เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 8

สายตาที่อ่านไม่ออก

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
“เกิดอะไรขึ้น?” เสียงถามนั้นไม่ใช่แค่การเอ่ยปาก แต่มันคือการพุ่งชนผ่านกำแพงน้ำแข็งที่รินรดาเพิ่งสร้างขึ้นมาตลอดสัปดาห์ ตะวันขยับเข้าไปประชิดในระยะที่ใกล้เกินกว่าความจำเป็น ปลายนิ้วเรียวที่มักจะเปื้อนสีอะคริลิกอยู่เสมอยื่นออกไปราวกับจะคว้าจับอะไรบางอย่างที่กำลังแตกสลายในมือของภัณฑารักษ์สาว รินรดาสะดุ้งเฮือก กระดาษแผ่นบางในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นซีเมนต์ เสียงมันดังแผ่วเบาแต่กลับสะท้อนก้องไปทั่วห้องจัดแสดงนิทรรศการที่ปิดไฟมืดสลัว สายตาของเธอตวัดขึ้นมองเจ้าของคำถามด้วยความตื่นตระหนก ความเยือกเย็นและมาดมั่นที่เคยใช้เป็นเกราะกำบังมาตลอดพังทลายลงในเสี้ยววินาที “ไม่ใช่เรื่องของคุณค่ะ ตะวัน” รินรดาพยายามดึงเสียงให้กลับมานิ่งสนิท พDพร้อมกับก้มลงจะเก็บเอกสารชิ้นนั้น แต่ช้ากว่าศิลปินสาวที่ย่อตัวลงไปหยิบมันขึ้นมาก่อน “ไม่ใช่เรื่องฉันได้ยังไง ในเมื่อกระดาษแผ่นนี้มันกำลังจะทำให้คุณร้องไห้” ตะวันไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟสลัวคู่นั้นกวาดมองข้อความบนกระดาษอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คิ้วเรียวจะได้รูปจะขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม “จดหมายเตือนจากคณะกรรมการบริหารแกลเลอรี... เรื่องงบประมาณจัดแสดงงานที่ถูกหั่นลงกะทันหัน แถมยังขู่จะปลดคุณถ้างานนี้ไม่ทำกำไรตามเป้า” ตะวันเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้าม ชั่วขณะหนึ่ง รินรดาเห็นประกายบางอย่างในแววตานั้น มันไม่ใช่ความสมเพชเวทนา และไม่ใช่ความสะใจอย่างที่มินตราศัตรูตัวฉกาจของเธอมักจะแสดงออกเวลาเธอเพลี่ยงพล้ำ แต่มันคือความ... เดือดดาล? “คืนนี้คุณโดนเล่นงานสินะ” ตะวันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายทีละก้าวอย่างคุกคาม “มินตราบอกอะไรคุณตอนงานเลี้ยงเปิดตัวนั่น ถึงทำให้คุณถือเอกสารบ้าๆ นี่มานั่งเหม่อคนเดียวในห้องมืดๆ แบบนี้” “บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ธุระอะไรของคุณ!” รินรดาถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาศักดิ์ศรีครั้งสุดท้าย แม้ว่าขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน “คุณเป็นแค่ศิลปิน... หน้าที่ของคุณคือส่งงานให้ทันกำหนด ไม่ใช่มาสอดรู้สอดเห็นเรื่องการบริหารจัดการของฉัน!” “ใช่ ฉันมันก็แค่ศิลปินปากร้าย นิสัยเสีย เอาแต่ใจตัวเองตามที่คุณคอยค่อนขอดนั่นแหละ!” ตะวันกระแทกเสียงใส่บ้าง ร่างเพรียวขยับเข้ามาจนรินรดาไม่มีทางหนี มือข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังด้านข้าง กักขังภัณฑารักษ์สาวไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย “แต่ฉันก็ไม่ได้ตาบอดจนดูไม่ออกหว่า ผู้หญิงที่ทำตัวเป็นหุ่นยนต์ไขลาน สมบูรณ์แบบไร้ที่ติอย่างคุณ กำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ อยู่แล้ว!” “คุณ...” “ทำไม? โกรธเหรอ? หรือจี้ใจดำ?” ตะวันโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วGเนียน ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้ทำให้หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นราวกับกลองเพล เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นอายเฉพาะตัวของตะวัน—กลิ่นสีน้ำมันจางๆ ผสมกับความร้อนรุ่มของร่างกาย—กำลังทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิง รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น ทันใดนั้น ความโกรธขึงที่เคยมีก็เริ่มเปลี่ยนรูปไป ความเกลียดชังที่ตะวันแสดงออกใส่เธอนับตั้งแต่วันแรกที่พบกัน การปะทะคารมเจ็บแสบ การจิกกัดทุกฝีก้าว และท่าทางราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะตะปบเธอตลอดเวลา... ทำไมตอนนี้มันถึงดูเหมือน ‘กำแพง’ มากกว่า ‘อาวุธ’ ล่ะ? ตะวันกำลังปกป้องอะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่า? ภายใต้ท่าทีที่แข็งกร้าวและไร้การประนีประนอมนั้น ซ่อนความรู้สึกแบบไหนไว้กันแน่? “มองอะไร?” ตะวันชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาที่เปลี่ยนไปของคนใต้ร่าง แววตาที่เคยแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยอคติ ตอนนี้กลับมีความลังเลและ... ความอยากรู้อยากเห็นฉาบอยู่จางๆ “อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะรินรดา” “สายตาแบบไหนล่ะคะ” รินรดาเค้นเสียงถาม ทั้งที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอตัดสินใจเสี่ยงยื่นมือออกไป ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่สันจاوดของศิลปินสาวอย่างถือวิสาสะ ตะวันสะดุ้งสุดตัวแต่ไม่ได้ถอยหนี ดวงตาสั่นระริกขึ้นมาวูบหนึ่ง “สายตาที่เหมือนกำลังพยายาม... อ่านฉัน” ตะวันกระซิบเสียงพร่า ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเปราะบางบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกจนน่าตกใจ “หยุดซะรินรดา คุณอ่านฉันไม่เป็นหรอก” “แล้วถ้าฉันอยากลองอ่านดกล่ะคะ” รินรดาเอ่ยเสียงเบาหวิว ชิดริมฝีปากจนแทบจะแนบชิด “ทำไมคุณต้องเกลียดฉันนัก... หรือจริงๆ แล้ว ที่คุณทำเป็นผลักไสฉัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา มันเป็นเพราะ...” ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูกระจกแกลเลอรีดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันและบรรยากาศที่กำลังระอุถึงขีดสุดอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ดังเอี๊ยดอาร์ดพร้อมกับร่างท้วมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลที่ก้าวเข้ามาพร้อมใบหน้าตื่นตระหนก “คุณรินรดาคะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องคลังภาพแล้วค่ะ!” ตะวันผละถอยหลังออกไปทันทีราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าสวยเฉี่ยวหันหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนร่องรอยความกระอักกระอ่วน ขณะที่รินรดากระชากลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมา จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วหันไปเผชิญหน้ากับปัญหาตรงหน้าด้วยแววตาที่กลับมาเย็นชาอีกครั้ง—แต่ในใจกลับร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิม “เกิดอะไรขึ้นที่คลังภาพ?” รินรดาถามเสียงเฉียบขาด “มีคน... มีคนสาดสีใส่ภาพวาดชิ้นเอกในคลังภาพค่ะ! และ... และตอนนี้หลักฐานทั้งหมดชี้ว่าคนทำคือ...” เจ้าหน้าที่คนนั้นกลืนน้ำลายเอื๊อก ชำเลืองมองมาที่ตะวันด้วยสายตาหวาดระแวง “คือคุณตะวันค่ะ!” รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองศิลปินสาวที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าของตะวันเรียบเฉยจนน่ากลัว ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตกใจ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกใจและเคมีที่ร้อนรุ่มในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%