ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 22

เผยความในใจ

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
“คุณควรจะปล่อยมือจากความแค้นนั้นเสียที ก่อนที่มันจะกัดกินจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของตัวตนที่แท้จริงของคุณ” น้ำเสียงของธันวาสั่นพร่าขณะที่เขาบีบไหล่รินรดาแน่นขึ้น ในยามที่พายุฝนด้านนอกบ้านพักกลางป่าโหมกระหน่ำจนเสียงฟ้าร้องกลบเสียงหายใจของพวกเขาจนมิด รินรดาสะบัดตัวออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความรวดร้าวที่ถูกสะกิดจนถึงแก่น “อย่ามาพูดเหมือนคุณเข้าใจฉัน ธันวา” เธอตะโกนโต้กลับ เสียงนั้นแหบแห้งและเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อล้น “คุณก็แค่คนนอกที่เข้ามาขุดคุ้ยความตายของคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง คุณจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับความรู้สึกผิดที่มันเกาะกินหัวใจฉันมาตลอดสิบปี!” “ผมรู้!” เขาขยับเข้าใกล้จนรินรดาถอยไปติดกับผนังห้องไม้เก่าคร่ำคร่า “ผมรู้ดีว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวโดยที่ไม่มีใครมองเห็น แต่ริน... ดูที่ตาผมสิ ผมไม่ได้อยู่ตรงนี้เพื่อทำลายคุณ ผมอยู่ตรงนี้เพื่อช่วยให้คุณรอดจากไฟที่คุณกำลังเผาตัวเองอยู่” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเม็ดฝนที่สาดซัดกระทบหน้าต่างราวกับคมมีด รินรดามองลึกลงไปในดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้า ภายใต้ความดุดันและท่าทีลึกลับที่เธอหวาดระแวงมาตลอด บัดนี้กลับมีเพียงความอ่อนล้าและความห่วงใยที่เด่นชัดจนน่าประหลาดใจ แสงจากเทียนไขเล่มสุดท้ายที่กำลังจะมอดดับวูบไหวสะท้อนบนใบหน้าคมสันของเขา ทำให้เธอมองเห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่หางคิ้ว ซึ่งเป็นหลักฐานว่าเขาเองก็เคยผ่านสมรภูมิชีวิตที่สาหัสไม่แพ้กัน รินรดาปล่อยให้ลมหายใจสะอื้นหลุดรอดออกมา มือที่สั่นเทาของเธอเอื้อมไปแตะที่หน้าอกของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่ต่างกัน “ทำไมต้องเป็นคุณ... ทำไมต้องเป็นคนที่ฉันไม่ควรเชื่อใจมากที่สุดที่มาเห็นฉันในสภาพแบบนี้” ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแต่ใช้มือหนาประคองใบหน้าของเธอเอาไว้ นิ้วโป้งเกลี่ยหยดน้ำตาที่ข้างแก้มอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นไม่ได้มีความฉาบฉวย แต่มันกลับแฝงไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่สั่นคลอนกำแพงที่เธอก่อขึ้นมานานแสนนาน “เพราะโชคชะตามันตลกร้ายไงครับริน มันอาจจะอยากให้เราเป็นทั้งศัตรูและที่พักพิงให้กันในเวลาที่พังทลายที่สุดก็ได้” คำพูดนั้นทำให้รินรดาหยุดหายใจ ในวินาทีที่ความเปราะบางของคนสองคนมาบรรจบกัน ความรู้สึกที่เป็นเหมือนเถ้าถ่านกลับถูกจุดชนวนขึ้นมาใหม่ ความกลัวที่เคยมีต่อศัตรูถูกแทนที่ด้วยความโหยหาในความเข้าใจที่เธอขาดหายมาตลอดชีวิต เธอเอนศีรษะลงบนไหล่ของเขา ยอมทิ้งน้ำหนักทั้งหมดให้ชายคนที่เธอควรจะผลักไสได้ประคองเอาไว้ “มีคนตามเรามา” ธันวากระซิบชิดใบหู เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโทนเย็นเยียบและฉับไว ทันใดนั้น รอยยิ้มสมเพชตนเองก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา “ผมได้รับคำสั่งให้กำจัดพยานคนที่สามที่อยู่ในบ้านหลังนี้... และพยานคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากตัวผมเองที่ดันไปหลงรักเป้าหมายเข้าเต็มเปา” หัวใจของรินรดากระตุกวาบ เธอผละออกจากอ้อมกอดเขาทันทีด้วยความตื่นตระหนก สายตาจับจ้องไปที่เงาตะคุ่มที่ปรากฏขึ้นหลังบานหน้าต่างที่แตกละเอียด เสียงกระสุนปืนดังสนั่นทำลายความเงียบงันในชั่วพริบตา เศษไม้กระจายว่อน รินรดากรีดร้องออกมาเมื่อเห็นเงาร่างลึกลับพุ่งตัวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ธันวาคว้าตัวเธอหลบหลังตู้ไม้หนา ก่อนจะคว้าปืนพกคู่ใจออกมาจากเอว แต่ในจังหวะที่เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับความตายนั้นเอง เขาก็ชะงักงันเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยภายใต้หน้ากากสีดำสนิทของหนึ่งในผู้บุกรุก “พ่อ...” ธันวาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สิ้นหวังที่สุดเท่าที่รินรดาเคยได้ยิน รินรดามองตามสายตาเขาไป และนั่นคือวินาทีที่เธอรู้ว่า ความจริงที่เธอกำลังตามหานั้น ไม่ได้ซ่อนอยู่ในหยาดน้ำค้าง แต่มันซ่อนอยู่ในความรักที่บิดเบี้ยวของครอบครัวที่ธันวาพยายามปกปิดมาตลอดทั้งชีวิต หวังว่าความร้าวรานในค่ำคืนนี้จะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นแรงไปพร้อมกับรินรดานะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ค่ะ - ไวโอเล็ตการ์เด้น -
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%