"ถ้าคุณธีร์ยังยืนกรานจะเอาผนังปูนเปลือยดิบเถื่อนนี่ไว้กลางล็อบบี้โรงแรม ทางเราก็คงต้องขอแยกย้ายแล้วล่ะค่ะ เพราะมินคงไม่อยากเห็นแขกวีไอพีเดินสะดุดรสนิยมดิบเถื่อนจนหัวร้างข้างแตกคาประตูทางเข้า"
เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินขัดดัง *ก๊อกแก๊ก* เป็นจังหวะเดียวกับความเดือดดาลที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนเกือบทะลุปรอท มินตราสะบัดผมยาวสลวยสีน้ำตาลประกายทองไปข้างหลังอย่างหมั่นไส้ ดวงตากลมโตคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ต้อนรับเก่าคร่ำครึ
ธีธัช หรือที่ใครๆ ในวงการสถาปนิกขนานนามให้ลับหลังว่า 'หุ่นยนต์หน้าตาย' ปรายตามองรอยเปื้อนสีอะคริลิกสีชมพูสะท้อนแสงบนเสื้อเชิร์ตสีขาวของมัณฑนากรสาวด้วยแววตารังเกียจระคนเหนื่อยหน่าย เขาขยับแว่นสายตา เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ
"รสนิยมดิบเถื่อนที่คุณมินตราว่า มันคือสถาปัตยกรรมแนวอินดัสเทรียลลอฟท์ที่ผ่านการคำนวณโครงสร้างอย่างแม่นยำ ไม่ใช่โปรเจกต์มั่วซั่วเอาสีแปะผนังตามอารมณ์ศิลปินไส้แห้งแบบที่คุณถนัด"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้อารมณ์ แต่ทว่าคำพูดกลับเชือดเฉือนบาดลึกจนมินตราเกือบจะพุ่งเข้าไปประเคนแฟ้มผลงานอัดหน้าหล่อๆ ของเขาให้รู้แล้วรู้รอด
นี่คือวันแรกของการประชุมร่วมกันอย่างเป็นทางการในโปรเจกต์รีโนเวท 'แกรนด์ โฮเทล' โรงแรมบูติกเก่าแก่ใจกลางเมืองที่ถูกซื้อกิจการโดยกลุ่มทุนลึกลับ และพวกเขาสองคนถูกบังคับให้ต้องมาจับคู่กันกู้ซากตึกเก่าคูหาติดกันห้าคูหาให้กลายเป็นโรงแรมสุดฮิปแห่งใหม่
ระหว่างสถาปนิกหนุ่มผู้มีระเบียบวินัยสูงส่ง รักความสะอาดจนเข้าขั้นโรคจิต กับมัณฑนากรสาวจอมเปิ่น ไอเดียกระฉูดแต่วิถีชีวิตเละเทะเป็นระเบียบร้อยแปดพันเก้า การปะทะกันจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือความหายนะที่ถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่เซ็นสัญญา
"นี่! ปากแบบนี้สมแล้วล่ะค่ะที่ขึ้นคานทองนิเวศน์มาจนป่านนี้ ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนความจู้จี้จุกจิกเรื่องฝุ่นละอองของคุุณได้หรอก เจ้าแม่แห่งความเป๊ะ!" มินตราก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขา ร่างบางหยุดยืนห่างจากอกแกร่งเพียงคืบเดียว เธอเงยหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ โดยไม่ยอมหลบสายตาคมกริบที่ก้มลงมองมา
"ส่วนคุณ... ถ้าจัดระเบียบชีวิตตัวเองให้ดีกว่าการทำห้องพักคนงานก่อสร้างสะอาดกว่าห้องทำงานของคุณได้เมื่อไหร่ ค่อยมาคุยเรื่องสไตล์กับผม" ธีร์ก้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน มินตราพลันชะงักไปวูบหนึ่ง หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นมินต์สะอาดๆ ลอยเข้าจมูก
ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร หน้าตาดีระดับพระเอกซีรีส์แต่ปากคอเราะร้ายเป็นปีศาจ!
"พอๆๆ ครับคุณธีร์ คุณมินตรา! ใจเย็นก่อน นี่ยังไม่ทันเริ่มรื้อถอนตึกเลย ทำไมสถาปนิกกับมัณฑนากรจะรื้อหัวกันเองซะก่อนแล้วล่ะครับเนี่ย" กรณ์ที่เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาแทรกกลางวงสนทนาหัวเราะร่วน เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กับบรรยากาศมาคุที่คุกรุ่นราวกับมีไฟบรรลัยกัลป์ล้อมรอบตัวเพื่อนสนิท
พิมที่เดินตามหลังเพื่อนสาวมาติดๆ รีบดึงแขนมินตราถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้สถาปนิกหนุ่ม
"ก็เพื่อนฉันมันพูดความจริงนี่คะคุณกรณ์ คุณธีร์เล่นกางแปลนบล็อกทุกตารางนิ้วจนไม่มีพื้นที่หายใจให้งานดีไซน์ หวังว่าห้องพักแขกคงไม่ต้องติดป้ายห้ามหายใจแรงนะคะ" พิมเหน็บแนมต่อทันทีอย่างไม่มีใครยอมใคร
ธีร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาเรือนหรูราคาแพงระยับ "ผมหมดเวลามาต่อปากต่อคำกับเรื่องไร้สาระแล้ว แปลนโครงสร้างมีอยู่บนโต๊ะ ใครอยากปรับแก้ตรงไหนก็เชิญเขียนลงกระดาษทดราคามา ส่งให้ผมก่อนเที่ยงพรุ่งนี้ ถ้าไม่มีเหตุผลทางวิศวกรรมมารองรับ... อย่าหวังว่าผมจะเซ็นอนุมัติ"
พูดจบ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ ไปสำรวจรอยร้าวบนเสาปูนฝั่งซ้ายทันที โดยไม่สนใจเสียงฮึดฮัดกระเง้ากระงอดของมินตราที่ยืนกำมือแน่นอยู่ข้างหลัง
"อีตานี่! มันน่าเอาคัตเตอร์กรีดสูทแพงๆ ให้ขาดเป็นวิก i love you จริงๆ เลย!" มินตรากระซิบกระซาบกับเพื่อนสนิทอย่างคับแค้นใจ
วันแรกของการทำงานร่วมกันผ่านไปพร้อมกับสงครามประสาทที่ไม่มีใครยอมใคร แต่อย่างน้อย โครงการรีโนเวทตึกแถวเก่าก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว... แม้ว่าฝุ่นผงที่กำลังจะปลิวว่อนในวันพรุ่งนี้ อาจจะไม่น่ากลัวเท่ากับประกายไฟในดวงตาของคนทั้งคู่ที่กำลังลุกโชนขึ้นเรื่อยๆ
เวลาล่วงเลยจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ แสงแดดสีส้มอ่อนสาดส่องลอดผ่านกระจกบานใหญ่ที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นเข้ามาในห้องโถงกลาง ธีร์เดินถือตลับเมตรและกระดาษแปลนเข้ามาตรวจเช็กความเรียบร้อยของโซนโครงสร้างชั้นสองที่ตอนนี้ถูกรื้อฝ้าเพดานออกจนเห็นคานเหล็กเดิม
ความเงียบสงบภายในตึกเก่าทำให้ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ กำลังเดินใกล้เข้ามาจากด้านหลัง
"บอกแล้วไงคะว่าตรงนี้ต้องเว้นช่องแสง ไม่ใช่เอาคานเหล็กมาขวางหูขวางตาแบบนี้" เสียงหวานใสติดจะเหวี่ยงนิดๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของมินตราที่เดินดุ่มๆ เข้ามาโดยไม่ทันมองทาง เพราะมัวแต่ก้มหน้ากดแท็บเล็ตตรวจดูเรฟเฟอเรนซ์ในมือ
"ระวัง!"
ธีร์อุทานเสียงดังลั่นพร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวบางของมินตราไว้ด้วยสัญชาตญาณ แรงดึงกระชากทำให้ร่างของหญิงสาวเซถลาเข้าปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง ทว่าเพราะพื้นห้องที่ยังมีเศษอิฐและทรายจากการรื้อถอน ทำให้เท้าของสถาปนิกหนุ่มสะดุดเข้ากับเศษไม้ชิ้นหนึ่ง
ร่างสูงโปร่งล้มหงายหลังลงไปกับกองพรมกันฝุ่นผืนใหญ่บนพื้น โดยมีมินตราล้มทับลงมาอยู่ในอ้อมแขนของเขาพอดิบพอดี
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน ระยะห่างระหว่างใบหน้ามีเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ดวงตาคมกริบของคนข้างใต้กำลังจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นน้อยๆ อย่างเผลอไผล
หัวใจในอกของธีร์เต้นกระหน่ำรัวรากับกลองชุดจนน่าตกใจ ความเย็นชาและมาดนิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อปลายนิ้วเรียวของเขาเผลอแตะลงบนเอวคอดกิ่วโดยไม่รู้ตัว
มินตรานิ่งค้างไป สมองขาวโพลน คำด่าทอทั้งหมดที่เตรียมไว้พรั่งพรูหายไปในอากาศ เมื่อจู่ๆ ธีร์ก็ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ถ้ายังซุ่มซ่ามแบบนี้อีกครั้ง... ผมจะคิดค่าทำขวัญด้วยการจູບคุณจนกว่าจะเลิกเถียง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูสู่ความชุลมุนนี้นะคะ มาลุ้นกันต่อค่ะว่าแม่สาวปากเก่งจะรอดเงื้อมมือหนุ่มซึนคนนี้ยังไง!
เอมเมอรัลด์อายส์
แปลนรักสลับขั้วหัวใจยุ่งเหยิง•ตอนที่ 1
เปิดศึกตึกแถว
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักสลับขั้วหัวใจยุ่งเหยิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
