วิศวกรไร้พรมแดนกับผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 2

กฎที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
ประกายไฟสีฟ้าจัดจากการเชื่อมโลหะด้วยความร้อนสูงสาดกระเซ็นกระทบกับแผงวงจรหลักระบายความร้อนรุ่นเก่าของสถานีอวกาศเนบิวลา-7 กลิ่นฉุนของสารเคลือบโลหะระเหยผสมปะปนอยู่ในอากาศที่เจือจาง อาชวินใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นตามไรผม ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นตานิกรองรับแสงจดจ่ออยู่กับการเชื่อมต่อสายไฟเบอร์ออพติกเส้นสุดท้ายที่ขาดสะบั้น ในสภาพแวดล้อมที่แรงโน้มถ่วงเทียมทำงานเพียงร้อยละสิบ การควบคุมน้ำหนักตัวและเครื่องมือจึงต้องอาศัยสัญชาตญาณและความคุ้นเคยอย่างยิ่งยวด มือข้างหนึ่งของเขาคีบประแจควอนตัมค้างไว้ ขณะที่สมองกำลังคำนวณอัตราการขยายตัวของโลหะภายใต้อุณหภูมิที่ดิ่งฮวบ "หยุดมือซะ อาชวิน" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่มีความลังเลหรือประมาทเจืออยู่ในน้ำเสียงนั้นเลยแม้แต่น้อย อาชวินชะงักมือที่กำลังจะแตะตัวประสาน เขาไม่ได้หันกลับไปทันที แต่ใช้เงาสะท้อนจากแผงกระจกโลหะด้านหน้าสังเกตผู้มาเยือน อีไลจาห์ยืนสงบนิ่งอยู่ในชุดเครื่องแบบผู้คุมกฎแห่งสภาเนบิวลา รีดเรียบอย่างไร้ที่ติ ราวกับไม่ได้กำลังยืนอยู่ในซากสถานีอวกาศที่ระบบพยุงชีพกำลังจะล่มสลาย เข็มกลัดตราสัญลักษณ์รูปตาชั่งไขว้สะท้อนแสงไฟฉุกเฉินสีส้มวับแวม "ถ้าผมหยุดตอนนี้ วาล์วระบายความร้อนตัวนี้จะค้าง และช่องทางขนส่งออกซิเจนฝั่งทิศเหนือจะระเบิดภายในสามนาทีสิบวินาทีครับ ท่านผู้คุมกฎ" อาชวินเอ่ยเสียงเรียบ ปลายประแจในมือยังคงค้างอยู่ห่างจากจุดเชื่อมต่อเพียงมิลลิเมตรเดียว "นั่นคือทฤษฎีตามคู่มือวิศวกรรมฉบับปรับปรุงปี 2184 ซึ่งถูกยกเลิกไปตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่ดาวเคราะห์น้อยเทสลาแล้ว" อีไลจาห์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงแรงดันอากาศที่แตกต่าง "ตามมาตราที่ 14 ของประมวลกฎหมายความปลอดภัยอวกาศ การซ่อมแซมระบบพยุงชีพในเขตวิกฤตระดับสาม ต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบความปลอดภัยก่อน และต้องใช้หุ่นยนต์กู้ภัยอัตโนมัติเท่านั้น ไม่ใช่วิศวกรนอกรีตที่ชอบฝ่าฝืนโปรโตคอลเพื่อฮีโร่" อาชวินปล่อยมือจากประแจ มันลอยเคว้งอยู่ในสุญญากาศจำลองระดับต่ำ เขาหมุนตัวกลับมาช้าๆ ดวงตาสีเข้มจ้องมองอีกฝ่ายตรงๆ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด "หุ่นยนต์กู้ภัยอัตโนมัติที่คุณว่า กำลังนอนเป็นเศษเหล็กไหม้เกรียมอยู่ที่ชั้นสี่ เพราะมันถูกโปรแกรมให้เลือก 'ความปลอดภัยของทรัพย์สิน' มากกว่า 'ลมหายใจของลูกเรือ' สามสิบชีวิตที่ติดอยู่ในเซกเตอร์นี้... ถ้าผมรอให้คุณอนุมัติ พวกเราคงกลายเป็นศาลาน้ำแข็งลอยฟ้าไปนานแล้วครับ" อีไลจาห์ไม่สะท้านต่อคำเสียดสี สีหน้าของเขายังคงนิ่งสนิทราวกับรูปสลักหินอ่อน ดวงตาสีฟ้าจัดมองทะลุผ่านแว่นตาของอาชวิน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความคุ้มค่าระหว่างชีวิตมนุษย์กับตัวบทกฎหมายที่เขาต้องปกป้อง "คุณมองเห็นแค่คนสามสิบคน อาชวิน... แต่ผมมองเห็นระเบียบข้อบังคับที่จะปกป้องคนอีกสามล้านคนที่เหลือบนสถานีนี้ ถ้าทุกคนทำตามใจตัวเองโดยอ้างเหตุผลเฉพาะหน้า กฎหมายจะมีความหมายอะไร ความโกลาหลต่างหากคือสิ่งที่คร่าชีวิตผู้คนเร็فที่สุด ไม่ใช่ความหนาวเย็น" "กฎหมายไม่ได้ช่วยให้ปอดผมมีออกซิเจนหายใจหรอกครับ อีไลจาห์" อาชวินก้าวประชิดเข้าไปอีกขั้น ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้คนทั้งสองต้องสบตากันในระยะประชิด กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพและความดื้อรั้นปะทะกันจนเกิดบรรยากาศตึงเครียด "คุณยึดติดกับกระดาษแผ่นเดียวที่เขียนโดยพวกนักการเมืองที่นั่งจิบไวน์อยู่ในโดมกระจกบนดาวอังคาร แต่ผมกำลังยืนอยู่ตรงนี้ มือเปื้อนน้ำมันเครื่อง และเห็นความตายอยู่ตรงหน้า... บอกผมทีสิครับ ว่าถ้าผมทำตามกฎของคุณ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบศพพวกนั้น" อีไลจาห์หรี่ตาลงเล็กน้อย ร่างกายไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมต่ำๆ ของแผงวงจรที่ใกล้พังทลายเป็นฉากหลัง แววตาของเขาฉายประกายความซับز้อนวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นตามหน้าที่ "ผมจะเป็นคนรับผิดชอบเอง" อีไลจาห์เอ่ยเบาๆ แต่หนักแน่น "ในฐานะผู้คุมกฎ... ผมมีอำนาจสั่งระงับการทำงานของคุณ ณ บัดนี้ และนี่คือคำสั่ง" มือเรียวยาวในถุงมือสีดำยื่นออกไปแตะที่แผงควบคุมหลักเพื่อตัดกระแสไฟ แต่อาชวินเร็วกว่า เขาคว้าข้อมือของอีไลจาห์ไว้ด้วยความเร็วระดับสัญชาตญาณ แรงปะทะทำให้ทั้งคู่เซถลาไปตามแรงโน้มถ่วงที่น้อยนิด ชนเข้ากับผนังโลหะด้านหลังอย่างจัง ลมหายใจของทั้งสองคนสะดุดกึกในเสี้ยววินาทีนั้น ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินพอดีทำให้รับรู้ได้ถึงจังหวะชีพจรที่เต้นระรัว อีไลจาห์มองข้อมือตัวเองที่ถูกตรึงไว้ด้วยมือที่หยาบกร้านของวิศวกร ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา ลึกเข้าไปในดวงตานั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความดื้อรั้นที่ท้าทายอำนาจของเขาอย่างถึงที่สุด "ปล่อย" อีไลจาห์กระซิบ เสียงทุ้มต่ำลงกว่าเดิมเล็กน้อย แฝงกระแสกดดันที่ทรงพลัง "ถ้าผมปล่อย สถานีนี้จะปลิวเป็นจุล... และเชื่อเถอะครับ ว่าคุณไม่มีทางเขียนรายงานชี้แจงสภาได้แน่ ถ้าไม่มีโลกให้รายงาน" อาชวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทไม่แพ้กัน แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความท้าทายที่ยากจะต้านทาน ก่อนที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะได้เอ่ยคำพูดเชือดเฉือนใดเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินสูงสุดก็กรีดแหลมขึ้น เสียงไซเรนสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้องควบคุม ร่างของทั้งคู่ถูกดึงดูดด้วยระบบล็อกอัตโนมัติที่ทำงานกะทันหัน หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ควรจะดับมืด กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่ง จากนั้น ข้อมูลไฟล์ลับที่ถูกเข้ารหัสไว้เจ็ดชั้นก็เด้งขึ้นบนจอภาพกลางห้อง พร้อมกับข้อความแปลกปลอมที่วิ่งผ่านรัวเร็ว *< ตรวจพบการเข้าถึงจากภายนอก... ต้นทาง: สถานีวิจัยลับเซกเตอร์ศูนย์ — ไม่พบในสารบบกฎหมายเนบิวลา >* อีไลจาห์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ความสนใจถูกดึงออกจากข้อมือที่ถูกจับกุมไปที่หน้าจอทันที เขาหันไปมองหน้าอาชวินที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด "นั่นไม่ใช่ระบบของสถานีเรา..." อาชวินพึมพำ เสียงกระซิบแหบพร่า "และมันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบระบายความร้อน... มีใครบางคนจงใจเปิดประตูให้เราเข้ามาติดกับตั้งแต่แรก" อีไลจาห์หันกลับมามองหน้าจอ และในวินาทีนั้นเอง แสงไฟฉุกเฉินสีส้มก็ดับวูบลงทั้งหมด เหลือเพียงความมืดมิดและแสงสีฟ้าจากหน้าจอที่สาดส่องใบหน้าของทั้งสองคนให้ดูราวกับภาพวาดแห่งความลับ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสเภดังขึ้นจากทางเดินมืดทึบด้านนอก ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ... และมันไม่ใช่เสียงของลูกเรือรอดชีวิตสามสิบคนนั้นอย่างแน่นอน ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างด้วยกันนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้พรมแดนกับผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%