“คุณกำลังโกหกธันวา... สายตาของคุณมันฟ้อง”
รินรดาวางแก้วชาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ดังก้องไปทั่วห้องสมุดที่เงียบงัน แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้ทำให้ถ้วยชาแตกสลาย แต่มันสั่นคลอนความมั่นคงในใบหน้าเรียบเฉยของชายหนุ่มตรงหน้าได้เป็นอย่างดี
ธันวาชะงักมือที่กำลังถือหนังสือเล่มหนา เขาค่อยๆ วางมันลงช้าๆ พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีเข้ม ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้แววตาที่เริ่มสั่นไหวของหญิงสาว
“ความจริงเป็นสิ่งที่น่ากลัวนะรินรดา บางครั้งการลืมไปเสียบ้าง... อาจจะเป็นความเมตตาที่โชคชะตามอบให้คุณ” เสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มต่ำ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสของความเจ็บปวดที่เขาพยายามปิดกั้นเอาไว้
“เมตตาหรือคะ?” รินรดาแค่นยิ้ม มือของเธอสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะ “ภาพที่ฉันเห็นไม่ใช่แค่ความมืดมิดในคืนนั้น แต่มันคือแววตาของคุณ... ธันวา ในวินาทีที่รถกำลังจะพุ่งชนรั้วกั้นถนน คุณไม่ได้พยายามจะเบรก แต่คุณกลับยิ้ม... ยิ้มเหมือนคนที่เพิ่งได้รับชัยชนะ”
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที ธันวาขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นไม้จันทน์หอมที่เขามักใช้โชยเข้ามาแตะจมูกเธอ มันคือกลิ่นเดียวกับที่เธอจำได้แม่นในวินาทีที่กระจกหน้ารถแตกกระจาย
“ถ้าคุณจำได้ขนาดนั้น คุณก็น่าจะรู้ด้วยว่าทำไมผมถึงยิ้ม” ธันวาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ “เพราะผมคิดว่าเราจะจบลงด้วยกันตรงนั้นไงล่ะ... ในที่ที่ไม่มีใครตามหาเราเจอ”
รินรดาถอยห่างอย่างลืมตัว เก้าอี้ครูดกับพื้นไม้ดังบาดหู เธอหอบหายใจถี่ ภาพในหัวเริ่มฉายชัดราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกกรอถอยหลัง ท้องฟ้าสีดำมืดมิด เสียงกรีดร้องของเบรกที่ดังสนั่นปานจะฉีกกระชากโสตประสาท และแผ่นหลังของใครบางคนที่ยืนอยู่กลางถนน... ไม่ใช่แค่ธันวา แต่ยังมีอีกคน
“มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ...” เธอพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อความทรงจำช่วงสุดท้ายผุดพรายขึ้นมาดั่งเข็มที่ทิ่มแทง “มีคนตัดสายเบรก... และคนคนนั้นไม่ได้มีแค่คุณ”
ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง เงาในดวงตาของเขาไหววูบ ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม “คุณเริ่มเพ้อเจ้อแล้วรินรดา ไปพักผ่อนเถอะ”
“อย่ามาสั่งฉัน!” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ขาจะสั่นแต่แววตาของเธอกลับแน่วแน่ “ฉันจำได้แล้ว! ฉันจำได้ว่าก่อนที่รถจะหมุนคว้าง ฉันได้ยินเสียงปืน... เสียงปืนที่ดังมาจากฝั่งตรงข้าม ไม่ใช่เสียงยางระเบิด! คุณไม่ได้ยิ้มเพราะอยากตายไปกับฉัน แต่คุณยิ้มเพราะคุณรู้ว่า 'พวกเขา' กำลังมาถึง!”
รินรดาเดินเข้าหาชายหนุ่ม มือบางคว้าปกเสื้อของเขาไว้แน่น “ใครคือคนบนถนนคนนั้น! บอกฉันมาธันวา คุณปกป้องใครอยู่กันแน่!”
ธันวาไม่ขัดขืน เขาปล่อยให้เธอเขย่าตัวเขาอย่างบ้าคลั่ง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความสงสารที่แสนสาหัส เขายกมือขึ้นหมายจะสัมผัสใบหน้าของเธอ แต่กลับชะงักค้างไว้กลางอากาศ
“ถ้าผมบอกคุณไป ความทรงจำที่คุณเพิ่งได้คืนมา... จะกลายเป็นคำสาปที่พรากทุกอย่างไปจากคุณ” เขาพูดเสียงแผ่ว “รวมถึงชีวิตของคุณด้วย”
ทันใดนั้น เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังแตกกระจายดัง ‘เพล้ง!’ ร่างของชายชุดดำสองคนพุ่งทะลุเข้ามาในห้องสมุดราวกับสัตว์ป่าที่หิวโหย ความมืดในห้องถูกแทนที่ด้วยแสงเลเซอร์สีแดงสองจุดที่ทาบลงบนหน้าอกของทั้งคู่
ธันวาตวัดสายตามองคนบุกรุก ก่อนจะกระชากตัวรินรดามาหลบหลังโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ “หมอบลง!” เขาคำราม
รินรดากรีดร้องด้วยความตกใจ ขณะที่เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นต่อเนื่อง ‘พึบ... พึบ...’ เศษไม้จากโต๊ะแตกกระจายร่วงลงบนพื้น ธันวาคว้าปืนพกกระบอกเล็กที่ซ่อนอยู่ในช่องลับของโต๊ะออกมา เขาหันมาสบตารินรดาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่เธอไม่เคยอ่านออก
“จำไว้นะรินรดา... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าได้ไว้ใจใคร แม้แต่คนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณในตอนนี้”
ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมเหนี่ยวไกสวนกลับไปยังเงามืด แต่ทว่า... เสียงปืนนัดสุดท้ายกลับไม่ได้ดังมาจากฝั่งคนบุกรุก มันดังมาจากด้านหลังของรินรดาเอง
เธอหันกลับไปช้าๆ หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นบุคคลที่ก้าวพ้นออกมาจากมุมมืดของชั้นวางหนังสือ พร้อมกับปืนที่ยังมีควันจางๆ พุ่งออกมาจากปากกระบอก
“น่าประทับใจจริงๆ ที่เธอจำได้...” ร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้จนแสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว “แต่เสียใจด้วยนะที่ความลับนี้... จะต้องจบลงที่นี่ พร้อมกับคนทั้งคู่”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและปริศนาในบทนี้นะคะ
ไวโอเล็ตการ์เด้น
ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 29
ความทรงจำที่หายไป
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!