แปลนรักสลับขั้วหัวใจยุ่งเหยิง•ตอนที่ 3

กาแฟแก้วนั้นที่เธอทำหก

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
ประโยคทิ้งท้ายที่ประกาศกร้าวราวกับจะท้าทายอำนาจมืดจากตอนที่แล้ว ยังคงแขวนค้างอยู่กลางอากาศราวกับละอองฝุ่นที่มองไม่เห็น แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในห้องประชุมใหญ่จนแทบจะได้ยินเสียงปรอทแตก มินตรายืนกอดอก รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกถึงความสะใจที่ได้เห็น ‘ว่าที่คู่หมั้น’ ของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนจะเย่อหยิ่งยืนทำหน้าไม่ถูก ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเพอร์เฟกต์ยืนเด่นเป็นสง่า ดวงตากลมโตคู่สวยกราดมองไปยังร่างสูงของธีธัชที่ตอนนี้ขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นระหว่างคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม “ฉันไม่ได้มาแย่งซีนหรอกค่ะคุณมินตรา... ฉันแค่มาทำหน้าที่ของฉันในฐานะหุ้นส่วนบริษัท และในฐานะ ‘คนสนิท’ ของธีร์ก็เท่านั้นเอง” เสียงหวานหยดย้อยแต่เคลือบด้วยน้ำแข็งแห้งของหญิงสาวผู้มาใหม่ดังขึ้น เธอคือ ‘ศจี’ ลูกสาวเจ้าของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะดองกับครอบครัวของธีร์ผ่านการคลุมถุงชนที่ผู้ใหญ่จัดฉากไว้ให้ ศจีก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ราดน้ำมันลงบนกองไฟความตึงเครียดที่คุกกรุ่นอยู่แล้วให้ลุกโชนขึ้นไปอีก มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองศจีหัวจรดเท้าด้วยแววตาสมเพชระคนเย้ยหยัน “อ๋อเหรอคะ? นึกว่ามาเดินตรวจตราพื้นที่ก่อนหมาจะคาบไปกินเสียอีก พอดีว่าโปรเจกต์นี้มันต้องใช้ ‘สมอง’ กับ ‘รสนิยม’ ค่ะ ไม่ใช่แค่เงินทุนกับนามสกุลที่จะเอามาแปะโป๊งแล้วจบ” “นี่คุณ!” ศจีหน้าตึงขึ้นมาทันที ปรับสีหน้าแทบไม่ทันเมื่อเจอฤทธิ์เดชของมัณฑนากรสาวปากกล้า “พอได้แล้วทั้งคู่!” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังตวาดก้อง ธีธัชดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยราดด้วยน้ำแข็ง ตอนนี้กลับแดงก่ำด้วยความโกรธระคนหงุดหงิด ดวงตาคมกราบกวาดมองมินตราด้วยแววตาตำหนิที่รุนแรงเสียยิ่งกว่ามองศจีเสียอีก “ห้องทำงานของผมไม่ใช่สนามเด็กเล่น อยากจะมาต่อปากต่อคำเรื่องไร้สาระที่ไหน ก็เชิญออกไปเคลียร์กันข้างนอก!” มินตราหันขวับมามองหน้าเขา ดวงตาคู่สวยไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ และอยากเอาชนะ “อ๋อเหรอคะ? นี่ฉัน ‘ไร้สาระ’ ในสายตาคุณสินะคะคุณธีธัช... งั้นก็เชิญท่านประธานกับว่าที่คู่หมั้นสุดที่รักสวีทกันให้เต็มที่เลยค่ะ ฉันไม่อยู่เป็นก้างขวางคอให้รกหูรกตาหรอก!” พูดจบ มินตราก็สะบัดหน้าพรืด หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีออกไปจากห้องประชุมนรกแตกนี่ให้พ้นๆ แต่เพราะความรีบร้อนและแรงอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดจนควบคุมสติไม่อยู่ ข้อศอกเรียวเล็กจึงไปปัดโดนแก้วกาแฟอเมริกาโน่ร้อนกรุ่นที่เพิ่งชงมาใหม่ๆ ของธีธัชเข้าอย่างจัง! *เพล้ง! ซ่าาาา...!* เสียงแก้วเซรามิกราคาแพงร่วงกระทบพื้นกระเบื้องดังสนั่น ตามมาด้วยของเหลวสีดำสนิทที่สาดกระเซ็นกระจายไปทั่วโต๊ะทำงานตัวเนี๊ยบ กองเอกสารแบบร่างโปรเจกต์มหาʼลัยที่ธีธัชเพิ่งนั่งแก้มาทั้งคืนเปียกโชกกลายเป็นสีดำสนิทในพริบตา กลิ่นกาแฟคั่วเข้มฟุ้งกระจายตลบอบอวลไปทั่วห้อง ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทันที ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ศจีถึงกับอุทานยกมือขึ้นปิดปาก ส่วนกรณ์ที่เพิ่งเดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาสมทบถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเอื้อมมือไปกุมขมับ มินตรายืนแข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลงมองผลงานชิ้นโบว์แดงของตัวเองด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก สมองประมวลผลไม่ทันกับวินาทีหายนะตรงหน้า กาแฟแก้วนั้น... ที่เธอทำหก มันไม่ใช่แค่โต๊ะเลอะ แต่มันคือพิมพ์เขียวราคาแพงและระเบียบวินัยขั้นสูงสุดของ ‘หุ่นยนต์หน้าตาย’ คนนี้! “มิน-ตรา!” เสียงเรียกชื่อที่ลอดไรฟันออกมาทีละคำด้วยความเคียดแค้น ทำให้มินตราสะดุ้งสุดตัว เธ่อย่อยความกล้าทั้งหมดหันกลับไปสู้หน้าเจ้าของโต๊ะ ธีธัชไม่ได้ตะโกนโวยวายหรือสบถออกมาสักคำ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนน่ากลัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่างสูงก้าวเท้าเข้าหาเธอด้วยจังหวะมั่นคงและคุกคามราวกับเสือชีตาร์ที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ ศจีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบถอยกรูดเปิดทางให้อย่างหวาดกลัว “คุณ... คุณตั้งใจใช่ไหม” ธีธัชหยุดยืนประจันหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนมินตราได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นจากตัวเขา “เปล่าสักหน่อยค่ะ! อุบัติเหตุต่างหากเล่า ใครใช้ให้คุณเอาแก้วมาวางเกะกะระรานแถวนี้ล่ะคะ!” มินตราเชิดหน้าเถียงกลับเสียงแข็ง แม้ในใจจะเริ่มสั่นระรัวเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่มองมา “แก้วมันอยู่บนโต๊ะผมมาเป็นชั่วโมง ส่วนคุณต่างหากที่เดินสะบัดก้นทำตัวเป็นอันธพาลเข้ามาหาเรื่อง!” ธีธัชกัดฟันกรอด มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูด “เอกสารนั่น... ผมใช้เวลาทำมันสามวันสามคืนเพื่อจะพรีเซนต์พรุ่งนี้เช้า! แล้วคุณก็ทำมันพังหมดในพริบตา!” “ก็เชิญไปนั่งทำใหม่สิคะ! ฝีมือระดับสถาปนิกแถวหน้า แค่นี้คงไม่เกินความสามารถหรอกมั้งคะคุณธีธัช หรือว่าสมองมันตีบตันจนคิดไม่ออกแล้ว ถึงได้มาลงที่ฉัน!” “ปากเก่งนักนะ...” ธีธัชหมดความอดทน ร่างสูงก้าวประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วชนิดที่มินตราไม่ทันตั้งตัว มือหนาคว้าเข้าที่เอวบางของเธอตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้เธอถอยหนี ขณะที่มินตราบิดตัวหลบตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทำให้ทั้งคู่เสียหลักเซถลาลงไปปะทะกับโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยคราบกาแฟและเศษแก้วอย่างจัง! *ตุบ!* ร่างของมินตราล้มลงไปนอนทาบทับอยู่บนพื้นโต๊ะทำงาน โดยมีร่างสูงของธีธัชตามทาบทับลงมาคร่อมกักขังเธอไว้ด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้างที่ยันยันโต๊ะไว้ ปลายจมูกโด่งคมของเขากับเธอเฉียดกันไปนิดเดียวจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ศจีอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก ส่วนกรณ์ที่ยืนดูเหตุการณ์รีบหันหลังขวับทำเป็นมองไม่เห็นทันที พร้อมกับเอ่ยพึมพำเบาๆ กับตัวเอง “โอ้โห... เล่นท่านี้เลยเหรอวะเพื่อน ไม่ได้เคลียร์งานแล้วมั้งเนี่ย เคลียร์ใจดีกว่ามั้ง...” มินตราตาค้าง สมองขาวโพลน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้ใบหน้าของเธออยู่ใกล้ชิดกับเขามากแค่ไหน กลิ่นกายสะอาดผสมความดุดันของชายหนุ่มลอยเข้าจมูกจนแทบจะขาดสติ “ปล่อยนะ...” มินตรากระซิบเสียงสั่น พยายามผลักอกแกร่งของเขาออก แต่ธีธัชกลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ ตอนนี้กลับฉายแววบางอย่างที่ลึกซึ้งและอันตรายจนเธอไม่กล้าสบตา “ในเมื่อคุณทำโต๊ะผมเลอะ... และทำให้งานผมพัง...” ธีธัชกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากนุ่มของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มสางจนขนลุกซู่ “คุณก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ... เช็ดมันให้สะอาดด้วยตัวคุณเอง” “นี่คุณบ้าไปแล้วรึไงคะ! ปล่อยฉันนะ!” มินตราดิ้นขลุกขลัก ใบหน้าเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความเขินอายที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ไม่ปล่อย... จนกว่าเราจะเคลียร์เรื่องของเราให้จบ” ธีธัชกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาหัวใจคนปากเก่งสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขายิ่งโน้มตัวลงมาแนบชิดขึ้นไปอีก จนระยะห่างแทบจะเป็นศูนย์ ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานปนระอุและหัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง... *แอ๊ด...* เสียงเปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นอย่างแผ่วเบา พร้อมกับร่างของหญิงสูงวัยผู้ทรงสง่าในชุดสูทผ้าไหมดีไซน์หรู ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ก่อนที่เสียงทรงอำนาจจะเอ่ยขึ้นทักทายกลางความตกตะลึงของทุกคน “อ้าว... ตายจริง ฉันมาขัดจังหวะอะไรหวานๆ ของว่าที่หลานสะใภ้กับลูกชายฉันหรือเปล่าจ๊ะ ธีร์?” มินตราเบิกตากว้างสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน—นั่นคือคุณหญิงแม่ของธีธัช ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและเกลียดความวุ่นวายที่สุดในสามโลก! —โปรดติดตามตอนต่อไป— *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปพร้อมกันนะคะ* — เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักสลับขั้วหัวใจยุ่งเหยิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
กาแฟแก้วนั้นที่เธอทำหก — แปลนรักสลับขั้วหัวใจยุ่งเหยิง | yayni