กลิ่นอายจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมผสานกับกลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงระยับบนตัวผู้ชายอันตรายคนนั้น ยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาทของ ดร.อรินดา ราวกับมันฝังรากลึกอยู่ใต้ผิวหนังของเธอ ศัลยแพทย์สาวพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา ขณะยืนอยู่หน้ากระจกใสบานใหญ่ในห้องพักแพทย์ส่วนตัว มือเรียวบางที่เคยนิ่งสนิทและแม่นยำยามถือมีดผ่าตัด กลับสั่นเทาจนน่าสมเพชเมื่อเธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่
หลุมพรางที่คิรากรขุดดักไว้ ไม่ได้มีไว้เพื่อให้เธอก้าวพลาด แต่มันคือพันธนาการที่รัดตรึงเธอไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอเหยียบย่างเข้ามาในอาณาจักรสีเทาแห่งนี้
"คุณหมออรินดาคะ มีโทรศัพท์สายตรงจากห้องบริหาร... ท่านประธานต้องการพบคุณค่ะ" เสียงเคาะประตูเบาๆ พร้อมกับน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจของพยาบาลหน้าห้อง ทำให้หัวใจที่สงบลงไปชั่วขณะกลับมากระหน่ำเต้นด้วยความหวาดหวั่นอีกครั้ง
อรินดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ จัดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาให้เข้าที่ ดึงใบหน้าให้กลับมาเรียบนิ่ง เยือกเย็น และไร้ความรู้สึกตามวิสัยของศัลยแพทย์ผู้ถือครองความเป็นความตายของมนุษย์ เธอก้าวออกจากห้องด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง แม้ว่าภายในอกจะปั่นป่วนราวกับมีพายุหมุนซัดสาด
ประตูห้องทำงานส่วนตัวของผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งตอนนี้ถูกยึดครองโดยเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลเปิดอ้าไว้ครึ่งหนึ่ง อรินดาหยุดยืนชั่วอึดใจ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปโดยไม่เคาะ
คิรากรนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติสะท้อนอำนาจดิบเถื่อนที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องดูอึดอัด ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เธอ นิ่งสนิท ทว่าเต็มไปด้วยความเร้าใจและคำสั่งเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธ
"คุณไม่มีสิทธิ์เรียกฉันมาพบตามอำเภอใจนะคะ ท่านประธานคิรากร" อรินดาเปิดฉากปะทะทันทีเพื่อรักษาอาณาเขตทางใจ น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความกรุ่นโกรธ "ที่นี่คือโรงพยาบาล หน้าที่ของฉันคือการรักษาคนไข้ ไม่ใช่ตุ๊กตาแก้เบื่อในเกมอำนาจของคุณ"
คิรากรไม่โกรธ เขากลับยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ดูอันตรายถึงขีดสุด ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหาเธอทีละน้อย แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายที่ใหญ่โตกว่าบีบให้ศัลยแพทย์สาวต้องถอยหลังทีละก้าว จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับบานประตูที่ปิดสนิท
"กฎเหล็กของศัลยแพทย์คือการควบคุมความนิ่ง... แต่ดูเหมือนว่าหัวใจดวงนี้ของคุณ จะเต้นแรงเกินกว่าจะรักษาชีวิตใครได้แล้วนะ, คุณหมอ"
เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบชิดริมหู รอรินดารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของเขาที่ปัดผ่านต้นคอ เส้นกั้นระหว่างความเป็นมืออาชีพและความตื่นตระหนกพังทลายลงในพริบตาเมื่อมือหนาร้อนผ่าวเอื้อมมาแตะที่เอวคอดกิ่ว รั้งร่างเธอให้แนบชิดกับแผงอกแกร่งโดยไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน
"ปล่อยค่ะ!" อรินดาพยายามใช้มือทั้งสองข้างดันลาดไหล่กว้างของเขาออก แต่แรงของเธอกลับไร้ความหมายราวกับกำลังผลักกำแพงเหล็ก
"ผมไม่เคยปล่อยสิ่งที่ผมเลือก... และคุณก็รู้ดีว่าคุณหนีผมไม่พ้น"
คิรากรก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง กลิ่นกายบุรุษเพศอันดุดันผสมผสานกับความเย้ายวนอันตรายแผ่ซ่านมอมเมาประสาทสัมผัสของเธอจนแทบจำนน มืออีกข้างของเขาเลื่อนขึ้นมาตรึงท้ายทอยของเธอไว้ บังคับให้ศัลยแพทย์สาวเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขาอย่างจำยอม แววตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นทอประกายความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ระอุอุ่นอยู่เบื้องลึก บดขยี้ศักดิ์ศรีอันแข็งกร้าวของเธอให้หลอมละลายลงทีละน้อย
สัมผัสจากริมฝีปากร้อนผ่าวที่แนบชิดลงมาไม่ได้รุนแรงในคราแรก แต่มันกลับลึกซึ้งและละเมียดละไมจนลมหายใจของอรินดาสะดุดกูบ ความหอมหวานที่เจือด้วยความเผด็จการทำให้สมองส่วนที่คอยควบคุมเหตุผลดับวูบลง ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับอ่อนยวบยาบราวกับเทียนไขที่โดนเปลวไฟหลอมละลาย มือที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อสูทของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ความตึงเครียดในห้องละลายหายไป แทนที่ด้วยแรงปรารถนาสีเทาที่ตึงเครียดและเร่าร้อนถึงขีดสุด
คิรากรผริมฝีปากออกเล็กน้อยยามที่เห็นดวงตากลมโตคู่นั้นเริ่มฉายแววพร่าเลือนด้วยพิษเสน่หา เขากระชับวงแขนให้แน่นขึ้น บดเบียดความแนบชิดจนหัวใจของทั้งสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นและดาร์กสนิทจนแทบหยุดหายใจ
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งร้อน พร้อมกับเสียงรายงานจากบอดี้การ์ดคนสนิทที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก ทำให้คิรากรต้องผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ทว่าสายตาคมกริบยังคงจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อของหญิงสาวด้วยความพึงพอใจ
"นายครับ... คนจากตระกูลศัตรูเริ่มเคลื่อนไหวที่ชั้นใต้ดินแล้วครับ"
คิรากรเหยียดยิ้มเย็นเยียบ เขาโน้มใบกระซิบข้างหูอรินดาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาศัลยแพทย์สาวขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"เกมของเราเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น... คุณหมอคนสวย"
เขาก้าวถอยหลัง ปล่อยให้เธอยืนพิงประตูด้วยร่างที่สั่นเทาและหัวใจที่เต้นรำด้วยความหวาดหวั่น ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกและคิรากรจะก้าวหายออกไปในความมืด พร้อมกับทิ้งหลักฐานความเร่าร้อนไว้บนเรียวปากของเธอ ทว่า... ก่อนที่อรินดาจะได้ตั้งสติ สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นแฟ้มประวัติคนไข้ลับที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานของเขา และชื่อบนแฟ้มนั้น... คือชื่อของบุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน!
ติดตามตอนต่อไปในตอนที่ 6 : เงาอดีตที่ฟื้นคืน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนสำหรับการติดตามนะคะ
เพลิงปรารถนาใต้เงามาเฟียไร้ใจ•ตอนที่ 5
กฎเหล็กของศัลยแพทย์
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงปรารถนาใต้เงามาเฟียไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!