“ถ้าคิดจะขู่ฉันด้วยวิธีตื้นๆ แบบนี้ บอกไว้เลยว่าเธอประเมินค่าความอดทนของฉันต่ำไปค่ะ รินรดา”
วิเวียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกได้ถึงกระดูกสันหลังที่วาบหวิว เธอจิบกาแฟดำในแก้วเซรามิกราคาแพง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองเลขาฯ สาวที่ยืนตัวตรงอยู่เบื้องหน้าท่ามกลางบรรยากาศในห้องทำงาน CEO ที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงานสั่นระริกโดยไม่ตั้งใจ “ดิฉันไม่ได้ขู่ค่ะคุณวิเวียน ดิฉันแค่เตือนว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องปาร์ตี้คืนนั้น มันควรจะเป็นความลับระหว่างเราสองคนเท่านั้น”
“ความลับ?” วิเวียนวางแก้วกาแฟลงบนจานรองดัง ‘เคร้ง’ เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของรินรดา เธอโน้มตัวไปข้างหน้า รัศมีความกดดันแผ่ออกมาจากตัว CEO สาวจนบรรยากาศในห้องหนักอึ้ง “ในโลกของธุรกิจ คำว่าความลับคือสินค้าอย่างหนึ่ง และฉันก็ไม่เคยขายสินค้าตัวไหนให้ใครฟรีๆ... โดยเฉพาะกับคนที่ไม่รู้จักวางตัวให้เหมาะสม”
ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้โต้ตอบ เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของพนักงานที่ดังระงมไปทั่วโถงออฟฟิศด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามา มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนงานปกติ แต่เป็นเสียง ‘ตึ้ง’ ที่รัวถี่ราวกับห่าฝน รินรดาขมวดคิ้ว มือเรียวคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความสงสัย พลันสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความซีดเผือดจนไร้สีเลือด
ในกลุ่มแชทไลน์ ‘All Staff – Corporate Hub’ ที่มีพนักงานกว่าห้าร้อยชีวิต สมาชิกนิรนามคนหนึ่งเพิ่งส่งรูปภาพชุดหนึ่งเข้ามา
มันคือรูปภาพความละเอียดสูงที่ถ่ายจากมุมอับในคลับลับ—ภาพที่รินรดากำลังอยู่ในอ้อมกอดของวิเวียน ทั้งสองอยู่ในท่วงท่าที่กำกวมเกินกว่าจะเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง ใบหน้าของวิเวียนที่มักจะเรียบเฉยกลับดูหลงใหลอย่างประหลาด ในขณะที่รินรดากำลังเผยอริมฝีปากหอบหายใจด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความต้องการที่ปิดไม่มิด
รินรดาปล่อยโทรศัพท์ร่วงลงบนพรมด้วยมือที่อ่อนแรง วิญญาณเหมือนหลุดลอยออกจากร่าง “มัน... มันเป็นไปไม่ได้...”
วิเวียนยังคงนิ่งเงียบ ทว่านัยน์ตาของเธอสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความใจเย็น ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เธออ่านข้อความใต้ภาพที่เขียนว่า *‘นี่คือวิถีการเติบโตในสายงานของเลขาสาวคนเก่งสินะคะ?’*
“ดูท่าว่าพวกเราจะไม่ได้มีแค่ความลับระหว่างเราสองคนแล้วสิคะ รินรดา” วิเวียนพูดพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก ทว่านั่นไม่ใช่รอยยิ้มใจดี แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังเผชิญหน้ากับพายุ “ดูเหมือนว่าจะมี ‘หนอน’ ตัวใหญ่ที่กล้าล้ำเส้นเข้ามาในเกมของเราแล้ว”
“คุณยังยิ้มออกอีกเหรอคะ!” รินรดาตวาดเสียงสั่น น้ำตาแห่งความอัปยศคลอเบ้า “คนทั้งบริษัทกำลังเห็นภาพพวกนั้น! ชื่อเสียงของดิฉัน... ชีวิตการทำงานของดิฉัน... และคุณ... คุณกำลังจะพังพินาศไปพร้อมกับเรื่องไร้สาระพวกนี้!”
วิเวียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเดินอ้อมโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่มาหยุดอยู่ตรงหน้ารินรดา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของเธอโชยมาแตะจมูกรินรดา ทั้งเร้าใจและกดดันในเวลาเดียวกัน วิเวียนเชยคางหญิงสาวขึ้น ให้ดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาได้สบกับสายตาที่ราบเรียบของเธอ
“พังพินาศ? ไม่เลยค่ะที่รัก...” วิเวียนกระซิบเสียงต่ำพลางไล้นิ้วผ่านแนวขากรรไกรของรินรดา “ถ้าคนเราจะล้ม ก็ต้องล้มให้ดังที่สุดเพื่อให้คนทั้งโลกหันมามอง และถ้าใครสักคนอยากจะเป็นศัตรูของเรา... เราก็แค่ต้องทำให้เขารู้ว่า การเล่นกับไฟมันให้ความรู้สึกอย่างไร”
“คุณต้องการอะไรกันแน่...” รินรดาถามด้วยเสียงที่แทบจะขาดใจ
“ต้องการให้เธอหยุดสั่น แล้วตั้งสติค่ะ” วิเวียนเลื่อนมือไปโอบเอวรินรดาไว้แน่น แรงบีบนั้นสื่อถึงอำนาจที่เธอต้องการครอบครอง “ในวินาทีที่รูปนั้นถูกส่งออกไป สถานะของเราเปลี่ยนไปแล้ว เราไม่ใช่แค่เจ้านายกับลูกน้อง แต่เราคือเรือลำเดียวกันที่กำลังถูกพายุโหมกระหน่ำ และถ้าเธอไม่อยากจมน้ำตายไปพร้อมกับฉัน เธอต้องเชื่อใจฉัน...”
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานของ CEO ก็ถูกผลักเปิดออกโดยไม่มีการเคาะ ทั้งสองคนผละออกจากกันแทบไม่ทัน สายตาของรินรดาเบิกกว้างเมื่อเห็นผู้มาเยือน—มันไม่ใช่เลขาฯ หน้าห้อง หรือพนักงานรักษาความปลอดภัย แต่เป็น ‘คุณหญิงมณีรัตน์’ ประธานบอร์ดบริหารผู้กุมอำนาจสูงสุดของบริษัท ที่เดินเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนบึ้งตึงดุจพายุเข้า
“วิเวียน!” เสียงตวาดของคุณหญิงดังก้อง “อธิบายมาสิว่าเรื่องอื้อฉาวที่กำลังว่อนไปทั้งออฟฟิศตอนนี้ มันคืออะไรกันแน่! แล้วนังเด็กนี่... เลขาฯ ของเธอ ทำไมถึงไปอยู่ในสภาพนั้น!”
วิเวียนคลี่ยิ้มออกมาอย่างเย็นเยียบ เป็นยิ้มที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน มันคือยิ้มของผู้ที่เตรียมใจไว้แล้วสำหรับทุกสถานการณ์ เธอหันไปมองรินรดาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับหน้าผู้ใหญ่คนสำคัญ
“รูปนั้นคือการจัดฉากค่ะท่านประธาน” วิเวียนเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง “และดิฉันกำลังจะแจ้งให้คุณทราบว่า รินรดาไม่ใช่แค่เลขาฯ ของดิฉัน... แต่เธอคือคนที่ดิฉันเพิ่งตกลงว่าจะ ‘หมั้น’ ด้วยเมื่อคืนนี้”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ เธอเบิกตากว้างมองแผ่นหลังของวิเวียนด้วยความตกตะลึงสุดขีด นี่มันไม่ใช่แค่การแก้ปัญหา แต่มันคือการโยนเธอกระโจนลงสู่กองเพลิงที่ร้อนแรงกว่าเดิมหลายเท่า
สการ์เล็ตโรสหวังว่าเหตุการณ์ที่โหมกระหน่ำในบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงเลยนะคะ!
Corporate Desire: กับดักเสน่ห์เลขาฯ ร้าย•ตอนที่ 25
ความลับที่หลุดรอด
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Corporate Desire: กับดักเสน่ห์เลขาฯ ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!