เสียงฝีเท้าคู่แรกหยุดลงตรงหน้าประตูกลั้นสุญญากาศ ตามมาด้วยเสียงโลหะบดขยี้กันดัง *เอี๊ยด* ยาวนานราวกับเสียงกรีดร้องของโลหะที่ใกล้หมดอายุขัย
อาชวินไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายของเขานิ่งค้างอยู่ในท่าเตรียมพร้อม นิ้วมือทั้งสองข้างยังคงวางอยู่บนแผงควบคุมหลัก แสงสีฟ้าจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบสันจมูกและดวงตาที่หรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด ความมืดมิดรอบตัวไม่ได้สร้างความตื่นกลัวให้แก่เขาเท่ากับจังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอจนน่าขนลุกของชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่คืบ
"ปิดการเชื่อมต่อข้อมูลทั้งหมดทันทีครับ คุณอาชวิน"
เสียงของอีไลจาห์ราบเรียบและเย็นเยียบ ราวกับสายลมที่พัดผ่านซากปรักหักพังในสุญญากาศ ไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้ว่าสถานการณ์ภายนอกประตูจะส่อเค้าวิกฤตถึงชีวิต
"ถ้าผมทำแบบนั้น หน่วยความจำสำรองจะถูกรีเซ็ตโดยอัตโนมัติ" อาชวินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเจือด้วยความหงุดหงิดที่ต้องมาอธิบายเรื่องพื้นฐานให้ผู้คุมกฎฟัง "คุณอยากให้พวกเราตาบอดสนิทอยู่ในเหล็กกล่องนี่รึไงครับ ผู้ตรวจการ"
"ผมไม่อยากตายด้วยน้ำมือของสิ่งที่กำลังเดินมาข้างนอกต่างหาก" อีไลจาห์ก้าวเข้ามาประชิด แสงสีฟ้าสลัวเผยให้เห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองไปที่ประตู แต่กลับจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอาชวิน ราวกับกำลังประเมินว่าวิศวกรหนุ่มผู้นี้กำลังซ่อนไพ่ตายใบไหนไว้เบื้องหลังท่าทีหัวรั้น
*ปึง!*
แรงกระแทกมหาศาลจากภายนอกทำให้โครงสร้างสถานีสั่นสะเทือน ระบบแรงโน้มถ่วงเทียมกะพริบไหว ร่างของทั้งสองเซถลาตามแรงเหวี่ยง อาชวินคว้าขอบโต๊ะทำงานไว้ได้ทัน ขณะที่อีไลจาห์ใช้มือข้างหนึ่งยันผนังโลหะอย่างมั่นคง ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัว—กลิ่นอายของโอโซนและโลหะเย็นชาจากเครื่องแบบผู้คุมกฎ—ลอยปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ของความตึงเครียด
ในเสี้ยววินาทีนั้น ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัยระยะประชิด
อาชวินก้มลงมองหน้าจอที่ยังคงทำงานอยู่ แม้ไฟหลักจะดับลง กระแสไฟฟ้าสำรองเส้นสุดท้ายกำลังถูกดึงไปใช้หล่อเลี้ยงบางสิ่งบางอย่างที่ลึกลงไปใต้พื้นห้องควบคุมนี้—ไม่ใช่ระบบช่วยชีวิต ไม่ใช่ระบบสื่อสาร แต่เป็นระบบระบายความร้อนของ "ห้องนิรภัยชั้นสาม"
"คุณเห็นนั่นไหมครับ..." อาชวินพยักเพยิดใบหน้าไปทางแผนผังระบบที่ซ่อนอยู่
อีไลจาห์ก้มมองตาม ปลายนิ้วเรียวยาวของผู้คุมกฎแตะลงบนกระจกโฮโลแกรมเบาๆ ตัวเลขการดึงพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ราวกับมีบางสิ่งกำลังสูบฉีดพลังงานมหาศาลเพื่อปลดล็อกตัวเองจากการจำศีล
"เส้นทางจ่ายไฟนี้ถูกเข้ารหัสระดับสูงสุด" อีไลจาห์พึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความเยือกเย็นเมื่อครู่เจือด้วยความสงสัยที่ถูกปิดบังไว้ไม่มิด "แม้แต่ผมในฐานะผู้ตรวจการเขตเนบิวลาก็ยังไม่มีสิทธิ์เข้าถึง... แล้วคุณ, วิศวกรนอกสังกัด เจาะเข้ามาได้อย่างไร"
"ผมไม่ได้เจาะระบบครับ อีไลจาห์" อาชวินหันมาสบตา พร้อมรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก "ผมแค่อ่านค่าความผิดปกติที่ระบบส่วนกลางจงใจกวาดซุกไว้ใต้พรม... สถานีนี้ไม่ได้กำลังจะพังเพราะอุบัติเหตุ แต่มันกำลังถูก 'ถ่ายเลือด' ต่างหาก"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อเสียงโลหะฉีกขาดดังขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมกับกลุ่มควันสีขาวที่พวยพุ่งออกมาจากช่องระบายอากาศเหนือศีรษะ แก๊สไนโตรเจนแรงดันสูงถูกปล่อยออกมาเพื่อดับความร้อนบางอย่างที่อยู่ด้านนอก
อีไลจาห์ไม่รอช้า มือข้างที่ว่างชักอาวุธพลังงานพลาสมาออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็วและไร้เสียง ความเป็นมืออาชีพของผู้คุมกฎปรากฏชัดเจนในทุกการเคลื่อนไหว ร่างสูงใหญ่ขยับมาบังหน้าอาชวินโดยสัญชาตญาณ แม้อุดมการณ์ของทั้งสองจะอยู่คนละขั้ว แต่หน้าที่ในการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์เฉพาะหน้าทำให้พวกเขาต้องกลายเป็นพันธมิตรชั่วคราวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"ถอยไปอยู่ข้างหลังแผงควบคุมครับ" อีไลจาห์ออกคำสั่งเสียงต่ำ สายตาคมกริบจับจ้องไปยังเงาดำที่ทาบทับผ่านกระจกฝ้าของประตูกลั้น
"อย่าสั่งผมครับ" อาชวินสวนกลับทันที แม้จะยอมถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามที่อีกฝ่ายต้องการ มือของเขายังคงไม่ละจากการพิมพ์ชุดคำสั่งลับลงบนแป้นพิมพ์สำรอง "ถ้าผมแก้รหัสนี้ไม่ได้ เราจะกลายเป็นแค่อาหารว่างของเจ้าสิ่งนั้น"
เงาดำด้านนอกหยุดนิ่ง มันไม่ใช่คน ไม่มีทางที่มนุษย์คนใดจะส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอที่สะท้อนผ่านโครงสร้างเหล็กจนแก้วหูแทบแตกได้ เสียงนั้นคล้ายกับเสียงของเครื่องจักรกลหนักที่กำลังทำงานร่วมกับสิ่งมีชีวิตบางอย่าง—การผสมผสานที่น่าสะพรึงกลัวระหว่างชีววิทยาและเทคโนโลยีจักรกล
*ฟ่อ...*
ควันสีขาวจางลง เผยให้เห็นรอยเชื่อมที่ถูกความร้อนสูงละลายจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ตรงกลางประตูโลหะหนาห้านิ้ว กลิ่นไหม้ของฉนวนกันความร้อนโชยเข้าจมูกจนแสบขัด
อีไลจาห์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ นิ้วชี้วางอยู่บนไกปืนพร้อมเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อ ความกดดันรอบตัวบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก แต่ในขณะเดียวกัน ประสาทสัมผัสของเขากลับพุ่งพล่าน เขาเหลือบสายตากลับมามองวิศวกรหนุ่มที่อยู่ด้านหลังเพียงเสี้ยววินาที อาชวินไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัว ตรงกันข้าม แววตานั้นเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น—ความบ้าระห่ำแบบนักวิทยาศาสตร์ที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อคำตอบ
"คุณเจาะเข้าไปถึงแกนกลางแล้วหรือยัง?" อีไลจาห์ถามเสียงกระซิบ
"เกือบแล้วครับ..." อาชวินกัดริมฝีปากแน่น เหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผม "อีกแค่สามเปอร์เซ็นต์... ระบบกำลังเปิดเผยว่าใครคือคนที่สั่งดึงพลังงานนี้ไปใช้ในส่วนลับ... และผมมั่นใจว่าคุณต้องรู้จักชื่อนั้นดี"
ในวินาทีที่หน้าจอกะพริบเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต ข้อมูลทั้งหมดปรากฏขึ้นบนโฮโลแกรมตรงหน้า มันไม่ใช่ชื่อของลูกเรือทั่วไป แต่มันคือรหัสผ่านส่วนตัวระดับผู้บัญชาการสูงสุด—รหัสที่เชื่อมตรงกับสำนักงานใหญ่ของสภาเนบิวลา
อีไลจาห์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตื่นตะลึงฉายชัดในแววตาที่ปกติมักจะนิ่งสงบ
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร รูโหว่ที่ประตูโลหะก็ถูกมือปริศนาขนาดมหึมาฉีกกระชากออกอย่างไร้ความปรานี เศษเหล็กคมกริบกระเด็นว่อนไปทั่วห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะแหברי แห้ง และเยือกเย็น ที่ดังลอดออกมาจากความมืดมิดเบื้องนอก
อาชวินหันขวับไปมองหน้าจออีกครั้ง และหัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น เมื่อพบว่าบรรทัดสุดท้ายของข้อมูลที่เพิ่งดึงออกมาได้ ไม่ได้ระบุแค่ชื่อผู้สั่งการ... แต่มันกำลังนับถอยหลังการทำลายตัวเองของสถานี พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นบนจอของอีไลจาห์โดยตรง:
*“ตรวจพบการเข้าถึงโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต: ผู้ตรวจการอีไลจาห์ และ วิศวกรอาชวิน. คำสั่งกำจัดเป้าหมายเริ่มต้นทำงาน”*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดนี้ไปด้วยกันนะครับ
วิศวกรไร้พรมแดนกับผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 3
รอยร้าวในวงโคจร
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้พรมแดนกับผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!