กลิ่นของโอโซนไหม้เกรียมและคราบน้ำมันไฮดรอลิกที่รั่วซึมคือกลิ่นเดียวกับที่อาชวินสูดดมมาตลอดแปดปีบนสถานีอวกาศรกร้างแห่งนี้ แต่ในความเงียบสงัดของห้องเครื่องยนต์หลักระดับศูนย์ ชั้นความดันที่ควรจะเสถียรกลับส่งเสียงหอนต่ำในระดับความถี่ที่ทำให้กระดูกซี่โครงสั่นพาน
นิ้วมือที่สวมถุงมือคาร์บอนไฟเบอร์กระชับประแจทอร์กแรงบิดสูงในมือจนข้อต่อขึ้นสีขาว อาชวินไม่ได้สนใจเสียงสัญญาณเตือนสีเหลืองกะพริบถี่ๆ ที่แผงควบคุมหลัก เขาสนใจเพียงแค่รอยร้าวขนาดเล็กเท่าเส้นผมที่ปรากฏอยู่บนท่อส่งพลังงานแอนตี้แมตต์—รอยร้าวที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับโลหะผสมไทเทเนียมเกรดทหารที่เพิ่งผ่านการตรวจสอบรอบใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน
"มันไม่ควรจะล้าตัวเร็วจนาดนี้..." เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงสะท้อนก้องผ่านหมวกนิรภัยที่ถอดกระจกหน้าออกครึ่งหนึ่งเพื่อรับอากาศอับชื้น
"ถ้าคุณมัวแต่ตั้งคำถามกับความล้าของวัสดุ อาชวิน เราคงไม่มีเวลาเหลือพอที่จะกู้ระบบชีวิตของเซกเตอร์เจ็ดกลับมา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากทางด้านหลัง ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าเนื่องจากรองเท้าบูทแม่เหล็กถูกปรับให้อยู่ในโหมดไร้แรงเสียดทาน อาชวินไม่จำเป็นต้องหันไปมอง เขารู้จักคลื่นความถี่ของเสียงนั้นดี—อีไลจาห์ ผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา ชายผู้สวมเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มไร้รอยยับราวกับหลุดออกมาจากแคตตาล็อกโฆษณาของสภาสูง แม้ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าเช่นนี้
อาชวินค่อยๆ ขันน็อตตัวสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวกลับมาช้าๆ ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้แสงไฟฉุกเฉินสีส้มกวาดมองผู้มาเยือนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาวิเคราะห์
"คุณมาเร็วกว่ากำหนดสามนาทีสิบสองวินาทีนะ อีไลจาห์ หรือว่าอัลกอริทึมตรวจการณ์ของคุณเริ่มระแวงว่าฉันจะแอบขโมยเศษโลหะพวกนี้ไปขายตลาดมืด?" อาชวินเอ่ยกลั้วหัวเราะในลำคอ แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มตาม
อีไลจาห์ก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างออกไปเพียงช่วงแขน กลิ่นน้ำหอมสังเคราะห์ราคาแพงที่เจือจางด้วยกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของอวกาศลอยแตะจมูก ดวงตาสีฟ้าอ่อนราวกับกระจกมองลงมาที่ประแจในมือของวิศวกรหนุ่มอย่างพิจารณา ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยต่อสภาพแวดล้อมที่กำลังวิกฤต
"ผมไม่ได้สนใจเศษโลหะมีค่าของคุณ อาชวิน" อีไลจาห์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท มือเรียวยาวในถุงมือหนังสีดำประสานกันไว้ที่ด้านหลัง "ผมสนใจว่าทำไมระบบจ่ายพลังงานสำรองถึงถูกตัดการเชื่อมต่อจากศูนย์กลางเมื่อสิบนาทีที่แล้ว และบังเอิญเหลือเกินว่ามันเกิดขึ้นในโซนที่คุณรับผิดชอบ"
อาชวินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเยาะปรากฏที่มุมปาก เขาขยับตัวเข้าประชิดแผงควบคุมเพื่อบังหน้าจอหลักบางส่วนไว้โดยสัญชาตญาณ
"คุณก็น่าจะรู้ดีกว่าใครนี่ อีไลจาห์ ว่าสถานีเอเดนคandมีอายุการใช้งานมานานแค่ไหน สายไฟพวกนี้มันเปราะบางยิ่งกว่าอารมณ์ของพวกข้าราชการบนสภาสูงเสียอีก หรือว่าคุณไม่เคยเห็นท่อส่งพลังงานรั่วในตึกหรูของคุณบนดาวแม่?"
"ท่อส่งพลังงานรั่วเป็นเรื่องทางกายภาพ..." อีไลจาห์ก้าวเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง บีบระยะห่างจนอาชวินต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตา "...แต่คำสั่งระงับการจ่ายไฟฉุกเฉินระดับสาม เป็นเรื่องของรหัสผ่านเข้าระบบ และรหัสผ่านนั้น... มีแค่หัวหน้าวิศวกรประจำสถานีเท่านั้นที่ถือครอง"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ขนาดยักษ์ที่สะท้านผ่านพื้นเหล็กใต้ฝ่าเท้า อาชวินจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามค้นหาความลังเลหรือร่องรอยของการบลัฟ แต่สิ่งที่เขาพบมีเพียงความว่างเปล่าที่เฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด
"คุณกำลังจะบอกว่าฉันเป็นคนปิดระบบตัวเอง เพื่อให้สถานีนี้ระเบิดเป็นจุลพร้อมกับฉันเนี่ยนะ? ตรรกะยอดเยี่ยมมาก สมแล้วที่เป็นผู้คุมกฎ" อาชวินหัวเราะแห้งๆ พลางส่ายหัว
"ไม่มีใครอยากตายหรอก อาชวิน แต่บางคนมีเหตุผลมากพอที่จะสร้างสถานการณ์บางอย่าง... เพื่อปกปิดความลับอื่น" อีไลจาห์เอ่ยเสียงเบา แต่ทุกคำชัดเจนจนบาดลึก "เช่น การลักลอบส่งออกข้อมูลลับของสภาผ่านเครือข่ายพลังงานสำรอง"
หัวใจของอาชวินกระตุกวูบไปชั่วเสี้ยววินาที แต่ด้วยการฝึกฝนและการใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางดงเสือดาวในเขตชายแดน ทำให้สีหน้าของเขาแทบไม่เปลี่ยนไปเลย เขายังคงรักษารอยยิ้มกวนประสาทไว้ได้สนิท
"ข้อมูลลับอะไรกัน? สิ่งเดียวที่ฉันส่งออกไปสัปดาห์นี้คือคำร้องขอเปลี่ยนไส้กรองอากาศที่พังจนแทบจะทำให้ลูกเรือสำลักคาร์บอนตายอยู่แล้ว ถ้าสภาสูงยังอนุมัติงบช้ากว่านี้ ฉันคงต้องเอาเสื้อผ้าของคุณไปทำเป็นผ้ากรองแทนจริงๆ นะครับ"
อีไลจาห์ไม่ตอบทันที เขายื่นมือขวาออกไป นิ้วเรียายาวกดลงที่แผงควบคุมข้างตัวอาชวินอย่างรวดเร็วโดยที่วิศวกรหนุ่มไม่ทันตั้งตัว หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ แสดงบันทึกการใช้งานระบบย้อนหลังสามนาที บรรทัดโค้ดสีแดงฉานปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา
นั่นไม่ใช่รหัสปิดระบบ... แต่มันคือรหัส "การเข้าถึงไฟล์ลับสุดยอดระดับโอเมก้า" ที่ถูกดึงข้อมูลออกไปยังยานขนส่งสินค้าที่เพิ่งเทียบท่าเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน และรหัสผ่านที่ใช้ในการยืนยันตัวตน... คือรหัสประจำตัวของอาชวินเอง
อาชวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ภายนอกจะยังคงนิ่งเฉย แต่ในหัวสมองกำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูง ใครบางคนกำลังใช้ตัวตนของเขาเป็นแพะรับบาป และคนๆ นั้นต้องมีสิทธิ์เข้าถึงฐานข้อมูลระดับเดียวกับเขา
อีไลจาห์หันกลับมามองเขา รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดีเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมในที่สุด
"คุณยังจะบอกว่านี่เป็นเพราะท่อส่งพลังงานเปราะบางอีกไหมครับ อาชวิน?" อีไลจาห์เอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มนวลแต่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
อาชวินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นโอโซนและน้ำมันเครื่องในตอนนี้กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกตื่นตัว เขามองหน้าผู้คุมกฎหนุ่มผู้เยือกเย็น ชายผู้ยึดมั่นในกฎหมายจนบางครั้งมองไม่เห็นความเป็นมนุษย์ แต่ในวินาทีนี้ เขากลับตระหนักว่าพวกเขาทั้งคู่กำลังเล่นอยู่บนกระดานเดียวกัน และมีใครบางคนกำลังชักใยอยู่เบื้องหลัง
"โอเค คุณชนะ" อาชวินยกมือขึ้นยอมแพ้เล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวกระซิบใกล้ใบหูของอีกฝ่ายจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น "แต่ถ้าคุณฉลาดจริงอย่างที่สภาสูงโอ้อวด คุณควรจะเอะใจสักนิดนะ... ว่ายานขนส่งลำนั้นเป็นของหน่วยตรวจสอบพิเศษที่คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติให้เทียบท่าตั้งแต่แรกต่างหากล่ะครับ ผู้คุมกฎ"
ร่างสูงของอีไลจาห์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าอ่อนเบิกกว้างขึ้นเสี้ยวหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถานี
แสงไฟฉุกเฉินสีส้มดับพรึบลง กลายเป็นความมืดมิดสนิทที่ถูกแทนที่ด้วยแสงไฟสำรองสีแดงฉานสลัวๆ และก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว เสียงโลหะฉีกขาดดังสนั่นมาจากห้องควบคุมหลักด้านนอก พร้อมกับร่างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งที่ถูกเหวี่ยงกระแทกทะลุกระจกนิรภัยเข้ามานอนแน่นิ่งแทบเท้าของพวกเขาทั้งสองคน
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางสู่อวกาศอันเวิ้งว้างไปกับผมนะครับ
วิศวกรไร้พรมแดนกับผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 1
สัญญาณเตือนจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้พรมแดนกับผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!