เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 9

เปิดใจแบบแสบๆ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"คุณคิดว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์ตั้งเวลาเปิดปิดแกลเลอรีหรือไงคะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงวดในห้องจัดแสดงนิทรรศการ รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองศิลปินสาวที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าของตะวันเรียบเฉยจนน่ากลัว ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตกใจต่อเหตุการณ์ความวุ่นวายก่อนหน้านี้เลยสักนิด ทั้งที่ภาพวาดชิ้นเอกเกือบจะหลุดมือร่วงลงไปกระแทกพื้นกระเบื้องอยู่รอมร่อ หากไม่ใช่เพราะเรียวแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายที่พุ่งเข้ามาคว้าขอบเฟรมไว้ได้ทันอย่างฉิวเฉียด ภัณฑารักษ์สาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก มือเรียวที่ยังคงกำถุงมือผ้าสีขาวแน่นสั่นระริกด้วยความโกรธปนความอับอาย เธอเกลียดความผิดพลาด เกลียดความไม่สมบูรณ์แบบ และที่สำคัญที่สุด... เกลียดสายตาดุดันแต่พราวระยับที่กำลังมองตรงมา "มันไม่ใช่เรื่องของคุณค่ะ คุณตะวัน" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงภาพลักษณ์ความเยือกเย็นของตัวเองกลับคืนมา "กรุณาปล่อยมือจากงานของฉันด้วยค่ะ" ตะวันไม่ยอมทำตามที่บอกทันที ศิลปินสาวกลับขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนรินรดาได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายกลิ่นเฟิร์นป่าผสมกลิ่นสีน้ำมันเฉพาะตัวของอีกฝ่าย เป็นความดิบเถื่อนและอิสระที่ชวนให้คนระเบียบจัดอย่างเธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ตะวันก้มลงมองมือของรินรดาที่สั่นน้อยๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ "งานของคุณเหรอคะ?" ตะวันเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง น้ำเสียงราบเรียบแต่วิพากษ์วิจารณ์เข้ากระดูกดำ "ฉันนึกว่าคุณเป็นแค่ยามเฝ้าพิพิธภัณฑ์ที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาตรวจความสะอาดของกรอบรูปเสียอีก... งานชิ้นนี้มันมีชีวิตนะคะริน มันต้องการความรู้สึก ไม่ใช่ไม้บรรทัดวัดมุมเอียงเจ็ดสิบห้าองศาแบบที่คุณกำลังทำอยู่" คำพูดนั้นจี้เข้า 'ปม' ในใจของรินรดาเข้าอย่างจัง ภาพความคาดหวังอันหนักอึ้งของมารดาที่ต้องให้ทุกอย่างในชีวิตสมบูรณ์แบบไร้ที่ติผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของเธอสั่งให้โต้แย้ง สั่งให้ยกกฎระเบียบขึ้นมาอ้างเพื่อปกป้องเกราะป้องกันอันเปราะบาง แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งจนเปล่งเสียงไม่ออก "ถ้าเก่งนัก ทำไมคุณไม่ลองปล่อยวางความเพอร์เฟกต์บ้าบอพวกนั้นดูสักวันล่ะคะ?" ตะวันท้าทาย น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังจนคนฟังสะท้าน "ลองทำอะไรตามสัญชาตญาณ ไม่ต้องมีแผน ไม่ต้องมีตารางเวลา... กล้าไหมล่ะคะ ยัยภัณฑารักษ์สายฟาด?" รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธพุ่งพล่านจนใบหน้าร้อนผ่าว เธอไม่เคยยอมแพ้ใคร และไม่มีทางก้มหัวให้กับคำสบประมาทของศิลปินอินดี้ไร้กรอบคนนี้แน่ "คุณกำลังดูถูกงานของฉัน คุณตะวัน" รินรดาเชิดหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายกลับอย่างดุร้ายไม่แพ้กัน "ถ้าฉันทำตามที่คุณพูดไม่ได้ อย่างที่คุณท้าทาย... คุณจะยอมรับเงื่อนไขของฉันทุกอย่างใช่ไหมล่ะคะ?" มุมปากของตะวันยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว "ได้สิคะ ถ้าคุณกล้าพอที่จะทิ้งระเบียบพวกนั้นแล้วใช้เวลาอยู่กับฉันแบบ 'ไร้กฎเกณฑ์' แค่สิบสองชั่วโมงเต็ม... ฉันยอมคุณทุกอย่างเลยค่ะ" ตะวันกระซิบเสียงพร่าชิดริมหู จนรินรดาต้องถอยหลังหนีด้วยความตกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของอีกฝ่ายที่ปัดป่าวอยู่ข้างแก้ม บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เคมีที่ปะทะกันอย่างรุนแรงสร้างความร้อนรุ่มราวกับมีประกายไฟสパークออกมาในอากาศ รินรดากำมือแน่น กำลังจะอ้าปากรับคำท้าที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เธอมี ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ทั้งรินรดาและตะวันสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับไปมองยังทางเข้าแกลเลอรี ร่างระหงของมินตรา เจ้าของแกลเลอรีคู่แข่งคนสำคัญก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบยาพิษ ในมือของเธอถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ พร้อมกับสายตาร้ายกาจที่กวาดมองทั้งคู่ด้วยความสนใจใคร่รู้ "อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของ 'ภัณฑารักษ์คนเก่ง' กับศิลปินคนโปรดหรือเปล่าคะเนี่ย?" มินตราเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงหวานเลี่ยน แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีด "พอดีฉันเอาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับ 'การยเทคover' พื้นจัดแสดงนิทรรศการนี้มาให้พิจารณาน่ะค่ะ... หวังว่าคุณรินรดาคงยังไม่ลืมนะคะ ว่าสัญญากำลังจะหมดลงในอีกสามวันข้างหน้านี้แล้ว" รินรดาหน้าซีดเผือดลงทันที ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากกลับสู่ความเป็นจริงอันโหดร้ายพุ่งชนเข้ากลางอก สัญญาสัมปทานแกลเลอรีที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจรักษาไว้กำลังจะหลุดมือไปอยู่ในมือของมินตรา ตะวันหุบยิ้มทันที แววตาที่เคยพราวระยับเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันอย่างน่ากลัว ศิลปินสาวก้าวเข้ามาขวางหน้ามินตราไว้ครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ราวกับต้องการปกป้องภัณฑารักษ์สาวที่กำลังยืนแข็งทื่ออยู่ข้างหลัง "ออกไปจากพื้นที่ของฉันซะ มินตรา" ตะวันเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังคู่แข่งทางธุรกิจที่ไม่ได้รับเชิญ "แล้วก็เก็บเอกสารโสโครกนั่นกลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะโยนมันทิ้งถังขยะ" มินตราหัวอกในลำคอเบาๆ อย่างไม่สะทกสะทราน นัยน์ตาคู่คมเหลือบมองรินรดาก่อนจะหันมาสบตากับตะวันด้วยรอยยิ้มท้าทาย "ระวังตัวไว้เถอะค่ะคุณตะวัน... เพราะอีกสามวันข้างหน้า ทั้งงานศิลปะบ้าๆ นี่ และตัวของยัยภัณฑารักษ์หัวรั้นคนนี้... ก็จะตกเป็นของฉันทั้งหมดอยู่ดี" รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจขาดห่วงในวินาทีที่มินตราประกาศกร้าวเช่นนั้น ดวงตากลมโตสั่นไหวหันกลับไปสบเข้ากับสายตาของตะวันที่หันมามองเธอนิ่งๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นและแขวนอยู่บนเส้นด้ายอันตรายนี้เอง มืออุ่นจัดของศิลปินสาวก็เอื้อมมากุมมือที่กำลังสั่นเทาของเธอไว้แน่นโดยไม่มีคำพูดใดๆ ความอบอุ่นที่ส่งผ่านฝ่ามือบีบกระชับเบาๆ นั้น... ทำให้รินรดารู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังจะพลิกคว่ำในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้อย่างแท้จริง (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันนะคะ หวังว่าจะชอบความแซ่บและเคมีที่เริ่มเดือดพล่านของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วมาลุ้นไปพร้อมๆ กันในตอนหน้าค่ะ! **กลิ่นลิลลี่สีขาว**
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%