ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 34

เผชิญหน้าในคืนพิพากษา

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
"ถ้าหลุมศพที่ว่าคือจุดจบของความจริง ฉันก็พร้อมจะลงไปนอนในนั้นค่ะธันวา... ดีกว่าต้องหายใจทิ้งไปวันๆ บนกองขยะของคำโกหกที่คุณสร้างขึ้น" รินรดากระชับแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด เธอไม่ได้ถอยหลังหนีแม้เพียงก้าวเดียว ในห้องโถงที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นของคฤหาสน์ร้างริมผา กลิ่นอายของหยาดน้ำค้างที่เกาะตัวอยู่ตามรอยร้าวบนผนังปูนให้ความรู้สึกเย็นเยียบเสียดกระดูก นี่คือสถานที่ที่เคยดับฝันของครอบครัวเธอเมื่อสิบปีก่อน และบัดนี้ มันกลายเป็นเวทีพิพากษาที่เหลือเพียงเธอกับชายผู้กุมชะตากรรมของทุกคนไว้ในอุ้งมือ ธันวาหยุดฝีเท้าลง ห่างจากเธอเพียงช่วงแขน แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวเหมือนดั่งพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำ แต่มันกลับว่างเปล่า... ว่างเปล่าเสียจนรินรดารู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองลงไปในหุบเหว "ความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่าย รินรดา" เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความนัยที่คมกริบ "เธอยังไม่รู้จักโลกที่แท้จริงหรอก เธอคิดว่าสิ่งที่เธอถืออยู่นั่นคือหลักฐาน แต่มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของภาพวาดที่ถูกฉีกทิ้ง ความพยายามของเธอในคืนนี้ไม่ได้ทำให้ใครรอดชีวิต แต่มันกำลังจะทำให้เธอกลายเป็นรายต่อไป" "งั้นก็เริ่มเลยสิคะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ดวงตาของเธอยังคงแน่วแน่ "ฆ่าฉันที่นี่... ที่เดิมที่พ่อฉันต้องตาย ถ้ามันคือทางออกเดียวที่ทำให้คุณรู้สึกถึงชัยชนะ ฉันก็จะไม่ขัดขวาง แต่ขอให้คุณรู้ไว้อย่างหนึ่ง ว่าต่อให้ฉันตายไป ความลับที่บันทึกไว้ในหน้านี้ก็จะหลุดออกไปถึงมือคนที่จะไม่มีวันปล่อยให้คุณลอยนวล" ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเขาเลือนหายไป แทนที่ด้วยความขัดแย้งที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่คม เขายกมือขึ้นสัมผัสปลายคางตัวเองอย่างครุ่นคิด ก่อนจะก้าวประชิดตัวเธอจนรินรดาได้กลิ่นหอมจางๆ ของยาสูบและกลิ่นอายดินฝนที่คุ้นเคย "เธอช่างใจเด็ดเหมือนเขาไม่มีผิด" เขาพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย มีความอาลัยอาวรณ์ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงที่พยายามจะแข็งกร้าว "ฉันเคยคิดว่าความรู้สึกที่มีให้เธอเป็นเพียงเครื่องมือ แต่พอมาถึงวินาทีที่ต้องเลือกระหว่าง 'คำสั่ง' กับ 'ลมหายใจของเธอ'... ฉันกลับพบว่าตัวเองกำลังเดินหลงทางอยู่ในเขาวงกตที่สร้างขึ้นเอง" รินรดาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยในลมหายใจของเขา เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามค้นหาเศษเสี้ยวของความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากน้ำแข็ง "คุณรักฉัน หรือคุณแค่กลัวความพ่ายแพ้กันแน่คะ ธันวา?" เขาไม่ตอบ คำถามของเธอกลับเปรียบเสมือนดาบที่แทงทะลุเกราะกำบังของเขา ธันวาสอดมือเข้าไปในเสื้อสูท หยิบปืนกระบอกสีดำขลับออกมา ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้เก่าที่พุพังระหว่างเขาทั้งสองคน เสียงเหล็กกระทบไม้ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงกว้าง เป็นดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย "หยิบมันขึ้นมาสิ" เขาพูดเสียงต่ำ "ถ้าเธอคิดว่าฉันคือปีศาจ ก็จงเหนี่ยวไกใส่ฉันเสียสิรินรดา แต่นั่นหมายความว่าเธอจะต้องทำลายคนเดียวที่รู้ว่า 'อุบัติเหตุ' ในคืนนั้น ใครเป็นคนวางแผนจริงๆ... เธอเลือกได้ ว่าจะเป็นเหยื่อที่เรียกร้องความยุติธรรม หรือเป็นผู้ล่าที่ยอมเปื้อนเลือดเพื่อล้างแค้นให้ครอบครัว" รินรดามองดูปืนกระบอกนั้นด้วยความรู้สึกที่บีบคั้น นิ้วมือของเธอที่เคยสั่นเทาด้วยความกลัว กลับค่อยๆ เอื้อมออกไปแตะที่ด้ามปืนเย็นเฉียบ ความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนไหลย้อนกลับมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลัก—เสียงปืน เสียงกรีดร้อง และภาพคนรักที่จากไปอย่างไม่หวนคืน ในขณะที่นิ้วของเธอแตะลงบนไกปืน เสียงประตูเหล็กหนักๆ ด้านหลังก็ถูกกระแทกจนเปิดอ้าออก ลมหนาวพัดกรูเข้ามาในห้องพร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่หนักแน่นและคุ้นเคย ธันวาหันไปมองทางประตู ใบหน้าของเขาสีหน้าเปลี่ยนไปในแบบที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นความหวาดกลัว... ความหวาดกลัวที่ไม่ได้เกิดจากตัวเธอ "ธันวา! แกคิดจะทำอะไรในที่แบบนี้!" เสียงทุ้มต่ำที่น่าเกรงขามดังก้องกังวาน รินรดารีบหันกลับไปมอง บุคคลที่ยืนอยู่ตรงประตูคือชายชราในชุดสูทสีเข้ม—คนคนเดียวกับที่เธอเห็นในรูปถ่ายเก่าๆ ในแฟ้มลับ... คนที่ควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อน ธันวาก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว สีหน้าของเขาสิ้นไร้ซึ่งรอยยิ้มหรือความเยือกเย็น เหลือเพียงแววตาที่แตกสลาย เขากระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "นั่นคือคนที่สั่งฆ่าพ่อเธอ... และตอนนี้ เขากำลังจะมาปิดปากเราทั้งคู่" รินรดามองชายที่ก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ พร้อมกับปืนในมือที่เงียบสนิท ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก ธันวากลับกระชากตัวเธอให้หลบไปหลังเสาหินขนาดใหญ่ แล้วฉวยโอกาสคว้ากระดาษแผ่นสุดท้ายจากแฟ้มของเธอไป ก่อนจะจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายที่เธอไม่อาจเข้าใจ "จงวิ่งไปที่หน้าผา อย่าหันหลังกลับ... ส่วนเรื่องความจริงที่เหลือ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ฉันจะส่งมันไปให้ถึงมือเธอเอง" ก่อนที่รินรดาจะได้ทักท้วง ธันวาก็ผลักเธอออกไปทางหน้าต่างบานที่แตกกระจาย ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นในความมืดมิดของคืนพิพากษา! หวังว่าบทนี้จะทำให้คุณรี้ดรู้สึกตื่นเต้นและอยากติดตามบทสรุปในตอนต่อไปนะคะ ไวโอเล็ตการ์เด้นจะตั้งใจเขียนตอนจบให้ตราตรึงใจที่สุดค่ะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%