"คุณกำลังเล่นกับไฟ ธันวา... และไฟกองนี้ไม่ได้แค่จะแผดเผาคนร้าย แต่มันจะทำลายทุกอย่างที่เราพยายามรักษาไว้"
รินรดาวางแก้วชาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กจนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ ทว่าในความเงียบงันของห้องทำงานที่มืดสลัว เสียงนั้นกลับดังก้องเหมือนเสียงปืนที่ลั่นไกในใจเธอ เธอสบตากับชายหนุ่มตรงหน้าที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องให้เห็นเพียงครึ่งเสี้ยวของใบหน้าที่เรียบเฉยจนน่ากลัว
ธันวาไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ หยิบรูปถ่ายใบเก่าที่ถูกจารึกวันเวลาไว้ด้วยหมึกสีจางออกมาวางบนแผนผังที่เขากางทิ้งไว้บนโต๊ะ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาลากผ่านจุดที่ระบุว่าเป็นคลังเก็บเอกสารลับของตระกูล
"ถ้าเราไม่ยอมให้ไฟเผา แล้วเราจะเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เถ้าถ่านได้อย่างไร ริน" ธันวาเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาคมกริบและเต็มไปด้วยความนัยที่อ่านไม่ออก "ความลับของตระกูลคุณไม่ใช่ของสวยหรูที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา แต่มันคือแผลเน่าที่ต้องผ่าตัดทิ้ง ถ้าอยากให้มันจบลง เราต้องทำให้คนที่แอบมองเราอยู่... ขยับตัว"
รินรดาแค่นยิ้ม ความเจ็บปวดจากการสูญเสียในอดีตยังคงฝังลึกอยู่ในดวงตาของเธอ เธอไม่ใช่หญิงสาวผู้เปราะบางที่เฝ้าแต่นั่งร้องไห้เหมือนวันวานอีกต่อไป แต่วันนี้เธอคือคนที่พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อความยุติธรรมที่ล่าช้าเกินไป
"คุณมั่นใจแค่ไหนว่าคนที่วางกับดักนี้คือคนคนเดียวกับที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อฉัน"
"มั่นใจยิ่งกว่าลมหายใจตัวเอง" เขาตอบเสียงเรียบ แต่กระชับแน่น "เพราะเขาไม่มีทางปล่อยให้เหยื่อที่ดิ้นรนหลุดมือไปได้... ยิ่งเราแสดงท่าทีว่าหวาดกลัวและอ่อนแอมากเท่าไหร่ มันยิ่งเป็นอาหารชั้นดีให้คนอย่างมันกระโจนเข้าใส่"
แผนการซ้อนแผนถูกวางไว้อย่างแยบยล รินรดาจะทำตัวเป็นหญิงสาวผู้แตกสลายที่กำลังจะประกาศขายสมบัติชิ้นสุดท้ายของตระกูลเพื่อนำเงินไปใช้หนี้พนันที่ถูกกุขึ้นมา นั่นคือเหยื่อล่อชั้นดีที่จะทำให้ศัตรูที่เฝ้ามองจากในเงามืดอดรนทนไม่ได้ เพราะเอกสารสำคัญที่จะเปิดโปงความฉ้อฉลทั้งหมดถูกเก็บไว้ในตู้เซฟที่สมบัติชิ้นนั้นถูกซุกซ่อนอยู่
เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืน รินรดาเปลี่ยนชุดเป็นชุดกระโปรงสีเข้มที่ดูไร้ชีวิตชีวา เธอเดินไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองที่ดูเหนื่อยล้าและเปราะบางอย่างที่ตั้งใจไว้ ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นข้างหลังเธอผ่านกระจก
ธันวายืนอยู่ตรงนั้น เขายื่นมือมาแตะไหล่เธอเบาๆ สัมผัสที่เย็นเยียบแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
"ถ้าแผนนี้สำเร็จ... คุณจะยังเป็นรินรดาคนเดิมที่ผมรู้จักอยู่ไหม" เขาถามเสียงกระซิบข้างใบหู
รินรดาหันไปหาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองเพียงคืบจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของกันและกัน เธอเห็นความลังเลในดวงตาของเขา ความโหยหาที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว
"ถ้าฉันกลายเป็นคนอื่นไปจริงๆ นั่นก็แปลว่าศัตรูทำสำเร็จแล้ว" เธอตอบพลางหลบสายตา "ธันวา... อย่าให้สิ่งที่ฉันกำลังจะทำ ทำให้เรากลายเป็นศัตรูกันเสียเองเลยนะคะ"
คืนนั้น รินรดาออกไปยืนที่ระเบียงห้อง เธอแสร้งทำเป็นโทรศัพท์คุยกับคนปลายสายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเรื่องการขายทรัพย์สิน ความเงียบของสวนด้านล่างดูเหมือนจะตอบรับกับแผนการของเธอ ทันใดนั้น กลิ่นบุหรี่จางๆ ก็ลอยมาตามลม—กลิ่นที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นกลิ่นเดียวกับที่เคยได้รับในคืนที่พ่อของเธอเสียชีวิต!
หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน เธอเหลือบมองไปที่มุมมืดใต้ต้นไม้ใหญ่ เห็นเงาร่างหนึ่งยืนนิ่งอยู่ราวกับหุ่นขี้ผึ้ง
คนร้ายไม่ได้รับรู้เลยว่า สิ่งที่เขากำลังมองอยู่ไม่ใช่เหยื่อที่ไร้ทางสู้ แต่เป็นกับดักที่กำลังรอคอยให้เขาเดินเข้ามาหาด้วยความตายของตัวเอง
ทว่า ในวินาทีที่รินรดากำลังจะส่งสัญญาณให้ธันวาที่ดักรออยู่ด้านหลัง สัญญาณไฟจากเครื่องรับส่งวิทยุที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าของเธอกลับส่งเสียงซ่าผิดจังหวะ และเงาร่างใต้ต้นไม้นั้นก็ขยับตัว... มันไม่ได้เดินเข้ามาหาสมบัติ แต่มันกลับหันมามองทางที่เธออยู่ พร้อมกับแสงสะท้อนจากโลหะบางอย่างที่ชี้ตรงมายังระเบียงห้อง
รินรดาหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นเงาที่สองปรากฏขึ้นจากด้านหลังของธันวาที่เฝ้ารออยู่อีกฝั่งหนึ่ง!
เขากำลังถูกล้อม... และคนร้ายไม่ได้มาแค่คนเดียว!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและรอยจารึกไปพร้อมกับรินรดานะคะ
ไวโอเล็ตการ์เด้น
ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 25
แผนการซ้อนแผน
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!