เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 3

ไม่ได้อยากรู้จัก

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“ลบรูปนั้นเดี๋ยวนี้ค่ะ คุณตะวัน” เสียงหวานที่ลอดผ่านไรฟันไม่ได้ทำให้คนตัวสูงกว่าสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย กลับกัน ตะวันในชุดเสื้อฮู้ดสีดำเซอร์ ๆ ยิ่งยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มกวนประสาท นิ้วเรียวยาวกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วหย่อนมันลงกระเป๋าเสื้ออย่างไม่แยแส สายตาคมกริบที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความท้าทาย ชนิดที่ทำให้รินรดาอยากจะแปลงร่างเป็นแม่เสือสาวแล้วตะปบคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด บรรยากาศในห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะชั้นบนสุดของแกลเลอรีตอนนี้นอกจากจะอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกแล้ว ยังคุกกรุ่นไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่... ตอนที่มินตรา เจ้าของแกลเลอรีคู่แข่งตัวฉกาจโผล่เข้ามาพร้อมสมุน แล้วยื่นข้อเสนอใต้โต๊ะให้เธอช่วย ‘อำนวยความสะดวก’ เรื่องการคัดเลือกผลงานศิลปist โดยมีซองเอกสารสีน้ำตาลเป็นเดิมพัน รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธให้ชัดเจนด้วยซ้ำ ตะวันก็โผล่มาจากมุมเสาพร้อมกับเสียงชัตเตอร์รัวเร็วจนน่าหมั่นไส้ แถมยังทิ้งท้ายคำพูดเชือดเฉือนไว้ก่อนจะเดินลอยชายขึ้นมาบนนี้อีก “จะให้ลบทำไมล่ะคะคุณภัณฑารักษ์ หลักฐานชิ้นโบว์แดงออกขนาดนั้น ฉันอุตส่าห์หวังดีกลัวคุณจะโดนเสือ  สิงห์  กระทิง  แรด ในบอร์ดบริหารเขมือบเอา  ถึงได้ช่วยเก็บภาพประวัติศาสตร์ไว้ให้ดูต่างหน้า” ตะวันก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย ร่างโปร่งในชุดเซอร์ ๆ แต่กลับมีอوراความดึงดูดใจอย่างประหลาดกดดันให้รินรดาต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนแผ่นหลังบางไปชนเข้ากับผนังห้องสีขาวสะอาด “คุณมัน... น่ารำคาญสิ้นดี!” รินรดาตวาดเสียง "ฉันปฏิเสธยัยมินตราไปแล้วต่างหาก และฉันไม่จำเป็นต้องมานั่งอธิบายอะไรให้ศิลปินปากเสียอย่างคุณฟังด้วย ถ้ารูปพวกนั้นหลุดออกไปแม้แต่รูปเดียว ฉันจะฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทและละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล เอาให้คุณไม่มีที่ยืนในวงการศิลปะเลยคอยดู!" “อุ๊ย กลัวจังเลยค่ะ” ตะวันแสร้งทำเป็นยกมือขึ้นทาบอก ดวงตาสดใสแต่แพรพราวด้วยเล่ห์กลก้มลงมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธ “ปากเก่งเป็นบ้าเลยนะคะคุณภัณฑารักษ์ แต่ก็นั่นแหละ... คนปากแข็งมักจะน่าแกล้งเป็นพิเศษซะด้วยสิ” “ถอยไปนะ!” รินรดาใช้มือเรียวผลักไหล่กว้างของอีกฝ่ายเต็มแรง แต่ตะวันกลับไม่มีทีท่าว่าจะสะดุ้งสะเทือน แถมยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ แนว woody ปะปนกับกลิ่นสีอะคริลิกเฉพาะตัวลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจของภัณฑารักษ์สาวเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด เธอเกลียดความรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้ที่สุด ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างทั้งสองคนจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องจัดแสดง พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักออกอย่างไร้มารยาท “คุณรินรดา! อยู่นี่เองเหรอครับ” เสียงของ ‘ภาคิน’ หนึ่งในกรรมการบอร์ดบริหารผู้ทรงอิทธิพลดังขึ้น ทำให้ทั้งรินรดาและตะวันต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว รินรดารีบจัดเสื้อสูทเข้ารูปของตัวเองให้เรียบร้อย ปั้นหน้าเย็นชาและกลับคืนสู่โหมดมืออาชีพในเสี้ยววินาที ขณะที่ตะวันเพียงแค่ยักไหล่แล้วถอยไปยืนล้วงกระเป๋าพิงกำแพงทำหน้าไม่รู้ไม่ช้าตามเคย ภาคินเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียด ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องหรูที่มีหน้าจอแสดงภาพถ่ายจากฝีมือของตะวันหราอยู่ “นี่มันหมายความว่ายังไงครับคุณรินรดา!” ภาคินยื่นแท็บเล็ตมาตรงหน้า “ภาพที่คุณกำลังยืนรับซองเอกสารจากคุณมินตราคู่แข่งของเรา... บอร์ดบริหารเพิ่งได้รับส่งตรงมาจากแหล่งข่าวไม่ประสงค์ดี พวกเขากำลังสงสัยในความโปร่งใสของคุณ!” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เปลวไฟแห่งความโกรธพุ่งขึ้นมาจุกที่อก เธอเหลือบมองตัวต้นเหตุที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ไม่ไกล ตะวันแค่นยิ้มมุมปากน้อย ๆ ส่งสายตาประมาณว่า ‘เห็นไหมล่ะ ฉันเตือนคุณแล้ว’ มาให้ “มันคือความเข้าใจผิดค่ะคุณภาคิน ดิฉันปฏิเสธข้อเสนอของคุณมินตราไปแล้ว และซองเอกสารนั่น...” รินรดายังพูดไม่ทันจบประโยค ภาคินก็ยกมือขึ้นเบรก “ผมรู้ว่าคุณอาจจะไม่ได้มีเจตนาทุจริต แต่ภาพมันฟ้องครับคุณรินรดา ข่าวฉาวนี้กำลังจะหลุดออกสู่สื่อในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ถ้าปล่อยไว้ชื่อเสียงของหอศิลป์เราพังแน่” ภาคินถอนหายใจยาว “ทางบอร์ดบริหารประชุมด่วนกันเมื่อกี้ และมีมติเอกฉันท์ออกมาแล้ว... เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณ คุณต้องจัดการนิทรรศการเดี่ยวครั้งนี้ร่วมกับคุณตะวัน... ศิลปินอิสระผู้สร้างปัญหาคนนี้อย่างใกล้ชิด ให้สื่อเห็นว่าเราโปร่งใสและไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรทั้งสิ้น” “อะ... อะไรนะคะ?!” รินรดาอุทานออกมาเสียงหลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ให้ดิฉัน... ทำงานร่วมกับเขาเนี่ยนะคะ ไม่มีทางค่ะ! ดิฉันไม่มีวันร่วมงานกับคนไร้ระเบียบแบบนี้เด็ดขาด!” “มีทางครับ และมันไม่ใช่คำขอร้อง แต่มันคือคำสั่งจากบอร์ดบริหาร” ภาคินเสียงเข้มขึ้น “ถ้าคุณไม่ทำ... คุณก็ต้องลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อภาพหลุดนั้น เลือกเอาครับว่าจะกู้หน้าองค์กรไปด้วยกัน หรือจะเดินออกจากที่นี่ในฐานะคนหมดอนาคต” ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ รินรดารู้สึกเหมือนมีหินก้อนใหญ่หล่นทับลงมากลางอก เธอจ้องหน้าภาคินสลับกับมองหน้าตะวัน ที่ตอนนี้รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่ได้แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่น่าหมั่นไส้คูณสอง ตะวันก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง ช้า ๆ แต่มั่นคง ขายาวหยุดยืนตรงหน้าภัณฑารักษ์สาวที่กำลังกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน “ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะ... ท่านภัณฑารักษ์คนเก่ง หวังว่าคุณจะทนมือทนเท้าฉันไปได้ตลอดรอดฝั่งนะจ๊ะ” รินรดาหันขวับไปหมายจะด่ากราดใส่คนเจ้าเล่ห์ให้สาสม แต่จังหวะนั้นเอง ปลายจมูกของเธอกลับเฉียดผ่านแก้มเนียนใสของตะวันไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ระยะห่างที่ใกล้จนเกินงามทำให้ลมหายใจอุ่น ๆ ของทั้งคู่ปะปนกันอย่างชัดเจน รินรดาชะงักค้างไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาพราวระยับที่มองตรงเข้ามาในระยะประชิด... ใกล้เสียจนเธอมองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้นอย่างชัดเจน ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความคลั่งรักปนความแสบสันต์ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%