“ถ้าคุณใช้โทนสีหม่นกับผนังฝั่งนี้ ห้องประชุมสำหรับผู้บริหารจะกลายเป็นสุสานดีๆ นี่เองค่ะคุณธีธัช ไม่ใช่ห้องทำงานของบริษัทเทคสตาร์ทอัพ”
เสียงใสๆ ที่เจือแววประชดประชันดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมใหญ่ปิดลง มินตรากอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตเป็นประกายท้าทายจ้องมองร่างสูงโปรดักชันเนี๊ยบของสถาปนิกหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะ
ธีร์หรือธีธัชไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอทันที เขายังคงใช้ปลายนิ้วเรียวยาวไล่เปิดดูเล่มพิมพ์เขียวสถาปัตยกรรมที่เพิ่งถูกส่งมอบมาหมาดๆ กลิ่นกระดาษใหม่และหมึกพิมพ์ยังไม่จางหาย แต่ดูเหมือนกลิ่นอายความคุุกรุ่นระหว่างสองคนนี้จะรุนแรงเสียยิ่งกว่า
“พิมพ์เขียวโครงสร้างระบุไว้ชัดเจนว่าผนังส่วนนี้รับน้ำหนักหลัก การที่คุณจะเจาะช่องแสงหรือทำกระจกโค้งตามใจชอบเพื่อสนองนี้ดความอาร์ตส่วนตัว มันคือหายนะทางวิศวกรรมค่ะคุณมินตรา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบคมจนคนฟังอยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าผากมนๆ ของเขาเสียที
“แต่มันคือความสมบูรณ์แบบในมุมมองของมัณฑนากรนะคะ! เรากำลังออกแบบพื้นที่ให้มนุษย์ใช้งาน ไม่ใช่สร้างหลุมหลบภัยใต้ดิน” มินตราตบโต๊ะเบาๆ อย่างเหลืออด เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะประชุม ขยับเข้าใกล้เขตหวงห้ามระเบียบวินัยของ ‘หุ่นยนต์หน้าตาย’ จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ลอยปะปนกับความดุดัน
ธีร์ชะงัก เลิกคิ้วเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อใบหน้าสวยเฉี่ยวลอยเด่นอยู่ห่างแค่คืบ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตา (ที่เขาใส่เฉพาะเวลาทำงาน) หรี่ลงมองเจ้าของไอเดียสุดโต่งคนนี้อย่างประเมินสถานการณ์
“คุณบอกว่านี่คือพื้นที่ใช้งาน งั้นช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยสิครับว่า เก้าอี้ที่ดีไซน์เหมือนก้อนเมฆบิดเบี้ยวของคุณเนี่ย มันจะรองรับสรีระของลูกค้าระดับซีอีโอได้ยังไง หรือว่าคุณอยากให้พวกเขาปวดหลังจนต้องจ้างหมอนวดประจำบริษัทเพิ่มด้วยดีล่ะ”
“ย่ะ! ปากคอเราะร้ายแบบนี้ชาติที่แล้วเกิดเป็นกรรไกรเหรอคะคุณธีร์” พิมที่นั่งอยู่มุมห้องอดรนทนไม่ไหว ต้องรีบแทรกขึ้นมาเพื่อเบรกศึกน้ำลาย “เพื่อนฉันไม่ได้หมายถึงเก้าอี้ก้อนเมฆนั่นสักหน่อย เรากำลังพูดถึงฮาร์โมนีของพื้นที่ต่างหากเล่า”
“ฮาร์โมนีเหรอครับคุณพิม” ธีร์หันไปสบตากับเพื่อนสนิทของนางเอกด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ก่อนจะหันกลับมาจ้องมินตราที่ยืนหายใจฮึดฮัดด้วยความโกรธ “ฮาร์โมนีในพจนานุกรมของผมคือความถูกต้องตามหลักคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ไม่ใช่ความมักง่ายที่ซ่อนไว้ใต้คำว่า ‘ศิลปะ’ เพื่อกลบเกลื่อนความไร้ระเบียบ”
“นี่คุณว่าใครมักง่าย!” มินตราปรอทแตก เผลอก้มตัวลงไปใช้มือทาบกับโต๊ะประชุมเพื่อกดดันเขาให้ถอยร่น แต่ทว่า... ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งทำให้โลกทั้งใบของห้องประชุมเงียบลงไปถนัดตา
ระยะห่างระหว่างจมูกของเขากับปลายจมูกรั้นของเธอนั้นแทบจะไม่มี ปลายนิ้วของธีร์ที่ถือปากกาอยู่หยุดชะงัก ดวงตาคมกริบคู่นั้นเปลี่ยนจากประกายเย้ยหยันเป็นความไหววูบชั่วเสี้ยววินาที กลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากเส้นผมของมินตรารubเข้ากับประสาทสัมผัสของคนรักความสะอาดอย่างเขาอย่างจัง แทนที่จะผลักไส ธีร์กลับรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงประหลาด
กรณ์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างๆ แอบอมยิ้มกริ่ม รีบยกมือขึ้นปิดปากกระแอมเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือนเพื่อนรัก แต่ดูเหมือนสมองของธีร์จะประมวลผลช้ากว่าหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะไปเสียแล้ว
“ผม...ไม่ได้หมายถึงคุณ” ธีร์เสียงแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาคมเข้มเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากสีพีชที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างขัดเคือง
“แต่คำพูดคุณมันฟ้องค่ะ” มินตรากระซิบตอบ เสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดบางอย่างที่พุ่งชนทะลุกำแพงความเป็นมืออาชีพของทั้งคู่จนราบคาบ เธออยากจะถอยหลังกลับไปตั้งหลัก แต่ขาเจ้ากรรมดันแข็งทื่อราวกับถูกหลอมรวมไว้กับพื้นห้อง
บรรยากาศที่เคยเดือดดาลด้วยสงครามพิมพ์เขียวเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แนบเนียนและอันตรายยิ่งกว่าเดิม ธีร์เผลอขยับตัวเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับกลิ่นหอมหวานนั้นชัดเจนขึ้นจนแทบจะอดใจไม่ไหวที่เอื้อมมือไปคว้าเอวบางนั้นเข้าหาตัว
ปัง!
เสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังสนั่น พร้อมกับร่างของเลขานุการหน้าตาตื่นที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องโดยไม่ทันเคาะ
“คุณธีร์คะ! แขกไม่ได้รับเชิญ... เอえ... ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ทราบว่ากำลัง...”
มินตราสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต เธอรีบดีดตัวถอยหลังออกห่างจากธีร์สามก้าวรวด ใบหน้าเนียนใสแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ขณะที่ธีร์เองก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเป็น ‘หุ่นยนต์’ อย่างรวดเร็ว แม้ว่าแววตาคมกริบจะฉายประกายหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดที่ถูกขัดจังหวะ
เขากวาดสายตาคมดุมองเลยผ่านเลขาฯ ไปยังร่างสูงโปร่งของบุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ในห้องประชุม
รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของแขกผู้มาเยือน พร้อมกับประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงในพริบตา
“ขอโทษทีนะที่มาขัดจังหวะ... หวังว่าฉันคงไม่ได้มาแย่งซีนโปรเจกต์สำคัญของ ‘ว่าที่คู่หมั้น’ นายหรอกนะ ธีธัช”
เอมเมอรัลด์อายส์ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ
แปลนรักสลับขั้วหัวใจยุ่งเหยิง•ตอนที่ 2
พิมพ์เขียวที่ไม่ตรงกัน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักสลับขั้วหัวใจยุ่งเหยิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
