็ตาม"
รินรดาส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้ม เธอโน้มตัวลงไปใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน "ไม่ต้องพูดอะไรแล้วค่ะ แค่คุณอยู่ตรงนี้... แค่คุณฟื้นขึ้นมา ก็ไม่มีอะไรที่ฉันต้องกลัวอีกแล้ว เราผ่านจุดที่เลวร้ายที่สุดมาได้แล้วนะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าไม่ใช่ความเงียบที่กดดันเช่นเดิม แต่เป็นความเงียบที่เปิดโอกาสให้ทั้งสองได้สำรวจบาดแผลในใจของกันและกัน ธันวาใช้แรงเฮือกสุดท้ายขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นจากฝ่ามือของรินรดา เขารู้ดีว่าความลับที่เขาแบกไว้กำลังกัดกินเขาจากภายใน แต่ในวินาทีที่วิญญาณเกือบจะหลุดลอยไป สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวเขาไว้คือภาพของรินรดาในวันวาน
"ความจริงที่ฉันปิดบังไว้... มันทำให้คุณเจ็บปวดมากใช่ไหม" ธันวาถาม สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาการให้อภัย "ภารกิจของฉัน... เป้าหมายที่ตระกูลวางไว้... มันไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับวินาทีที่คุณร้องไห้"
รินรดาหลับตาลง น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือของเขา "ฉันไม่เคยโกรธที่คุณทำหน้าที่ของคุณหรอกค่ะธันวา... สิ่งที่ฉันเสียใจคือการที่เราต่างคนต่างวิ่งหนีความรู้สึกตัวเองจนเกือบจะเสียกันและกันไปตลอดกาล คุณไม่ต้องแบกมันไว้คนเดียวอีกแล้วนะคะ อะไรที่มันพังไปแล้ว เราก็แค่สร้างมันขึ้นมาใหม่... หรือถ้ามันพังจนเกินเยียวยา เราก็แค่ก้าวเดินต่อไปด้วยกัน"
คำพูดของเธอทำให้นัยน์ตาของธันวาวูบไหว เขาบีบมือเธอเบาๆ ราวกับจะให้คำมั่นสัญญาว่าจากนี้ไป จะไม่มีความลับหรือกำแพงใดมากั้นกลางระหว่างพวกเขาได้อีก ความเข้าใจที่ผ่านการเจียระไนด้วยความเจ็บปวดและคราบน้ำตา บัดนี้มันได้เปลี่ยนเป็นสายใยที่แน่นหนายิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงประตูก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบาแต่ไร้ซึ่งความเกรงใจ ร่างหนึ่งในชุดสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดอยู่ปลายเตียง รัศมีของความเย็นเยียบแผ่ออกมาจากบุคคลนั้นจนรินรดารู้สึกเย็นวาบไปทั้งกระดูกสันหลัง
ธันวาเบิกตากว้าง ความอ่อนล้าในดวงตาหายไปทันที แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
"ลืมเรื่องอดีตไปแล้วหรือไง ธันวา?" เสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลดังขึ้นจากบุคคลที่ก้าวเข้ามา "คุณคิดว่าความรักจอมปลอมนั่นจะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากพันธะสัญญานรกนั่นได้งั้นเหรอ?"
ชายแปลกหน้าคนนั้นหยิบซองจดหมายสีขาวสะอาดตาขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่ทำให้เธอหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง "เตรียมตัวให้พร้อมนะครับคุณรินรดา เพราะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้... มันคือจุดจบที่ไม่มีใครในตระกูลของคุณได้ถูกกำหนดเอาไว้ในพินัยกรรม"
เขาหันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานจางๆ และซองจดหมายที่สลักตราประทับตระกูลที่รินรดาพยายามหนีมาตลอดชีวิต... ทันทีที่เธอหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน รอยจารึกในอดีตที่เธอคิดว่าปิดตายไปแล้ว ก็ปรากฏชื่อของใครบางคนขึ้นมาในหน้ากระดาษ... ชื่อที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในฐานะ "ผู้บงการ" ที่แท้จริง
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มกัดกินหัวใจตัวละครไปพร้อมกับไวโอเล็ตการ์เด้นนะคะ
ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 39
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!