ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 26

ความหวาดกลัวที่กัดกิน

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
“ถอยออกไป... ฉันบอกให้ถอยออกไปให้พ้นหน้าบ้านฉัน!” เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่เธอเองก็ไม่คิดว่าจะมีหลงเหลืออยู่ เธอถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง กลิ่นอายของความตายที่อบอวลอยู่ในอากาศยามวิกาลทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด รอบตัวเธอในขณะนี้ไม่ใช่ความเงียบสงบที่คุ้นเคย แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนที่กำลังโอบล้อมบ้านพักตากอากาศหลังเก่าเอาไว้ ราวกับกรงขังที่ค่อยๆ บีบให้แคบลง ธันวายืนขวางอยู่ตรงหน้าเธอ แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยจากการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านพ้นไป คราบเลือดสดๆ เปื้อนอยู่บนปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของเขาจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม เขากำลังหายใจหอบถี่ สายตาคมกริบคอยชำเลืองมองออกไปทางช่องว่างของม่านหน้าต่างที่ถูกฉีกขาด “ริน... ฟังผมนะ” เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตึงเครียด “เข้าไปในห้องใต้ดิน ล็อกประตูให้แน่นที่สุด อย่าออกมาไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม” “แล้วคุณล่ะ?” รินรดาแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา มือของเธอสั่นจนต้องกำชายกระโปรงแน่นจนเป็นรอยยับ “คุณจะให้ฉันซ่อนตัวในขณะที่ข้างนอกนั่นมีคนถืออาวุธมาล้อมเราไว้เหรอ ธันวา... เรากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่ คุณบอกว่าคุณจัดการทุกอย่างได้แล้ว แต่ตอนนี้ดูสภาพคุณสิ!” ธันวาหันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่นั้นที่มักจะเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้กลับฉายแววความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด เขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ฝ่ามือหนาที่เปื้อนเลือดวางลงบนไหล่บางของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับจะย้ำเตือนว่าเขายังคงมีตัวตนอยู่ในความโกลาหลนี้ “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อพาคุณไปตาย” เขาพึมพำ “แต่ถ้าผมพลาด... คุณต้องมีชีวิตรอด เพื่อใครก็ตามที่ยังรอคุณอยู่ที่บ้าน” ทันใดนั้น เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังบ้านก็แตกกระจายลงพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่กรูเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความกลัวที่เคยเป็นเพียงความกังวลจางๆ ในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นความหวาดกลัวที่กัดกินหัวใจจนเย็นเฉียบ เมื่อโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเธอสั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับข้อความที่ส่งเข้ามาในจังหวะที่โลกทั้งใบดูเหมือนจะพังทลาย *‘ถ้าอยากให้แม่กับน้องสาวรอดชีวิต... จงวางอาวุธที่ไอ้คนข้างๆ ถืออยู่ แล้วเดินออกมาที่ลานหน้าบ้านคนเดียว’* รินรดาตัวแข็งทื่อ ข้อความนั้นเหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงเข้าสู่สมอง มันไม่ใช่คำขู่ธรรมดา มันคือประกาศิตแห่งความตายที่ระบุพิกัดความปลอดภัยของคนที่เธอรักที่สุดในชีวิต เธอเงยหน้ามองธันวา เห็นเขาชะงักไปเมื่อเห็นสีหน้าของเธอที่ซีดเผือดไร้สีเลือด “ริน... เกิดอะไรขึ้น?” เขาถาม พยายามจะคว้าโทรศัพท์ไปดู แต่เธอกลับเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณ “อย่า...” เธอห้ามเสียงหลง มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบจะทำหลุดมือ “พวกเขารู้... พวกเขารู้ว่าฉันอยู่ที่ไหน และรู้ด้วยว่าครอบครัวฉันอยู่ที่ไหน ธันวา... คุณต้องไป! ถ้าคุณไม่ไป พวกเขาจะฆ่าทุกคน!” “คุณกำลังพูดเรื่องอะไร!” ธันวาตะคอกเบาๆ อย่างลืมตัว เขาดึงมือเธอให้มองหน้า “ใครส่งข้อความมา? อย่าไปเชื่อพวกมัน รินรดา ฟังผมนะ พวกมันแค่ต้องการกดดันให้เราเสียสมาธิ!” “แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริงล่ะ?” เธอสวนกลับ น้ำตารื้นขึ้นมาบดบังทัศนียภาพ “ถ้าฉันตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียว แล้วแม่กับน้องสาวต้องตาย... คุณจะรับผิดชอบไหวเหรอ! ชีวิตของพวกเขาเทียบไม่ได้เลยกับภารกิจบ้าบอที่คุณกำลังทำอยู่!” บรรยากาศในห้องเงียบกริบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงและการเคลื่อนไหวที่หยุดนิ่งของเหล่านักล่าด้านนอก ราวกับพวกเขากำลังรอให้ความขัดแย้งภายในบ่อนทำลายคนทั้งคู่จากข้างใน รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องกำลังหมดไป เธอเห็นธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความลังเลฉายชัดอยู่ในแววตาของชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยสยบให้ใคร เขาค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกห่างจากเธอช้าๆ ใบหน้าของเขาดูว่างเปล่าและหม่นหมองในคราเดียวกัน “ถ้าคุณคิดว่านั่นคือทางเดียวที่ปกป้องพวกเขาได้...” ธันวาพูดเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความร้าวราน “ก็จงทำตามที่ใจคุณสั่งเถอะรินรดา แต่จงจำไว้ว่า เมื่อคุณก้าวขาออกจากประตูนี้ไป... อดีตที่คุณพยายามจะฝังมันไว้จะตามมาหลอกหลอนคุณอย่างไม่มีวันจบสิ้น” เขาสะบัดตัวหันหลังกลับ พร้อมกับหยิบอาวุธปืนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาตรวจสอบท่ามกลางความมืดมิด ทว่าในจังหวะที่รินรดากำลังจะก้าวเท้าออกไปเพื่อเผชิญหน้ากับความตายนั้น เสียงหัวเราะแหลมสูงของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากเครื่องสื่อสารในมือของเธอ “ยินดีด้วยที่เลือกทางเลือกที่ถูกต้อง... รินรดา” เสียงปลายสายฟังดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เสียงนั้นเย็นเยียบและทรงอำนาจจนทำให้รินรดาต้องหยุดชะงัก “แต่คุณคงลืมไปว่า ใน 'เกม' ของเรา คนที่เดินออกมาหาเราไม่ได้มีแค่คุณเพียงคนเดียว...” เงาดำสายหนึ่งพุ่งผ่านหน้าต่างเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างของใครบางคนจะกระแทกเข้ากับประตูหลังจนพังกระจาย รินรดากรีดร้องออกมาเมื่อเห็นบุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัว—ไม่ใช่คนร้ายที่เธอคาดคิด—แต่กลับเป็น 'น้องสาว' ของเธอที่ถูกมัดมือมัดเท้าและมีผ้าปิดปากเอาไว้ ท่ามกลางชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบคนที่ขนาบข้าง รินรดาทรุดลงกับพื้นทันที ความหวังสุดท้ายที่เธอจะมีชีวิตรอดดูเหมือนจะปลิดปลิวไปในอากาศ ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาทั้งชีวิตถูกตีแผ่ด้วยภาพตรงหน้า และสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือ รอยยิ้มที่มุมปากของธันวาที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ในวินาทีที่เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความหวาดกลัวนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ไวโอเล็ตการ์เด้น
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%