เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นติดต่อกันเป็นรอบที่สามของนาที ทำให้ฉันที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาจดเลคเชอร์วิชานิเทศศิลป์ถึงกับต้องวางปากกาลงด้วยความหงุดหงิด หน้าจอ Oled สว่างวาบพร้อมกับชื่อของคนที่ไม่อยากเห็นหน้าที่สุดในสามโลกเด้งขึ้นมาหรา
‘ไอ้คินวิศวะกวนทีน’
ให้ตายเถอะ! นี่มันผ่านไปไม่ถึงสHอ ชั่วโมงดีหลังจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่คณะเมื่อตอนบ่าย ที่อีตาบ้านี่เล่นมุกโบกปูนคำว่า "แฟน" ใส่ฉันหน้าตาเฉย จนตอนนี้หูฉันยังแดงซ่านไม่หาย ยัยรินที่นั่งข้างๆ ก็เอาแต่แซวไม่หยุดจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี แล้วนี่เขายังมีหน้าจะทักแชตมาหาอีกเหรอคะ? คิดว่าตัวเองว่างมากหรือไงยะ!
ฉันทำใจดีสู้เสือ (หรือจะเรียว่าหมั่นไส้ดีล่ะคะ) คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความรวดเร็ว หวังว่าจะเข้าไปด่าให้มันสำนึกผิดสักยกสองยก
*Kin_V: พาย*
*Kin_V: อยู่ไหน*
*Kin_V: งานโปรเจกต์มึงอ่ะ ส่งกูยัง*
แหม... เปิดมาก็เรื่องงานเลยนะคะ พ่อคุณทูลหัว ประหนึ่งว่าเราเป็นเลขาหน้าห้อง ไวรัสความหมั่นไส้แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจทันที ฉันรีบพิมพ์ตอบกลับไปแบบรัวๆ ด้วยความเร็วแสง
*Pie_P: งานอะไรของมึง กูกส่งไปตั้งแต่ชาติปางก่อนแล้วค่ะคุณพระเอก! อย่ามาเนียนทัก หาเรื่องคุยนะเว้ย บอกไว้ก่อนว่ามูกเดิมใช้ไม่ได้ผลหรอกนะย่ะ!*
พิมพ์เสร็จก็กดส่งด้วยความสะใจ ปรากฏว่าอีกฝ่ายขึ้นสถานะ ‘กำลังพิมพ์...’ ทันทีราวกับนั่งเฝ้าหน้าจออยู่ตลอดเวลา สมองฉันจินตนาการไปถึงใบหน้ากวนประสาทที่กำลังยิ้มมุมปาก ยิ้มแบบที่เห็นทีไรก็อยากจะเอาแฟ้มเอกสารฟาดหน้าสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้
*Kin_V: เปล่า เนียนอะไร กูก็ถามตามหน้าที่*
*Kin_V: แต่ถ้ามึงคิดว่ากูหาเรื่องคุย... ก็แสดงว่ามึงแอบคิดถึงกูอยู่ป่ะวะ*
*Kin_V: ยอมรับมาเหอะ ว่าเขินคำว่าแฟนตอนบ่ายอยู่*
กรี๊ดดดดด! อยากจะกรี๊ดให้ลั่นห้องเรียนจริงๆ ค่ะคุณผู้อ่านขา! หน้าฉันร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีราวกับโดนเตารีดแนบแก้ม อีตาบ้านี่! ทำไมถึงได้หน้ามึนหน้าทนขนาดนี้เนี่ย! อ่านใจคนอื่นเก่งยิ่งกว่าหมอดูสำนักไหนๆ ซะอีก
*Pie_P: หน้าไม่อาย! ใครคิดถึงมึง ทุเรศมาก ออกไปจากแชตกูเลยนะ!*
*Kin_V: หูย ใจร้ายจังวะ พูดแค่นี้ทำเป็นโวยวาย กลบเกลื่อนความเขินชัวร์*
*Kin_V: เออ ว่าแต่... เย็นนี้ว่างป่ะล่ะ*
*Kin_V: กูหิวข้าว ขาดคนเลี้ยงข้าว ยอมเสียสละให้มึงเป็นเจ้ามือมื้อนึง*
ฉันกลอกตาเป็นเลขแปดจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า นี่มันมุกหากินของคนหน้าด้านชัดๆ! ชวนไปกินข้าวหน้าตาเฉย ทำเหมือนว่าเมื่อตอนบ่ายไม่ได้เพิ่งจะหยอดคำหวานเลี่ยนจนมดขึ้นคณะนิเทศฯ ไปซะอย่างนั้น
*Pie_P: ฝันไปเถอะค่ะ! เชิญไปไถเงินเพื่อนในคณะวิศวะของมึงนู่น อย่ามาเบียดเบียนเงินในบัญชีอันน้อยนิดของกู เพื่อนรัก (ปลอมๆ) อย่างกูไม่ต้อนรับค่ะ!*
ฉันพิมพ์ปฏิเสธเสียงแข็ง หัวใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นรัวแปลกๆ ทุกครั้งที่เห็นข้อความใหม่เด้งขึ้นมา ความรู้สึกตื่นเต้นปนหงุดหงิดตีรวนกันจนปั่นป่วนไปหมด บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะแคบลงเหลือแค่หน้าจอที่มีตัวหนังสือสีขาววิ่งไปมา
*Kin_V: โห ใจดำวะ พาย*
*Kin_V: อุตส่าห์ยอมลดตัวลงมาให้มึงเลี้ยงข้าวแท้ๆ*
*Kin_V: งั้นเปลี่ยนเป็น... กูไปรับที่คณะ แล้วค่อยไปหาอะไรกินกัน*
*Kin_V: ห้ามปฏิเสธ กูยืนอยู่หน้าตึกนิเทศฯ มึงละ*
ห้ะ... อะไรนะ?
ฉันชะงักกึก เลิกคิ้วสูงด้วยความตกใจ รีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วพุ่งตัวไปที่ริมหน้าต่างห้องเรียนทันที สายตากวาดมองลงไปยังลานจอดรถด้านล่างตึกคณะที่เริ่มโพล้เพล้
และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจสะดุดกึก ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาหลุดลุ่ยสไตล์หนุ่มวิศวะกำลังยืนพิงมอเตอร์ไซค์คันโปรด มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหู อีกข้างโบกขึ้นมาบนตึกราวกับรู้ว่าฉันกำลังมองอยู่ ใบหน้าหล่อเหลานั้นประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมาถึงฉัน แม้จะอยู่ไกลกันหลายชั้นแต่สายตากรุ้มกริ่มคู่นั้นกลับชัดเจนเสียจนใจกระตุกวูบ
ให้ตายเถอะ... หมอนี่เอาจริงเหรอเนี่ย!
โทรศัพท์ในมือสั่นครืดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความล่าสุดที่ทำเอาขาฉันแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
*Kin_V: ลงมาซะดีๆ หรือจะให้กูเดินขึ้นไปอุ้มมึงลงมาต่อหน้าเพื่อนๆ ล่ะครับ... แฟนเก่า (ที่อยากเป็นแฟนใหม่)*
กรี๊ดดดดด! อีตาบ้าคิน! นายมันร้ายกาจที่สุดในสามโลกเลยนะคะ!
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นกับความป่วนของยัยตัวแสบในตอนนี้ แล้วมาติดตามกันต่อในตอนหน้าว่าพายจะเอาตัวรอดจากศึกจีบครั้งนี้ยังไง ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะคะ!
รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเพื่อนสนิท•ตอนที่ 3
แชตที่อยากอ่านแต่ไม่ตอบ
ผลงานโดย ชาพีชหวานน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาพีชหวานน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สายตื๊อขอกู้คืนสถานะเพื่อนสนิท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!