ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 32

บททดสอบความรัก

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
"ปล่อยมือฉันเถอะค่ะธันวา... การที่คุณยังกุมมือฉันไว้แน่นในวินาทีที่ความตายกำลังขยับเข้ามาใกล้แบบนี้ มันไม่ได้ทำให้เรื่องโกหกของคุณดูเป็นความจริงขึ้นมาหรอกนะคะ" รินรดากระชากมือออกแรงๆ แววตาของเธอในยามนี้ไม่ใช่ความหวาดกลัวแบบที่ผ่านมา แต่มันคือความว่างเปล่าที่บาดลึกกว่าคมมีด หญิงวัยกลางคนคนนั้นยังคงยืนมองพวกเขาทั้งคู่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว รอยยิ้มอาบยาพิษนั่นช่างนุ่มนวลราวกับจะปลอบประโลม แต่ในหัวใจของรินรดา มันคือเสียงระฆังแห่งความล่มสลาย ธันวานิ่งงัน นัยน์ตาสีเข้มของเขาสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว เขาขยับเข้ามาใกล้เธออีกก้าวหนึ่งโดยไม่สนสายตาของบุคคลที่สามที่เฝ้ามองอยู่ "รินรดา ฟังผมนะ สิ่งที่ผมทำทั้งหมด... มันเริ่มต้นจากความผิดพลาด แต่ความรู้สึกที่ผมมีให้คุณตอนนี้ มันคือสิ่งเดียวที่ผมไม่เคยคิดจะบิดเบือน แม้แต่วินาทีเดียว" "ความรู้สึกเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงของเธอสั่นพร่าแต่หนักแน่น "คุณใช้ความรู้สึกเป็นเครื่องมือในการไถ่บาปหรือทำภารกิจกันแน่คะ? หรือจริงๆ แล้วสำหรับคุณ การเห็นฉันพังทลายลงต่อหน้า มันคือจุดสูงสุดของความสำเร็จที่คุณได้รับมอบหมายมา?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างที่ประดับประดาด้วยภาพวาดเก่าแก่ของตระกูล บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก หญิงวัยกลางคนคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเศษแก้วบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของทั้งคู่ "ช่างเป็นความรักที่งดงามและน่าสมเพชเสียจริง" หญิงผู้นั้นเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง "ธันวา เธอรู้ดีว่าเงื่อนไขของเราคืออะไร หากเธอยังเลือกที่จะปกป้องผู้หญิงคนนี้ ผลลัพธ์ที่เธอจะต้องเผชิญ... ไม่ใช่แค่การถูกขับไล่ แต่คือการสูญเสียทุกอย่างที่เธอพยายามสร้างมาตลอดชีวิต รวมถึงความทรงจำที่เธอหวงแหนที่สุดด้วย" รินรดาขมวดคิ้ว เธอหันไปมองธันวาที่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความลับที่เขากำลังแบกรับอยู่ดูจะหนักหนาเกินกว่าที่หัวใจมนุษย์คนหนึ่งจะรับไหว ในแววตาของเขาที่มองมาที่เธอนั้น มีทั้งความรัก ความเจ็บปวด และความจำนนต่อโชคชะตาที่เขาสร้างขึ้นเอง "รินรดา" ธันวาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอ้อนวอน "ถ้าผมพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมยอมสละได้แม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องคุณจากการตัดสินใจครั้งก่อนของผม... คุณจะยอมเชื่อใจผมอีกครั้งไหม แม้ว่าสุดท้ายแล้วคุณจะไม่มีวันให้อภัยผมเลยก็ตาม?" "การพิสูจน์ของคุณหมายถึงอะไรคะ?" เธอถาม สวนกลับไปในทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ทันตั้งตัว ธันวาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่เขากลับหันไปเผชิญหน้ากับหญิงวัยกลางคนผู้นั้นโดยตรง เขาหยิบกุญแจเงินดอกเล็กที่ห้อยอยู่กับสร้อยคอออกมา มันคือสิ่งที่เขาไม่เคยให้ใครเห็น มันคือรอยจารึกที่เขากล่าวอ้างเสมอว่าเป็นกุญแจสู่สมบัติล้ำค่าของตระกูล แต่ทว่า ในสายตาของรินรดา เธอกลับเห็นสิ่งอื่นที่สะท้อนอยู่ในโลหะวาววับนั้น "คุณไม่ได้ต้องการให้ผมทรยศเธอ" ธันวาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "คุณต้องการให้ผมเป็นคนทำลายความเชื่อใจของเธอ เพื่อให้เธอไม่เหลือใครนอกจากคุณ... เพื่อที่คุณจะได้ควบคุมเธอได้ตามอำเภอใจ เหมือนที่คุณทำกับแม่ของผม" ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ หญิงวัยกลางคนหยุดรอยยิ้มนั้นลงทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ "เธอฉลาดขึ้นนะธันวา แต่น่าเสียดาย... ความฉลาดมักนำมาซึ่งความตายเสมอ" ทันใดนั้นเอง หญิงผู้นั้นก็ขยับตัวรวดเร็วราวกับเงาพราย เธอไม่ได้พุ่งตรงมาที่ธันวา แต่กลับหันไปทางรินรดาและหยิบเอาวัตถุบางอย่างออกมาจากกระเป๋าถือ มันคือซองจดหมายสีเหลืองซีดที่เขียนด้วยลายมือที่รินรดาจำได้แม่นยำ ลายมือของผู้เป็นแม่ที่เสียชีวิตไปนานแล้ว "อยากรู้ไหมว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ที่ห้องลับนั่น?" หญิงผู้นั้นเอ่ยเบาๆ ก่อนจะโยนซองจดหมายลงบนโต๊ะไม้ตัวกลาง "รินรดา ถ้าเธอเปิดอ่านตอนนี้ ความรักที่เธอมีให้ธันวาจะกลายเป็นกองขี้เถ้าทันที แต่ถ้าเธอเลือกที่จะทิ้งมันและเดินไปกับเขา... ความจริงจะถูกฝังอยู่ใต้หยาดน้ำค้างนี่ตลอดกาล" ธันวามองซองจดหมายนั้นด้วยความตื่นตระหนก เขาพยายามจะพุ่งตัวไปคว้าไว้ แต่หญิงผู้นั้นกลับขวางเขาไว้ด้วยมีดพกขนาดเล็กที่ชักออกมาอย่างว่องไว "เลือกเอาสิ รินรดา" เสียงของหญิงผู้นั้นก้องกังวาน "ความรักที่เปื้อนเลือด หรือความจริงที่โหดร้ายกว่าความตาย?" รินรดาก้าวเท้าเข้าใกล้โต๊ะไม้ตัวนั้น ร่างกายของเธอสั่นเทาแต่ความมุ่งมั่นในแววตาไม่ได้ลดน้อยลงเลย มือเรียวบางเอื้อมไปแตะขอบซองจดหมายที่เปรอะเปื้อนด้วยรอยคราบเก่าแก่ ในวินาทีที่เธอกำลังจะดึงเปิดออก ธันวาก็ตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงที่ร้าวรานที่สุด "อย่าเปิดมันรินรดา! ถ้าคุณเปิด... สิ่งที่ผมพยายามปกป้องคุณมาตลอดสิบปี จะไม่มีความหมายอีกต่อไป!" ทว่า ในขณะที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสถึงเนื้อกระดาษ เสียงประตูด้านหลังที่ล็อคสนิทก็ถูกพังเข้ามาอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างของชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่กรูเข้ามา แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือชายที่เดินนำหน้ากลุ่มคนเหล่านั้นเข้ามา... เขาคือชายผู้ที่มีใบหน้าเหมือนกับธันวาทุกประการ ราวกับภาพสะท้อนในกระจกที่ผิดเพี้ยน ชายคนนั้นยิ้มให้รินรดาอย่างเย็นเยือก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุน "ขอบคุณที่รอผมมานานนะ... น้องสาว" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางมาจนถึงบททดสอบที่บีบหัวใจที่สุดในตอนนี้ ไวโอเล็ตการ์เด้นขอสัญญาว่าจะนำพาความลับทั้งหมดมาเปิดเผยในตอนหน้าอย่างแน่นอนค่ะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%