เสียงทุบกระจกรถยนต์เบนซ์คันหรูดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่ประตูฝั่งคนขับถูกเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างท้วมของบิดารินรดาปรากฏต่อสายตาพร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคมกริบที่ถอดแบบพิมพ์มาสู่เธอกำลังกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ของคนที่ยืนพิงตัวรถอยู่อย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน
“รินรดา... กลับบ้านกับพ่อเดี๋ยวนี้ แล้วเลิกทำตัวไร้สาระกับคนพวกนี้เสียที!”
น้ำเสียงทรงอำนาจนั้นดังลั่นท่ามกลางลานจอดรถของแกลเลอรีชื่อดัง สายตาของผู้คนที่ยังเดินขัด2-3 คนต่างเหลียวหลังมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกชาหนึบวิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง เธอไม่ได้กลัวอำนาจมืดของพ่อ แต่เธอเกลียด—เกลียดความรู้สึกที่ถูกบงการชีวิตราวกับเธอเป็นเพียงหุ่นเชิดตัวหนึ่งบนกระดานธุรกิจของตระกูล
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะทันได้ก้าวขาลงไปเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ของบิดา มือเรียวยาวของใครบางคนก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงแต่ทว่ามั่นคง จนรินรดาต้องชะงักและหันกลับไปมอง
ตะวันยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง รอยยิ้มมุมปากที่มักจะกวนประสาทผู้คนถูกจุดขึ้นอย่างใจเย็น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มภายใต้กรอบแว่นกันแดดที่เลื่อนลงมาต่ำกว่าดั้งจมูกเล็กน้อยกำลังมองตรงไปยังชายวัยกลางคนด้วยแววตาที่ท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน
“ใจเย็นก่อนสิคะ คุณพ่อตา—เอ้ย คุณพ่อของยัยนี่” ตะวันลากเสียงยาวอย่างจงใจกวนอารมณ์ พร้อมกับเอียงคอเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้ “ลูกสาวคุณไม่ได้ทำตัวไร้สาระหรอกค่ะ เธอกำลังทำงานศิลปะอยู่... อ้อ หรือว่าคุณพ่อไม่เก็ตงานศิลปะแนวขบถคะ? แย่จังเนอะ มีลูกเป็นภัณฑารักษ์มือหนึ่งแต่เสพงานศิลป์ได้แค่วงจำกัดในกรอบสี่เหลี่ยม”
“แกเป็นใคร! กล้าดียังไงมาพูดจาต่ำทรามกับฉัน รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!” บิดารินรดาสบถลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหจัดที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนต่อปากต่อคำ
“รู้สิคะ รู้ดีด้วยว่าเป็นคนที่ชอบทำลายความสุขของลูกสาวตัวเองเป็นงานอดิเรก” ตะวันตอบหน้าตาย ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย แถมยังขยับตัวเข้ามาใกล้รินรดามากขึ้นจนไหล่ของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกัน “แต่บอกไว้ก่อนนะตะวันคนนี้หวงของค่ะ คุณพ่อจะมาลากตัวยัยนี่กลับบ้านแบบหมูแบบหมาไม่ได้หรอกนะ”
“ตะวัน! เงียบไปเลยนะ!” รินรดาหันไปแหวใส่ด้วยความเหลืออด ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธปนความอับอาย เธอกระชากข้อมือตัวเองกลับจากการกอบกุมของอีกฝ่าย พร้อมกับถลึงตาใส่ “ใครเป็นของเธอไม่ทราบ! เลิกพูดจาพล่อยๆ สักที!”
“อ้าว ก็เมื่อกี้ยังยืนให้ฉันเช็ดคราบกาแฟที่เสื้อให้อยู่เลย หรือจะให้ทวนความจำคะว่าตอนนั้นหัวใจเธอดังกี่ริกเตอร์?” ตะวันกระซิบเสียงเบาชิดริมหูกfของคนตัวเล็ก เจตนาแกล้งให้รินรดาเสียอาการต่อหน้าบิดาแท้ๆ และมันก็ได้ผลเสียด้วย เมื่อรินรดาสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดจนสะโพกชนกับประตูรถ
“แก... นังเด็กเปรตนี่!” บิดารินรดาทนดูภาพบาดตาบาดใจไม่ไหว ง้างมือขึ้นเตรียมจะพุ่งเข้าไปตสั่งสอนคนปากดี
“หยุดนะคะ!” รินรดากระชากเสียงกร้าว แววตาที่เคยเย็นชาและยอมจำนนมาตลอดชีวิตแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและดุดัน เธอก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าตะวันไว้โดยสัญชาตญาณ แม้ตัวจะเล็กกว่าแต่รังสีความดื้อรั้นแผ่ซ่านออกมาจนผู้เป็นพ่อถึงกับชะงักมือค้างกลางอากาศ “ถ้าพ่อกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้วเดียว... งานนิทรรศการครั้งนี้ ฉันจะประกาศยกเลิกมันต่อหน้าสื่อทุกสำนัก แล้วเอาชื่อเสียงของตระกูลเราไปป่นปี้ให้ดู!”
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ บิดารินรดานิ่งอึ้งไป ไม่คิดว่าลูกสาวที่เคยเชื่อฟังและก้มหน้ายอมรับชะตากรรมมาตลอดจะกล้ากรีดร้องคำขู่ที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ออกมา
ตะวันยืนมองแผ่นหลังบางที่สั่นเทานิดๆ ของคนที่ยืนบังตนเองอยู่ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด—หัวใจข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างแรง ผู้หญิงคนนี้นี่นะ... เวลาดื้อรั้นขึ้นมา มันชวนให้คนมองอยากจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวเสียจริงๆ
“ยัยริน... แกกล้าขู่พ่อเหรอ” เสียงบิดาลดระดับความเกรี้ยวลงด้วยความตกตะลึง
“ฉันไม่ได้ขู่ค่ะ ฉันพูดจริง” รินรดาเชิดหน้าขึ้น น้ำตาคลอเบ้าแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความหยิ่งทะนง “กลับไปซะค่ะ แล้วเลิกเข้ามายุ่งกับชีวิตของฉันสักที!”
บิดามองหน้าบุตรสาวนิ่งสนิท ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ก่อนจะสะบัดหน้าหนีด้วยความโกรธจัด แล้วก้าวขึ้นรถเบนซ์คันหรู กระแทកประตูปิดเสียงดังสนั่นลั่นลานจอดรถ ก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วราวกับพายุฝนที่เพิ่งสงบลง
เมื่อรถคันนั้นลับสายตา รินรดาก็ทรุดตัวลงพิงกับประตูรถของตัวเองทันที แรงฮึดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนล้าและความหวาดหวั่นที่เกาะกุมจิตใจ มือเรียวยยกขึ้นนวดขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ
เงาสูงทอดทับลงมาบังแสงไฟจากเสาไฟลานจอดรถ ตะวันย่อตัวลงมานั่งยองๆ อยู่ตรงหน้า ปลดแว่นกันแดดเหน็บไว้ที่คอเสื้อ เผยให้เห็นดวงตาคู่คมที่พราวระยับไปด้วยประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีกวนประสาท
“เก่งมากค่ะ ยัยแมวป่า” เสียงทุบต่ำเอ่ยชมอย่างอ่อนโยนผิดหูผิดตา “เมื่อกี้เท่เป็นบ้าเลยรู้ตัวไหม?”
รินรดาตวัดสายตาดุๆ กลับไปมอง “ไม่ต้องมาพูดจาประชดฉันเลยนะตะวัน! เพราะเธอนั่นแหละที่ลากฉันมาพัวพันกับเรื่องบ้าๆ พวกนี้!”
“อ้าว กลายเป็นความผิดฉันซะงั้น?” ตะวันหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ยื่นมือไปหมายจะแตะแก้มนุ่มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ แต่รินรดาไวกว่าปัดมือออกอย่างไม่ใยดี
“ถอยไป อย่ามาแตะตัวฉัน”
“ไม่อ่ะ ฉันไม่อยากถอย” ตะวันขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนระยะห่างแทบไม่เหลือ ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากของคนตัวเล็ก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและทุบต่ำลงจนน่าใจหาย “เธอก็เห็นแล้วนี่คะว่าโลกใบนี้มันห่วยแตกแค่ไหน... งั้นมาลองทำเรื่องบ้าๆ ด้วยกันสักตั้งไหมล่ะ?”
“เรื่องบ้าอะไรของเธออีก?” รินรดาผับหน้าหนีหัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
“ก็เรื่องของเราไงคะ...” ตะวันจงใจทิ้งเสียงให้ค้างคา พร้อมกับใช้นิ้วเรียวเชยคางมนให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ “เธอเกลียดกรอบที่พ่อเธอขีดไว้ไม่ใช่เหรอ? งั้นมาลองแหกกฎทุกข้อไปกับคนบ้าอย่างฉันดูสิ... รับรองว่าสนุกจนลืมทางกลับบ้านแน่ๆ”
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางความเงียบของค่ำคืน รินรดาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากปลายนิ้วของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกันทำให้สติที่พยายามประคับประคองมาตลอดเริ่มสั่นคลอน
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้หาคำพูดใดมาโต้แย้งความบ้าบิ่นนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อที่ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันทันที
“รินรดา! เธอยังอยู่—เอ๊ะ... นี่พวกเธอสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่เหรอคะ?”
มินตรา ยืนอยู่ตรงมุมเสา ปลายทางเดินพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพที่แนบชิดกันของทั้งคู่ด้วยความแปลกใจปนสมเพช ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานกันสินะคะเนี่ย?”
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักและดราม่าสุดแซ่บนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยภัณฑารักษ์สายฟาด•ตอนที่ 6
คำนิยามของคนบ้า
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยภัณฑารักษ์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!