ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 3

แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
กลิ่นดินปืนคละคลุ้งฉุนกึกในโสตประสาท มันผสมปนเปไปกับกลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่สาดเข้ามาตามรอยแตกของกระจกหน้าต่าง รินรดาแทบหยุดหายใจ แรงบีบที่ข้อมือจากฝ่ามือหนาของธันวายังคงย้ำเตือนถึงสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เธอถูกเหวี่ยงไปพิงกับผนังไม้เก่าคร่ำคร่า ความเย็นเยียบของเนื้อไม้ทะลุผ่านเสื้อผ้าซึมลึกเข้าสู่แผ่นหลัง ในขณะที่ธันวาโน้มตัวลงมาประชิด ปลายจมูกของเขาห่างจากแก้มเธอเพียงไม่กี่นิ้ว “อย่าขยับ” เสียงกระซิบของเขาทุ้มต่ำ แหบพร่า แต่มันสั่งการได้เด็ดขาดราวกับมีอำนาจลึกลับคอยกำกับ รินรดาไม่ตอบ เธอทำเพียงแค่กลั้นหายใจ สายตาจดจ้องไปที่เงาสะท้อนในดวงตาคมกริบของชายหนุ่มตรงหน้า ความกลัวที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความกังขา... ทำไมเขาถึงรู้ตัวก่อน? และทำไมเขาถึงเลือกที่จะปกป้องเธอแทนที่จะหลบหนีไปเพียงลำพัง? “ถ้านี่คือละครฉากใหญ่ที่เธอวางไว้ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากฉัน” ธันวาผละออกเล็กน้อย ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความเย้ยหยันที่ซ่อนความเจ็บปวดบางอย่างเอาไว้ “ฉันบอกได้เลยว่ามันสิ้นเปลืองกระสุนไปหน่อย” “ฉันไม่เคยต้องการให้ใครเข้ามาในบ้านหลังนี้” รินรดาโต้กลับ เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดขาด “รวมถึงคุณด้วย ธันวา” เขาหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน เขากวาดสายตามองไปรอบห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยความทรงจำของตระกูลที่ร่วงโรย ก่อนจะล้วงหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากเสื้อสูทที่ยับยู่ยี่ มันเปียกชื้นเล็กน้อยจากการเดินทาง “ขายบ้านหลังนี้ซะ รินรดา” เขาโยนเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักตัวเก่า เสียงกระดาษกระทบไม้ดังสะท้อนก้องในความเงียบ “ที่นี่ไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับคนที่มีตราบาปอย่างเธออีกต่อไป” “ตราบาป?” รินรดาเค้นยิ้ม ทั้งที่ดวงตารื้นน้ำ “คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดเรื่องนี้? คุณเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับความหายนะ แล้วคิดจะหยิบยื่นความตายให้ฉันในรูปแบบของเงินก้อนโตเหรอ?” ธันวาก้าวเข้ามาใกล้จนพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองแทบไม่เหลือ รอยร้าวของกระจกข้างหลังเขาสะท้อนแสงไฟสลัวจากถนนหน้าบ้าน ทำให้ร่างของเขาดูเหมือนปีศาจที่กำลังบดบังแสงสว่างสุดท้ายในชีวิตเธอ “เงินก้อนนี้ไม่ได้ซื้อแค่ที่ดินและอิฐปูน แต่มันซื้อชีวิตของเธอที่เหลืออยู่” ธันวาเอื้อมมือไปแตะรอยเลือดจางๆ ที่ข้างขมับของเธอ นิ้วหัวแม่มือของเขาคลึงเบาๆ อย่างลืมตัว ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นความรังเกียจที่พาดผ่านดวงตาคู่สวยนั้น “ฉันมาที่นี่เพื่อช่วย ไม่ใช่มาเพื่อทำลาย... แต่น่าเสียดายที่เธอเลือกจะมองเห็นฉันเป็นศัตรูเสมอมา” “ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมต้องรอให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้? ทำไมต้องเป็นตอนนี้?” “เพราะเวลาของเธอหมดลงแล้ว” ธันวาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหูของเธอ เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก “ศัตรูที่ฉันกำลังรับมืออยู่ ไม่ใช่แค่คนที่ถือปืนหน้าบ้าน... แต่มันคือสิ่งที่คุณซ่อนไว้ในห้องใต้ดินต่างหาก รินรดา” ร่างกายของรินรดาชาวาบ ความลับที่เธอฝังไว้กับหยาดน้ำค้างและกาลเวลาถูกขุดขึ้นมาด้วยประโยคเพียงประโยคเดียว เธอผลักอกเขาเต็มแรง แต่มันก็เหมือนกับการผลักกำแพงหิน “คุณไม่มีทางรู้เรื่องนั้น...” “ฉันรู้มากกว่าที่เธอคิด และฉันก็เห็นสิ่งที่เธอทำในคืนนั้นด้วย” คำพูดของเขาราวกับมีดกรีดลงบนแผลเดิมที่ยังไม่เคยปิดสนิท รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความทรงจำที่เธอพยายามลบเลือนเริ่มตีรวนกลับมา แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากถามความจริงที่ค้างคา เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดด้านหลังประตูห้องโถง ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนที่เพิ่งจะลั่นกระสุนใส่บ้านเธอ แต่มันเป็นเสียงที่คุ้นเคย... เสียงที่เธอหวาดกลัวที่สุดในชีวิต ธันวาสะดุ้งเฮือก สายตาของเขาเปลี่ยนจากความแข็งกร้าวเป็นความตื่นตระหนกที่เขาไม่เคยเผยให้เห็นมาก่อน เขาคว้าข้อมือรินรดาอีกครั้ง คราวนี้แรงบีบนั้นแน่นจนเจ็บ เพื่อฉุดให้เธอขยับตาม “คนๆ นั้นมาที่นี่ได้ยังไง...” ธันวาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาขาดห้วง “รินรดา... ฟังนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ อย่ามองไปที่ดวงตาของเขา!” ประตูห้องโถงถูกผลักออกช้าๆ บานพับเก่าที่ไร้น้ำมันส่งเสียงกรีดร้องน่าขนลุก แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างสาดส่องลงบนร่างของแขกผู้มาเยือนที่ยืนนิ่งอยู่ในเงามืด เขาถืออะไรบางอย่างไว้ในมือ... มันเป็นเครื่องประดับที่รินรดาจำได้แม่นยำว่าเป็นของคนในครอบครัวที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน ร่างนั้นก้าวเข้ามา แสงไฟวับแวมเผยให้เห็นใบหน้าที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว “สวัสดีครับ... หลานรัก” ความมืดมิดรอบข้างดูเหมือนจะบีบอัดเข้ามาจนอากาศหายไปจากห้อง รินรดารู้สึกว่าหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ เธอหันไปมองธันวาที่ตอนนี้ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ความมั่นใจทั้งหมดของเขาพังทลายลงในพริบตา เมื่อชายที่ยืนอยู่ตรงหน้ายกปืนขึ้นเล็งมาที่พวกเขาโดยตรง “คุณธันวา” ชายแปลกหน้าผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความตาย “ดูเหมือนว่าคุณจะทำงานที่ผมมอบหมายให้ล้มเหลวนะครับ... การเจรจาซื้อขายบ้านหลังนี้ มันต้องจบด้วยเลือดเท่านั้น ถึงจะเรียกว่าเสร็จสมบูรณ์” รินรดาเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เมื่อเห็นธันวาค่อยๆ ปล่อยมือจากข้อมือเธอ แล้วก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว—ไม่ใช่เพื่อปกป้องเธอ แต่เพื่อยืนเคียงข้างชายผู้ที่เป็นดั่งปีศาจในฝันร้ายของเธอ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกในหยาดน้ำค้างนะครับ - ไวโอเล็ตการ์เด้น
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%