เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำบนโต๊ะทำงานไม้สักทองดังสนั่น ลบเลือนความเงียบงันในห้องจัดแสดงนิทรรศการส่วนตัวจนหมดสิ้น รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าเรียบตึงราวกับรูปปั้นหินอ่อนพยายามระงับโทสะที่กำลังตีรวนขึ้นมาจุกอก ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองผลงานศิลปะชิ้นเอกตรงหน้าสลับกับร่างโปร่งของคนที่ยืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทางสบายอารมณ์
"คุณกล้าดียังไงถึงเปลี่ยนโครงสร้างการจัดวางแสงในโซนนี้โดยไม่ปรึกษาฉันก่อนคะ, คุณตะวัน?"
น้ำเสียงของภัณฑารักษ์สาวเยียบเย็นและคมกริบราวกับใบมีดโกน รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ตะวันไม่ใช่แค่ศิลปินอิสระธรรมดา แต่เป็นตัวปัญหาประเภทที่เธอเกลียดที่สุด—พวกทำตามสัญชาตญาณ ไม่สนกฎระเบียบ และหยิ่งผยองในพรสวรรค์ของตัวเองจนน่าหมั่นไส้
แต่คนที่ถูกต่อว่ากลับทำเพียงแค่ยักไหล่ช้าๆ ดวงตาเรียวรีพราวระยับคู่นั้นกวาดมองผลงานภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่ตนเพิ่งลงมือจัดไฟใหม่ด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะหันมาสบตารินรดาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว
"ถ้ามัวแต่รอให้คุณรินรดาตรวจแบบฟอร์มขออนุมัติสามรอบตามขั้นตอนอันแสนน่าเบื่อของคุณ ภาพ 'The Eclipse' ชิ้นนี้คงหมดความหมายไปก่อนจะจัดแสดงจริงแล้วล่ะค่ะ" ตะวันก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ร่างสูงโปร่งเคลื่อนไหวด้วยความมั่นใจจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "อีกอย่าง... ที่ฉันทำลงไป ก็เพื่อช่วยกู้หน้าให้ภัณฑารักษ์คนเก่งต่างหากค่ะ ไม่อย่างนั้น พรุ่งนี้เช้าพวกนักวิจารณ์ศิลปะคงรุมทึ้งคุณเละเป็นโจ๊กแน่ ที่ปล่อยให้งานระดับมาสเตอร์พีซโดนแสงไฟส่องผิดมุมจนมิติภาพตายสนิทแบบนั้น"
"ฉันดูแลแกลเลอรีนี้มาห้าปีเต็ม ไม่เคยมีข้อผิดพลาดเรื่องการจัดแสงค่ะ!" รินรดาโต้กลับทันควัน ความถือดีพุ่งสูงจนหน้าชา
"นั่นแหละค่ะคือปัญหา... คุณยึดติดกับ 'กรอบ' จนมองไม่เห็นความงามที่แท้จริง" ตะวันหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นอายความเป็นอิสระและฟีโรโมนจางๆ จากตัวศิลปินสาวลอยละลิ่วเข้ามาแตะจมูก รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะเมื่อเงาของอีกฝ่ายโน้มลงมาทาทับร่างเธอ "อยากพิสูจน์ไหมล่ะคะว่าที่ฉันทำ มันเหนือกว่ามาตรฐานที่คุณภูมิใจนักหนาน่ะ... หึ"
ตะวันเอื้อมมือไปคว้าสวิตช์หรี่ไฟอัจฉริยะที่ผนัง แล้วกดคลิกเดียว—
พริบตานั้น บรรยากาศภายในห้องจัดแสดงก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แสงไฟสีวอร์มไลท์ถูกปรับลดความเข้มลงอย่างประณีต จนขับเน้นให้รอยแปรงสีน้ำมันบนผืนผ้าใบของภาพ 'The Eclipse' ดูมีชีวิตชีวา ราวกับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์กำลังเคลื่อนตัวเข้าหากันจริงๆ แสงเงาทอดตัวสะท้อนมิติความลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่จนน่าขนลุก มันไม่ใช่แค่การจัดไฟธรรมดา แต่มันคือการ "หายใจร่วมกัน" ระหว่างศิลปะและสภาพแวดล้อมรอบตัว
รินรดานิ่งงิก เปลือกตาพริบปริบๆ ความดื้อรั้นในใจพังทลายลงในเสี้ยววินาทีเมื่อประจักษ์แก่สายตาว่า ฝีมือการจัดแสงและการมองมุมกล้องของตะวันนั้น... เหนือชั้นกว่าเธอในแบบที่เถียงไม่ออกจริงๆ
ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาพราวระยับที่มองตรงเข้ามาในระยะประชิด... ใกล้เสียจนเธอมองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้นอย่างชัดเจน หัวใจดวงน้อยที่ปกติเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับกระหน่ำรัวรากลองเพลจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
"ไงคะ... ยอมรับหรือยัง ว่าฉันไม่ได้แค่ปากดีไปวันๆ" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนรินรดาต้องห่อตัวด้วยความเกร็ง ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป มากเกินกว่าที่ภัณฑารักษ์สาวผู้รักความสมบูรณ์แบบจะรับมือไหว
"ฉัน... ฉันแค่มองว่ามันยังอยู่นอกเหนือระเบียบปฏิบัติ..." รินรดาพยายามหาข้ออ้างเสียงสั่น แม้ความมั่นใจจะหล่นหายไปครึ่งหนึ่งแล้วก็ตาม
"เลิกอ้างเรื่องระเบียบสักทีเถอะค่ะ รินรดา" ตะวันเรียกชื่อเธอห้วนๆ เป็นครั้งแรก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นจนน่าใจหาย "เพราะหลังจากนี้... คุณจะต้องร่วมงานกับฉันในโปรเจกต์ใหญ่แบบแนบชิดยิ่งกว่านี้อีกหลายเท่า"
รินรดาขมวดคิ้ว "หมายความว่ายังไงคะ?"
ตะวันยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์แต่ก็ทรงเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้ มือเรียวหยิบนามบัตรสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต แล้วยัดใส่มือของรินรดาอย่างถือวิสาสะ
"ข้อเสนอจากแกลเลอรีคู่แข่งอย่าง 'Art House' เสนอเงินให้ฉันสามเท่าเพื่อให้ย้ายค่าย... แต่ฉันปฏิเสธพวกเขาไปแล้วค่ะ" ตะวันโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "เหตุผลเดียวที่ฉันจะอยู่ที่นี่ต่อ... คือคุณต้องยอมรับข้อเสนอของฉัน... มาเป็นพาร์ทเนอร์ส่วนตัวในการคัดเลือกผลงานให้กับนิทรรศการเดี่ยวของฉันแต่เพียงผู้เดียว... ว่าไงคะ, คุณภัณฑารักษ์คนเก่ง จะรับหรือจะปฏิเสธดีลนี้?"
รินรดากำนามบัตรในมือแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความสับสนและหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือเกมที่ตะวันเป็นคนกุมไพ่เหนือกว่าทั้งหมด
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากเปล่งคำตอบใดๆ ออกมา เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ขัดจังหวะความเป็นความตายระหว่างคนทั้งคู่
"คุณรินรดาคะ! ขอโทษที่รบกวนค่ะ พอดีคุณมินตรา จากแกลเลอรีคู่แข่ง พาแขกวีไอพีบุกเข้ามาที่ล็อบบี้ชั้นล่างแล้วค่ะ! เธอบอกว่ามีเรื่องด่วนจะต้องเคลียร์กับคุณเรื่องสัญญาของ..."
เสียงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ภัณฑารักษ์สาวคนเก่งกำลังถูกศิลปินตัวแสบต้อนจนมุมติดกำแพง ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังเดือดพล่านนี้นะคะ บทหน้าเตรียมตัวรับแรงกระแทกจากศึกสามเส้าที่การันตีความแซ่บซี๊ดจนวางไม่ลงแน่นอนค่ะ!
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 4
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!