“ความลับในหยาดน้ำค้างน่ะ... มันควรจะถูกฝังไว้กับความตาย ไม่ใช่การเปิดโปง”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยขานขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงาน รินรดาชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปส่งเอกสารสำคัญ สัญชาตญาณในอกสั่นรัวราวกับมีใครเอากลองมาตีรัวอยู่ข้างใน มือที่ถือแฟ้มข้อมูลสั่นเทาจนขอบกระดาษบาดปลายนิ้วเป็นรอยแดงจางๆ
เธอไม่ได้ถอย แต่กลับเลือกที่จะนิ่งงันอยู่หลังบานประตูที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย
“คุณทำลายหลักฐานทุกอย่างที่ผมวางไว้... รินรดาเริ่มระแคะระคายแล้ว ถ้าเธอรู้ว่าคนที่เป็น 'ที่พักพิง' เดียวของเธอ คือคนที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตเธอตั้งแต่วันนั้น คุณคิดว่าเธอจะยังมองคุณด้วยสายตาแบบเดิมอยู่ไหม”
เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเสียงของ ‘ป้าอิงอร’ หญิงสาวที่รินรดาเคารพรักเสมือนแม่แท้ๆ ผู้ที่โอบอุ้มเธอในวันที่โลกทั้งใบพังทลายลงจากการสูญเสียครอบครัว
“เรื่องนั้นฉันจัดการเอง” เสียงของธันวาตอบกลับมา... ทว่ามันไม่ใช่ความเย็นชาอย่างที่รินรดาเคยรู้จัก มันมีความสั่นไหวเจืออยู่ในน้ำเสียงนั้นอย่างชัดเจน “รินรดาไม่ใช่เด็กสาวที่ไร้เดียงสาอย่างที่คุณคิด เธอฉลาดกว่าที่คุณประเมินไว้มาก และที่สำคัญ... ผมจะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายเธออีก”
“รวมถึงตัวคุณด้วยหรือเปล่า?” ป้าอิงอรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเย็นเยียบ “อย่าลืมสิธันวาว่าใครเป็นคนป้อนข้อมูลให้คุณ ใครเป็นคนจัดฉากความตายของพ่อแม่เธอให้กลายเป็นอุบัติเหตุที่แสนสมบูรณ์แบบ ถ้าไม่มีฉัน คุณก็เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มต้อยต่ำที่ไม่มีแม้แต่โอกาสจะเข้าใกล้ตระกูลใหญ่ตระกูลนี้ด้วยซ้ำ”
รินรดาปล่อยแฟ้มในมือร่วงหล่นลงบนพื้นพรม เสียงกระดาษที่กระจายตัวราวกับระเบิดเวลาที่ปลุกให้ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้หยาดน้ำค้างมลายหายไปสิ้น บานประตูไม้โอ๊คถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกผนังห้อง
ร่างของคนทั้งสองหันมามองที่ประตูพร้อมกัน ใบหน้าของป้าอิงอรที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเรียบเฉยที่น่าสะพรึงกลัว ในขณะที่ธันวายืนตัวแข็งทื่อ ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตระหนกที่ไม่อาจปกปิด
“นี่คือเหตุผลที่ป้าคอยกันท่าทุกคนออกจากชีวิตรินงั้นหรือคะ?” รินรดาเค้นเสียงถาม ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ แต่ดวงตาจ้องมองตรงไปที่หญิงวัยกลางคนที่เธอเคยโอบกอดด้วยความรักมาตลอดหลายปี “ป้าไม่ได้ปกป้องรินจากคนอื่น... แต่ป้าปกป้อง ‘แผนการ’ ของป้าจากริน”
“ริน... ฟังป้าก่อนนะ” ป้าอิงอรขยับตัวเข้ามาใกล้ แต่รินรดาถอยห่างอย่างรังเกียจราวกับเห็นงูพิษที่ซ่อนอยู่ในคราบของดอกไม้
“อย่าเข้ามา!” รินรดาตะโกนลั่น ความเจ็บปวดเสียดแทงหัวใจจนแทบจะขาดใจตาย “แล้วคุณล่ะธันวา...” เธอหันไปมองชายหนุ่มที่เธอมอบความไว้วางใจให้เป็นดั่งแสงสว่างในอุโมงค์อันมืดมิด “คุณรู้มาตลอด แต่คุณก็ยังเดินเข้ามาในชีวิตริน... มาทำให้รินรัก... เพื่ออะไร? เพื่อดูว่ารินจะพังทลายแค่ไหนเมื่อรู้ความจริงหรือคะ?”
ธันวาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว มือของเขาเอื้อมออกมาราวกับจะคว้าไขว่สิ่งสำคัญที่กำลังจะหลุดมือไป “ผมเข้ามาเพื่อทำตามคำสั่ง... ในตอนแรก แต่ริน... ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณ มันคือเรื่องจริง”
“ความรู้สึกที่เริ่มต้นด้วยคำโกหก มันจะเรียกว่าความจริงได้อย่างไร”
รินรดาสะบัดหน้าหนี น้ำตาที่เคยกลั้นไว้รินไหลอาบแก้ม เธอรู้สึกเหมือนโลกที่เธอรู้จักได้ตายลงไปพร้อมกับความเชื่อใจที่พังทลาย เธอหันหลังเตรียมจะวิ่งออกจากห้อง แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาดำของชายฉกรรจ์สองคนยืนขวางทางออกอยู่ที่หน้าประตูห้องทำงานของป้าอิงอร
ป้าอิงอรหยิบปืนพกขนาดเล็กออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงานอย่างใจเย็น สายตาที่มองมานั้นไร้ซึ่งความเมตตาเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด
“ดูเหมือนว่าหนูจะรู้มากเกินไปจริงๆ ด้วยนะรินรดา” ป้าอิงอรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “เสียดายจัง... ทั้งที่ป้ากะว่าจะเก็บหนูไว้เป็นตุ๊กตาประดับตระกูลไปอีกสักระยะแท้ๆ”
ธันวาพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้ารินรดาเอาไว้ทันทีพร้อมกับคว้าแขนของเธอให้ถอยไปข้างหลัง แต่เสียงปืนลั่นเปรี้ยงหนึ่งนัดก็ดังขึ้นก้องห้องทำงานที่เงียบสงัด กระสุนนัดนั้นไม่ได้โดนใคร แต่กลับไปฝังลงบนกรอบรูปครอบครัวของรินรดาที่แขวนอยู่บนผนังจนแตกกระจาย
“ถ้าคุณกล้าแตะต้องเธอ ผมจะแฉทุกอย่างให้ถึงที่สุด แม้ว่านั่นหมายถึงชีวิตของผมเองก็ตาม!” ธันวาตะโกนสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
ป้าอิงอรวางปืนลงบนโต๊ะพลางยิ้มเย็น “แฉงั้นเหรอ? แกคิดว่าหลักฐานทั้งหมดมันอยู่ที่ไหนล่ะ... ธันวา? แกคิดว่าฉันโง่พอจะเก็บความลับสำคัญไว้กับคนที่ไม่มั่นคงอย่างแกงั้นหรือ”
ป้าอิงอรชี้ไปที่จอภาพวิดีโอวงจรปิดที่ฉายภาพห้องใต้ดิน ซึ่งรินรดาจำได้แม่นว่าเป็นที่เก็บของสำคัญของตระกูล แต่สิ่งที่เธอเห็นในจอคือเปลวไฟที่กำลังลุกลามไหม้เอกสารทุกอย่างที่เป็นเครื่องยืนยันความบริสุทธิ์ของพ่อแม่เธอ
“ถ้าอยากได้ความจริง... ก็ลองกระโดดเข้าไปในกองไฟนั้นดูสิ รินรดา”
รินรดามองภาพในจอด้วยความสิ้นหวัง แต่ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น เธอกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติในมุมมืดของห้องใต้ดินนั่น เงาของใครบางคนกำลังขยับตัวอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง... คนที่ถือไฟล์เอกสารตัวจริงเอาไว้ในมือ และไม่ใช่คนของป้าอิงอร
หัวใจของรินรดาหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อเธอมองเห็นรอยสักที่ข้อมือของคนคนนั้น... รอยสักที่เป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่เธอมองหามาตลอดสิบปี
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าความเข้มข้นจะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นแรงไปพร้อมกับรินรดาค่ะ
ด้วยรัก
ไวโอเล็ตการ์เด้น
ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 24
ศัตรูที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!