“คุณบอกว่ามาที่นี่เพื่อชดใช้… แต่สิ่งที่ฉันเห็นมันไม่ใช่การไถ่บาป แต่มันคือการพยายามฝังกลบความจริงด้วยเศษซากของความเห็นใจที่ปรุงแต่งขึ้นมา!”
รินรดากระแทกแก้วคริสตัลในมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊กจนเกิดเสียงดังสนั่น น้ำสีอำพันในแก้วกระฉอกออกมาเปรอะเปื้อนปลายนิ้วที่สั่นเทาของเธอ เธอไม่ได้มองหน้าเขา ดวงตาคู่สวยจดจ้องเพียงรอยร้าวบนพื้นผิวไม้ที่ขัดเงา ราวกับมันคือรอยร้าวในความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันซ่อมแซมได้
ธันวานั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เงาร่างของเขาถูกโคมไฟสีสลัวขับเน้นให้ดูสูงใหญ่และโดดเดี่ยว เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ดูยับยู่ยี่ผิดกับบุคลิกเนี้ยบกริบที่เคยเป็นมา เขาไม่ตอบโต้ทันที ปล่อยให้ความเงียบเข้ากัดกินพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่จนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอความเห็นใจ ริน” เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าทุ้มต่ำและมั่นคง “ผมมาที่นี่เพราะผมไม่มีที่ไหนให้ไปอีกแล้ว เมื่อความจริงที่ผมถือไว้ในมือมันกลายเป็นกรดที่กัดกินใจตัวเองจนไม่เหลือชิ้นดี”
“ความจริง?” รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก “ความจริงที่คุณพูดถึง มันเกี่ยวกับเรื่องที่พ่อของฉันตายไปโดยที่ไม่มีโอกาสได้บอกลาใครเลยใช่ไหม? หรือเรื่องที่ตระกูลของคุณใช้ชื่อของครอบครัวฉันเป็นเหยื่อล่อในเกมธุรกิจสกปรกพวกนั้น!”
ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะน้ำตา แต่เพราะความอัดอั้นที่พรั่งพรูออกมา เขาโน้มตัวไปข้างหน้า มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“วันที่ฝนตกหนักวันนั้น... วันที่อุบัติเหตุเกิดขึ้น” เขาเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นลงคอ “คุณคิดว่ามันคือโชคชะตาใช่ไหม? แต่เปล่าเลย ริน... รถคันนั้นไม่ได้ตั้งใจจะชนรถพ่อคุณ แต่คนสั่งให้เบรกแตกคือคนในตระกูลของผมเอง และคนที่ลงมือตัดสายเบรกในคืนนั้น... คือคนที่ผมรักและเคารพที่สุดในชีวิต”
รินรดานิ่งงัน ราวกับถูกกระชากลมหายใจไปชั่วขณะ ความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วร่างจากปลายนิ้วเท้าสู่หัวใจ เธอพยายามจะเอ่ยถาม แต่เสียงกลับหายไปในลำคอ สิ่งที่เธอเคยเชื่อว่าคือ 'อุบัติเหตุ' กำลังถูกเขย่าให้พังทลายลงตรงหน้า
“แล้วคุณ...” รินรดาขยับปากได้ในที่สุด เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะเป็นกระซิบ “คุณเข้ามาในชีวิตฉัน เพราะอยากจะสารภาพบาป หรืออยากจะมาดูว่าคนที่คุณฆ่าพ่อของเขาไป... จะโง่พอที่จะหลงรักคนอย่างคุณได้อีกนานแค่ไหนกันแน่?”
ธันวาสั่นศีรษะ มือของเขาเอื้อมมาเกือบจะแตะมือเธอ แต่เขากลับชะงักและดึงมือกลับไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก “ผมเคยคิดว่าผมมาที่นี่เพื่อปิดปากคุณ... เพื่อทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่อาจจะสาวถึงเหตุการณ์นั้น แต่ริน... พระเจ้ารู้ดีว่าผมพ่ายแพ้ตั้งแต่วันแรกที่เห็นคุณร้องไห้ในสวนหลังบ้าน การได้เห็นคุณยิ้ม มันกลายมาเป็นเป้าหมายเดียวที่ทำให้ผมตื่นขึ้นมาในทุกเช้า บาปของผมมันใหญ่หลวงเกินกว่าจะได้รับการอภัย แต่ผมก็ละโมบพอที่จะอยากอยู่ข้างคุณ... แม้ว่าจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตก็ตาม”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอเห็นความเจ็บปวดที่ซื่อตรงในแววตาของเขา แต่มันช่างน่ารังเกียจเมื่อคิดว่าความอบอุ่นที่เขาเคยหยิบยื่นให้ คือสิ่งที่อาบด้วยเลือดของคนที่เธอรักที่สุด
“ออกไป” เธอเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือ
“ริน...”
“ฉันบอกให้ออกไป!” เธอตวาด ลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้น “ถ้าคุณอยากจะชดใช้บาป ก็จงหายไปจากชีวิตฉันซะ การเห็นหน้าคุณตอนนี้... มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังกอดศพของพ่อตัวเองอยู่!”
ธันวาลุกขึ้นอย่างช้าๆ ความเจ็บปวดฉายชัดบนใบหน้าคมสัน เขาไม่ได้แก้ตัว ไม่ได้อ้อนวอน เขาทำเพียงก้มหัวให้เธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังประตู ท่ามกลางความกดดันที่พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด
เมื่อมือของเขากำลังจะแตะลูกบิดประตู เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ... และตามมาด้วยเสียงที่ทำให้หัวใจของรินรดาหยุดเต้นไปสนิท
“รินรดา... เปิดประตูให้แม่หน่อยสิลูก แม่มีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับ 'พินัยกรรมฉบับที่หายไป' จะต้องบอกให้หนูฟัง... แล้วคนที่ยืนอยู่ในห้องกับลูกตอนนี้ คือคนเดียวกับที่แม่เห็นในภาพวงจรปิดคืนนั้นใช่ไหม?”
ธันวาชะงักค้าง มือที่จับลูกบิดประตูสั่นสะท้าน รินรดาเบิกตากว้าง หันไปมองแผ่นหลังของชายที่เธอรักและเกลียดที่สุดในคราวเดียวกัน ก่อนจะมองไปที่ประตูห้องที่กำลังจะถูกเปิดออกโดยแม่ของเธอ
ความลับที่กักเก็บไว้กำลังจะมอดไหม้... หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของการสูญเสียครั้งสุดท้ายที่เธอไม่มีวันหวนกลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและธันวามาจนถึงวินาทีที่บีบคั้นหัวใจเช่นนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ไวโอเล็ตการ์เด้น
ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 28
คำสารภาพของคนบาป
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!